บท
ตั้งค่า

บทที่ 3 มิติแห่งฝัน

"ลบแล้ว ลบแล้ว ทำไมยังจะมีการอัปเดตอยู่อีกนะ นี่มันเรื่องอะไรกัน" หลังจากที่ลี่หมิงกลับบ้าน ลู่เสียนหลานยังคงเดินวนไปมา มือเรียวกุมศีรษะแทบดึงทึ้งเอาเส้นผมของตัวเองออกมาคล้ายคนเสียสติ

"พี่ชาย พี่ชาย นี่มันเรื่องอะไรกัน หรือเราต้องไปพบจิตแพทย์แล้วจริง ๆ" ริมฝีปากรูปกระจับพร่ำบ่นขมุบขมิบ

"เราต้องลบอีกหรือเปล่า เหนื่อยจริง ยอมแพ้ ยอมแพ้แล้ว" ลู่เสียนหลานยังคงพูดคุยกับตนเองวนซ้ำไปมาด้วยความรู้สึกฉงนภายในใจ

มือเรียวคลิกเมาส์อีกครั้ง คราวนี้หากเขาลบแล้วเจ้านิยายตัวดียังโผล่กลับมาอีกครั้ง ลู่เสียนหลานตัดสินใจแล้วว่าจะไม่เข้ามาสนใจไยดีอีกต่อไป แต่ทว่าจะทำเช่นไรหากนิยายเจ้ากรรมยังเผยแพร่อยู่บนแพลตฟอร์มแบบนี้ คงไม่พ้นถูกคำครหาเช่นเดิมสิท่า

"คิดสิคิด เสียนหลาน แกละเมอหรือเปล่า" ลู่เสียนหลานนั่งแหมะลงบนเก้าอี้ตัวเดิมอีกครั้ง ปลายนิ้วมือลูบคางตัวเองป้อย ๆ เขาตัดสินใจเข้าอ่านเนื้อหาในนิยาย ที่ตนเองแต่งขึ้นมาด้วยความกล้า ๆ กลัว ๆ ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึง เมื่อเนื้อหาภายในดันมีการปรับเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ตามความฝันของตัวเขาเอง

"อ๊ากกกกก นี่มันบ้าไปแล้วจริง ๆ"

ลู่เสียนหลานฟุบหน้าลงที่โต๊ะด้วยนึกยอมแพ้ เขาไม่รู้เลยจริง ๆ ว่าเรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นได้อย่างไร คล้ายกับว่า ตัวละครที่เขาสร้างขึ้นมานั้นมีชีวิตขึ้นมาแล้วจริง ๆ

.

.

.

"เจ้าปีศาจน้อย คิดหนีเช่นนั้นหรือ ครั้งก่อนที่ข้าไว้ชีวิตเจ้าไม่เคยซาบซึ้งในบุญคุณกันเลยสินะ หึ!" เสียงทุ้มดังเข้ามาในโสตประสาทของลู่เสียนหลานอีกครั้ง

'อะไรอีกเนี่ย นี่เราฝันอีกแล้วใช่ไหม เฮ้อ'

ดวงตาคู่งามของจิ้งจอกน้อยจึงค่อย ๆ เปิดปรือเปลือกตาอันแสนหนักอึ้งขึ้นมาช้า ๆ

'พี่ชาย เอาอีกแล้วนะ ทำไมจะต้องเข้ามาในฝันของเราทุกที ไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจจริง ๆ'

ทันทีที่เปลือกตาของเจ้าปีศาจน้อยเปิดปรือขึ้นมา ก็พบเข้ากับเจ้าของใบหน้าอันหล่อเหลาแต่ทว่าเย็นชา ยืนเพ่งมองเข้ามาที่ตนด้วยประกายคมกริบดังเช่นที่เขาฝันถึงอยู่ร่ำไป

"เจ้าไยชอบหนีข้า รู้ทั้งรู้ว่าหนีไปกี่คราก็ไร้ประโยชน์ หรือเจ้าไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วเช่นนั้นหรือ?" เจ้าของร่างสูงโปร่ง ยืนกอดอก เลิกคิ้วเบาบางอย่างนึกหยั่งเชิง

'เฮ้อ เหนื่อย เหนื่อยแล้วพี่ชาย จะต้มยำทำแกงก็เชิญเลยเถอะ'

"อยู่ในร่างปีศาจน้อยนาน เจ้าคงอึดอัดมากแล้วสินะ" ฝ่ามือกว้างพลันเอื้อมไปเบื้องหน้า ร่ายอาคมขมุบขมิบ

"ข้าปลดพันธนาการให้เจ้าแล้ว ไยจึงไม่แปลงกาย"

'แปลงกาย แปลงกายอะไรกัน เราจะไปทำเป็นได้ยังไง เราฝันอยู่จะทำอะไรได้มากกว่าเชื่อฟังคุณกันเล่าพี่ชาย'

ลู่เสียนหลานที่อยู่ในร่างจิ้งจอกน้อยสีขาว ทำหน้าตางงงวย 'ไบโพล่า ไบโพล่าชัด ๆ เดี๋ยวดี เดี๋ยวร้าย'

ลู่เสียนหลานได้แต่นึกปลดปลงภายในใจอย่างเสียไม่ได้ เขาเองรู้สึกว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนทุกครั้งคล้ายเรื่องจริงมากกว่าความฝันเกินไปเสียแล้ว

"เจ้าจิ้งจอกน้อย เจ้าจะเอาอย่างไร ข้าเองปลดพันธนาการให้เจ้าแล้ว แต่เจ้ากลับยังไม่ยอมแปลงกายของตนออกมาอีกเช่นนั้นหรืออย่างไร หรือเจ้ากำลังหวาดกลัวสิ่งใด?"

'อะไร อะไร โอ๊ย พี่ชาย เอาแต่พูดพร่ำอยู่คนเดียว เราจะพูดก็พูดไม่ได้ จะให้ทำยังไง แล้วไอแปลงกายเนี่ยมันทำยังไงกันเล่า' เจ้าขนฟูหมุนวนรอบกายตัวเองไปมาด้วยท่าทางกะโผลกกะเผลก เนื่องด้วยเท้าหลังยังคงบาดเจ็บจากลูกธนูครั้งที่แล้ว

"เจ้าเอาแต่หมุนวนไปมา ข้าปวดหัว หากทำไม่ได้ก็อยู่มันแบบนี้แหละ!" ชายหนุ่มนิ่วหน้าพลางถอนหายใจออกมาอย่างไม่สบอารมณ์

'เอาอีกแล้ว พ่อไบโพล่า เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย' ลู่เสียนหลานในร่างเจ้าขนฟูสีขาวได้แต่ยืนนิ่ง กระพริบตาปริบ ๆ จู่ ๆ ร่างกายของเขาก็แปรเปลี่ยนขึ้นมาโดยไม่ทันได้ตั้งตัว แต่ทว่าร่างกายที่แปรเปลี่ยนมานั้น ดันไม่มีแม้เสื้อผ้าสักผืนปกปิดร่างกาย

'หวา อะไรกันเนี่ย' ลู่เสียนหลานรีบขดตัวลงอย่างรวดเร็ว อ้อมแขนทั้งสองโอบรัดร่างกายตัวเองโดยฉับพลัน

'แย่แล้ว แย่แล้ว น่าอายชะมัด ไม่เห็นยังไม่เห็นใช่ไหม' ใบหน้าหวานค่อย ๆ แหงนเงยขึ้นมองอีกฝ่ายช้า ๆ นัยน์ตาของเขาทั้งสองสบเข้าด้วยกัน ผู้ที่ยืนค้ำตระหง่านกำลังยืนอึ้งแทบไม่กะพริบตา พลันกระแอมไอออกมาแสร้งเบือนใบหน้ามองไปทิศทางอื่น ชายหนุ่มกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอด้วยความยากลำบาก

เมื่ออยู่ดี ๆ เจ้าจิ้งจอกน้อยดันกลายร่างเป็นมนุษย์โดยไม่พกเอาเสื้อผ้าแม้สักชิ้นมาด้วย ทำเอาคนยืนมองทำตัวแทบไม่ถูก

"เจ้า...กล้าดีนักนะ จะใช้เล่ห์กลอันใดกับข้าอีกเช่นนั้นหรือ ครานี้ไม่ใส่แม้เสื้อผ้าเลยหรืออย่างไรกัน" เสียงทุ้มเอ่ยตำหนิ

"ผมจะไปรู้ได้ยังไง อยู่ ๆ ก็เปลี่ยนมาแบบนี้ ยังไม่ทันได้ตั้งตัวด้วยซ้ำ" ใบหน้างามงอง้ำ อ้อมแขนยังคงโอบรัดเรือนร่างของตนเองด้วยท่าทีหนาวเหน็บ

'หนาว หนาวเกินไปแล้ว' ลู่เสียนหลานนั่งคุดคู้กอดกายด้วยอาการสั่นเทา

'เอ๋ พะ พะ พูดได้แล้ว พูดได้แล้วจริง ๆ ใช่ไหม' ลู่เสียนหลานดีใจพลันลุกขึ้นมากระโดดโหยงเหยงอย่างนึกลืมตัว

อีกฝ่ายที่ยังคงยืนเด่นหราตัวแข็งทื่อเสียจนพูดไม่ออก พลันปลดเอาผ้าคลุมไหล่ของตนออกมาแล้วโยนคลุมหัวคนตัวเปล่าที่กำลังกระโดดโลดเต้นด้วยความรวดเร็ว

พรึบ!!

ผู้ที่กระโดดไปมาด้วยความดีใจ พลันชะงักท่าทีลงในทันใด เขารีบเอื้อมคว้าผ้าคลุมผืนหนาพลางหมุนพันไปมารอบ ๆ ร่างกายอันเปลือยเปล่าของตนด้วยท่าทีลนลาน

"เอ่อ พี่ชาย นี่คือในฝันใช่ไหม แบบนี้แล้วคุณจะยิงผมอีกหรือเปล่า?" มือเรียวกระชับผ้าคลุมแน่น

"พูดจาประหลาดใดของเจ้า" ใบหน้าเข้มขมวดเข้าหากันมุ่น นัยน์ตาคมจับจ้องดวงหน้างามอย่างพินิจพิจารณา

"คราก่อนแปลงกายมาก็ยังมีเสื้อผ้าติดกาย ไยหนนี้เจ้าคิดจะทำสิ่งใด กำลังคิดล่อลวงข้าเช่นนั้นหรืออย่างไร หึ!!" ริมฝีปากได้รูปยกยิ้มด้วยความเหยียดหยัน

"ล่อลวง ล่อลวงอะไรกัน อย่าพูดจามั่วซั่วได้ไหม ใครจะไปรู้ว่าผิดพลาดตรงไหน แล้วแปลงกายที่ว่ามันต้องทำยังไงเล่า จู่ ๆ ก็ออกมาสภาพแบบนี้เองนี่พี่ชาย" ลู่เสียนหลานปรายตามองอีกฝ่ายอย่างนึกตำหนิ

"หึ! เช่นนั้นเองหรือ ข้ายิงเจ้าไปที่เท้าหลังเท่านั้นถึงกับวิชาปีศาจผิดเพี้ยนเชียวหรือ"

"ละ...แล้วครั้งก่อน พี่ชายไม่ได้ยิงตรงไหนอีกหรือ"ลู่เสียนหลานว่าพลางหมุนวนซ้ายขวา แต่ทว่าตัวเขาต้องร้องออกมาเสียงหลง

"โอ๊ย!!" เจ้าของร่างเล็กล้มพับลงบนพื้นในทันใด

"ขาเจ็บแล้วยังทำตัวสุ่มสี่สุ่มห้า ไม่รู้ความ" ชายหนุ่มแค่นเสียงในลำคอ

"ขาเจ็บก็ไม่ใช่เพราะคุณหรือไงพี่ชาย"

"เจ้าไยทำตัวประหลาด เหตุใดพูดจาไม่รู้เรื่อง"

"ใครกันแน่ที่พูดไม่รู้เรื่อง คำก็เจ้า สองคำก็เจ้า แล้วนี่แต่งตัวอะไรกัน จะไปกองถ่ายหรือยังไง?" ลู่เสียนหลานบ่นกระปอดกระแปด

"แล้วเราจะออกจากฝันนี่ยังไงกันละเนี่ย เข้ามาตอนนอนหลับอย่างนั้นสินะ...หรือว่าเราต้องนอน" ลู่เสียนหลานหันรีหันขวางไปมา หาที่เหมาะ ๆ กะว่าจะหลับตาลงแล้วออกจากสถานที่บ้าบอแห่งนี้เสียที

"ทำสิ่งใด?" คิ้วเข้มเลิกขึ้นด้วยความฉงน วงแขนแข็งแกร่งกอดอกแน่น

"หาที่นอน"

"หาที่นอน? ใครให้เจ้านอนกัน" ดวงตาคมเข้มหรี่เล็กลง

"แล้วทำไมจะนอนไม่ได้กัน ทำไมพี่ชายเรื่องมากจริง ๆ เลย"

"เจ้าเลิกพูดจาประหลาดเสียที!"

'ได้ ได้ ถึงยังไงก็เป็นนักเขียนนิยายจีนโบราณอยู่แล้ว กับอีแค่เรื่องภาษาเท่านี้ จิ๊บจ้อยน่า' ลู่เสียนหลานประมวลความคิดภายในใจ ในเมื่อตัวเขาเองก็เป็นนักเขียนนิยายจีนโบราณมานาน เพียงแค่สำเนียงยุคโบราณเท่านี้ไม่คณามือเขาแม้แต่น้อย

"เช่นนั้น ท่านชื่อเสียงเรียงนามใดกัน?"

"เจ้าถามชื่อข้าเช่นนั้นหรือ?" คิ้วหนาเลิกขึ้นอีกครั้ง

"ถ้าไม่ถามท่าน แล้วจะให้ข้าไปถามผู้ใดกันเล่า ก็อยู่กันตรงนี้เพียงสองคน" ลู่เสียนหลานกอดอกจ้องมองใบหน้าอันหล่อเหลาแต่ทว่าเย็นชาไร้ความรู้สึก

"เหตุใดตัวข้าจะต้องบอกเจ้า"

"ท่านไม่อยากบอกข้า เช่นนั้นก็ไม่ต้องบอก ข้าไม่อยากรู้แล้ว" ลู่เสียนหลานจึงยอบกายลงอย่างช้า ๆ

"หยุด!! ใครให้เจ้านอน"

ลู่เสียนหลานชะงักท่าทีลง พลางช้อนสายตาขึ้นมองอีกฝ่ายที่ยืนปั้นหน้าขมึงทึงอยู่ตลอดเวลา

"ถ้าไม่นอนจะให้ทำอะไร?"

"กลับหอกักปีศาจ" ชายหนุ่มเอ่ยคำด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง

"หอกักปีศาจอีกแล้ว จะกลับยังไงเสื้อผ้าก็ไม่มี"

"เช่นนั้นเจ้าก็กลับร่างเดิม"

"กลับร่างเดิม แล้วมันทำยังไง ข้าไม่รู้"

"ไม่รู้? ไม่รู้หรือเจ้าแสร้งไม่รู้กันแน่"

"นี่พี่ชาย อะ..เอ่อ ท่านก็ข้าไม่รู้ ก็คือไม่รู้" ลู่เสียนหลานมุ่ยหน้าอย่างไม่สบอารมณ์

"เช่นนั้นก็ไปทั้งอย่างนี้แล้วกัน" ชายหนุ่มตวัดสายตามองด้วยความขุ่นมัว

"หา...ข้าไม่ไป" เท้ายาวก้าวถอยหลังกรูด มือเรียวยังคงกำผ้าคลุมตัวโคร่งผืนหนาไว้อย่างเหนียวแน่น

ร่างกายสูงโปร่งย่างกรายเข้ามาประชิดตัวผู้ที่พยายามถอยร่นไปเบื้องหลังด้วยท่าทีคล้ายราชสีห์พร้อมตะครุบเหยื่อตัวน้อย

"หรือจะให้ข้าลากเจ้าไป!!"

"ข้าไม่ไป!" ลู่เสียนหลานถอยหลังด้วยอาการร้อนรน แผ่นหลังของเขาพลันแนบชิดผนังถ้ำอันเย็นเฉียบ

"ปีศาจน้อย ไยเจ้าดื้อรั้นเพียงนี้" ใบหน้าเย็นชาเอ่ยคำด้วยความเหี้ยมเกรียม

วงแขนแกร่งเอื้อมคว้าเอาคนที่ตัวเล็กกว่าเข้ามาอย่างรวดเร็ว ก่อนยกเจ้าของเรือนร่างผอมบางนั้นขึ้นพาดบ่าของตน

ร่างเล็กลอยหวือขึ้นจากพื้น ตอนนี้หัวของลู่เสียนหลานห้อยลงกลางแผ่นหลังกว้าง ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าหมุนวนกลับด้านเสียจนตาลาย ลู่เสียนหลานแทบอยากจะอาเจียนออกมาเต็มทน

"พี่ชาย นี่ท่าน ท่านปล่อยข้า ปล่อยข้าลง!!" ลู่เสียนหลานตะเบ็งเสียงดังลั่นด้วยความโกรธเคือง

"อยู่นิ่ง ๆ เจ้าอยากลงไปนอนกลิ้งบนพื้นอีกเช่นนั้นหรือ หืม..."

คนที่ยังอยู่บนบ่าดิ้นรนขลุกขลัก ดีดขาไปมาอย่างไม่ยอมแพ้

เพียะ!!

ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นอีกหลายส่วน ร่างกายที่กำลังแดดิ้นชะงักกึก 'กะ...กล้า กล้าตีก้นเราได้ยังไง คนไร้ศีลธรรม'

"เซียวจื่อเฟิ่ง ท่านเจ้าคนไร้ยางอาย" ลู่เสียนหลานเรียกชื่ออีกฝ่ายอย่างหมดความอดทน

ลู่เสียนหลานจะไม่รู้ได้อย่างไรว่านี่คือตัวละครที่ตนเองสร้างขึ้นมา อีกทั้งความฝันและสถานที่นี้เขาเองเข้ามาแล้วหลายครั้งหลายครา ทุกครั้งที่เผลอหลับตาลงมักจะฝันเรื่องเดิมซ้ำ ๆ เสมอ แต่ทว่าครานี้เรื่องราวออกจะแปลกประหลาดไปจากเดิมอยู่บ้างเท่านั้น เวลานี้ลู่เสียนหลานแน่ใจแล้วว่าตัวเองกำลังติดอยู่ในความฝัน ฝันที่เข้ามาอยู่ภายในนิยายของเขาเอง

"ก็ยังจำชื่อข้าได้นี่ ไยเมื่อสักครู่แสร้งทำเป็นลืม" ใบหน้าคมสันเหยียดยิ้มอย่างเย็นเยียบ

'ตาย วันนี้ตายแน่ ๆ เข้ามาอยู่กับใครก็ได้ ทำไมต้องมาติดอยู่กับหมอนี่ด้วย หลับเราต้องหลับ หลับแล้วตื่นอีกครั้งก็จะอยู่ที่ห้องเราแล้ว' เมื่อฉุกนึกได้ดังนั้น ร่างกายที่ขยับพลันแน่นิ่งลงในทันใด ลู่เสียนหลานปล่อยให้ตัวเองห้อยหัวอยู่เช่นนั้นด้วยอาการปลงตก

"นิ่งเช่นนี้ คิดได้แล้วใช่หรือไม่?"

ลู่เสียนหลาน "..."

ไม่มีเสียงใดตอบกลับ มีเพียงความสงบนิ่งและบรรยากาศที่เงียบสงัดลงเรื่อย ๆ

"ดี เช่นนั้นก็ไปมันทั้งอย่างนี้เลยแล้วกัน" เซียวจื่อเฟิ่งว่าพลางแบกร่างบางไว้บนบ่า เจ้าของร่างสูงโปร่งเร่งฝีเท้า และใช้วิชาตัวเบาอันล้ำเลิศของตนเหาะเหินเดินอากาศเสียจนอีกฝ่ายแทบหน้ามืดตาลาย

หัวของลู่เสียนหลานสั่นคลอนไปมา ความรู้สึกเมื่อสักครู่ที่ต้องการจะนอนหลับนั้น เขาไม่สามารถทำมันได้เลยจริง ๆ

"พี่ชาย พี่ชาย ท่านเบา ๆ หน่อยได้หรือไม่ ข้าจะไม่ไหวแล้ว" ลู่เสียนหลานเอ่ยเสียงอ้อแอ้ ใบหน้างามพะอืดพะอมแทบจะอาเจียนลมออกมาอยู่รอมร่อ

"หึ!" ริมฝีปากได้รูปยิ้มเย็นที่มุมปาก

ไม่มีการตอบกลับแต่อย่างใด เรียวขายาวแกร่งยิ่งเพิ่มความรวดเร็วขึ้นมาซะดื้อ ๆ

"ข้ายอมแพ้แล้ว ปล่อยข้าลง ปล่อยข้าลงได้หรือไม่พี่ชาย" ปากบางขยับไปมา เอ่ยคำอู้อี้เสียจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์

ฝีเท้าที่กระโดดเหาะเหินไปมาชะลอลงช้า ๆ พลันหยุดชะงักลง มือแกร่งโยนร่างอันไร้เรี่ยวแรงลงบนพื้นอย่างไม่แยแส

โอ๊ย! 'ใจดำชะมัด'

บั้นท้ายกลมมนกระแทกพื้นอย่างจัง ขาที่ยังคงมีบาดแผลเพิ่มความรวดร้าวขึ้นมาอีกหลายส่วน นัยน์ตาคู่งามตวัดมองอีกฝ่ายด้วยความเคียดขึง ฟันกรามขบกัดถูกันไปมาอย่างนึกโกรธเคือง

"เซียวจื่อเฟิ่ง! เจ้าคนใจดำ ไม่รู้คิดยังไงสร้างตัวละครแบบท่านออกมาได้กัน ข้าตื่นจากฝันเมื่อไหร่จะลบตัวท่านออกให้หมดไปเลย!!" ลู่เสียนหลานตะเบ็งเสียงดังลั่น

"หืออออ..." เซียวจื่อเฟิ่งลดตามองต่ำ จ้องมองท่าทีประหลาดของอีกฝ่ายด้วยใบหน้าเรียบเฉย

เมื่อความคุกรุ่นภายในใจเริ่มทวีความรุนแรงลู่เสียนหลานจึงเบือนหน้าหลบหนีอีกฝ่ายด้วยความขุ่นมัว ใบหน้างามพลางแหงนมองภาพเบื้องหน้าตน ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเมื่อเขาพบเข้ากับหอคอยอันสูงใหญ่ โอบล้อมด้วยกระดิ่งเงิน กระดิ่งทองมากมาย

"นะ...นี่ อย่าบอกนะจะขังข้าไว้ที่นี่จริง ๆ น่ากลัวเกินไปแล้ว" ปากเป็นกระจับพร่ำบ่นขมุบขมิบ

"หรือเจ้าเลือกลงปรโลก ไม่อยากอยู่ในนี้เช่นนั้นหรือ" นัยน์ตาคมถลึงตามองต่ำ

"ได้ ได้ พี่ชาย เช่นนั้นท่านก็พาข้าเข้าไปเลยดีหรือไม่ ข้าอยากนอนแล้ว"

"หือ นอน..." เซียวจื่อฟิ่งหรี่ตาลงด้วยความเคลือบแคลงใจ

"อะ เอ่อ เปล่า ๆ เช่นนั้นเข้าไปกันได้หรือยังเล่า"

ลู่เสียนหลานได้เพียงหวังว่าการนอนหลับในครานี้ ตัวของเขาจะสามารถตื่นจากฝันร้ายเสียที ภายในใจแทบอดรนทนไม่ไหว เจ้าของร่างเล็กจึงลุกพรวดขึ้นจากพื้นในทันใด มิหนำซ้ำยังลืมความเจ็บปวดไปเสียสิ้น ร่างกายที่ถูกแบกจนโลกหมุนเมื่อสักครู่จึงเซถลาชนเข้ากับอีกฝ่ายโดยไม่ทันตั้งตัว

ฝ่ามือหนาเอื้อมเข้ารับร่างอันปวกเปียกของลู่เสียนหลานไว้แน่น

"เจ้าไยชอบทำตัว สุ่มสี่สุ่มห้า อย่าลุกเดินสะเปะสะปะได้หรือไม่!"

"ได้ ได้ พี่ชาย ข้าขอโทษที โทษที" ลู่เสียนหลานยิ้มแหย เขาค่อย ๆ เบี่ยงกายออกจากอ้อมแขนแกร่งด้วยความเชื่องช้าอย่างแนบเนียน เมื่อหลุดออกมาจากการโอบกอดของอีกฝ่าย พลอยให้เขาถอนหายใจอย่างนึกโล่งอก

ร่างโปร่งเดินนำหน้าลู่เสียนหลานเข้าไปด้านใน ร่างเล็กจึงเดินตามหลังเข้าไปอย่างรวดเร็ว

ภายในห้องโล่งกว้างรอบด้านแทบเต็มไปด้วยปีศาจมากหน้าหลายตา ต่างหลบเร้นและถูกกักันอยู่ภายในวงแหวนเรืองแสงสีทองอร่าม

"นี่พี่ชาย ท่านเองจะขังข้าไว้ เช่นเดียวกันกับพวกเขาใช่หรือไม่ แล้วในนั้นน่ากลัวหรือเปล่า?" ดวงตาคู่งามกะพริบมองตามแผ่นหลังกว้างปริบ ๆ ขาเรียวยาวก้าวเดิน เดี๋ยวเร่งเดี๋ยวชะลอ คนเบื้องหน้าก็ยังคงจ้ำพรวดพราดโดยไม่สนใจสิ่งใด ชายหนุ่มไม่แม้จะหันหน้ากลับมาสนในลู่เสียนหลานเสียด้วยซ้ำ

"พี่ชาย ท่านสนใจข้าหน่อยได้หรือไม่ แล้วจะพาข้าไปที่ใด เมื่อไหร่จะถึงเล่า ข้าอยากนอนแล้ว"

คนที่เดินนำเบื้องหน้าชะลอฝีเท้า และหยุดลงในทันที ลู่เสียนหลานที่เอาแต่ก้มหน้าเดินตามอยู่ไม่ห่าง อีกทั้งปากยังพร่ำบ่นกระปอดกระแปด ไม่ทันได้ระวังตัวพลันชนเข้ากับแผ่นหลังกว้างอย่างจัง ร่างเล็กกระเด็นลงไปนั่งแหมะบนพื้นอย่างไม่เป็นท่า

"นี่ท่าน จะหยุดก็ช่วยบอกกันก่อนได้หรือไม่ ถามสิ่งใดก็ไม่ตอบ ยังจะมาหยุดเดิน ดื้อ ๆ แบบนี้อีก หึ"

"พูดจามากความเสียจริง เจ้า เข้าไป!"

"หา..." ลู่เสียนหลานมองตามสายตาของอีกฝ่าย เบื้องหน้าที่เซียวจื่อเฟิ่งเอ่ยถึง ลู่เสียนหลานมองแทบไม่เห็นสิ่งใดเลยแม้เพียงน้อย

"ไม่อะ ทั้งมืดทั้งน่ากลัว ทำไมท่านไม่ให้ข้าอยู่แบบคนข้างนอกนั่น"

"ข้าบอกให้เจ้าเข้าไป ไยยังดื้อดึง" มือหนาแกร่งจึงผลักร่างอันผอมบางเข้าไปด้านในอย่างรวดเร็ว

"เหวอ..." ร่างบางเซถลาเข้าไปภายในในทันที

'มืด มืด เกินไปแล้ว' ลู่เสียนหลานได้แต่นึกในใจ

เจ้าของร่างเล็กเดินวนเวียนไปมา 'เข้ามาแล้วยังไง ต้องทำไงต่อ' คิ้วหนาเข้มขมวดเข้าหากันมุ่น พลันตัดสินใจนั่งแหมะลงบนพื้นเย็นเฉียบ

'ก็ดี นอนมันตรงนี้เลยละกัน พอตื่นขึ้นมาแล้วจะได้กลับบ้านเสียที'

ลู่เสียนหลานจึงตัดสินใจทิ้งตัวลงนอนบนพื้นอันเย็นเฉียบ เปลือกตาคู่งามค่อย ๆ หรี่ลงช้า ๆ อันที่จริงเรียกได้ว่าฝืนใจตัวเองให้หลับตาลงเสียมากกว่า มือทั้งสองยังคงกำผ้าคลุมผืนหนาไว้แน่น แต่ถึงอย่างไรนาทีนี้ลู่เสียนหลานเองตัดสินใจแล้วว่าเขาจะพยายามข่มตาให้หลับ และกลับออกไปจากสถานที่บ้าบอนี้เสียที

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel