บท
ตั้งค่า

บทที่ 5 บทลงโทษ

บนเส้นทางที่เต็มไปด้วยแสงสว่างจากวงแหวนของหอกักปีศาจ ซึ่งเรียกขานกันอีกนัยว่าสถานที่คุมขังปีศาจชั่วร้ายมากหน้าหลายตา ส่งผลให้ลู่เสียนหลานปากอ้าตาค้าง ซึ่งเขาเป็นผู้คิดค้นหอกักปีศาจนี้ขึ้นมา แต่ทว่าการจินตนาการกับสิ่งที่ได้มาพบเจอด้วยสายตาช่างแตกต่างจนน่าอัศจรรย์ ดวงตาคู่งามสอดส่ายซ้ายขวาด้วยความสนอกสนใจ

'คุณพี่ปีศาจทั้งหลาย เราต้องขอโทษพวกท่านแล้วจริง ๆ เราไม่รู้ว่าที่นี่มีอยู่จริงหรือเป็นเราที่ฝันไป หากผมทำให้พวกคุณต้องทุกข์ทรมานอยู่ที่นี่ ถ้าพวกท่านไม่มีความผิดใด เราจะมาพาทุกท่านออกจากพื้นที่แห่งนี้เอง' ลู่เสียนหลานทำได้เพียงตระหนักในใจ ความรู้สึกผิดก่อตัวขึ้นมาจับจิตของตน ทั้งที่ตัวเขานั้นเป็นเพียงนักเขียนที่จินตนาการโลกอีกใบขึ้นมาเท่านั้น

ร่างสูงที่อยู่เบื้องหน้าก้าวเดินพรวดพราดแทบไม่รั้งรอผู้ที่เดินตามเบื้องหลัง เท้าเล็กกึ่งเดินกึ่งวิ่งแทบเป็นระวิงตามหลังอีกฝ่าย ในมือของเซียวจื่อเฟิ่งจูงเชือกเส้นบางที่ใช้พันธนาการข้อมือของลู่เสียนหลานเอาไว้อย่างเหนียวแน่น

"พี่ชาย พี่ชาย" ลู่เสียนหลานร้องเรียกอยู่หลายครั้งหลายครา แต่ทว่าเจ้าของท่อนขาสูงยาวนั้นยังคงก้าวเดินฉับ ๆ โดยไม่สนใจเสียงพร่ำเพรียกของลู่เสียนหลานแม้แต่น้อย

"เซียวจื่อเฟิ่ง!!" ลู่เสียนหลานตะเบ็งเสียงดังลั่นด้วยความเหลืออด

ชายหนุ่มหยุดฝีเท้าลงในทันใด เจ้าของใบหน้าเย็นชาตวัดสายตามองด้วยความขมึงทึง

"ท่านหูหนวกหรืออย่างไร ข้าเรียกตั้งหลายครั้งหลายครา เหตุใดท่านไม่ตอบ!" ลู่เสียนหลานบ่นกระปอดกระแปด

"ไฉนเจ้าช่างพูดจามากความ มีสิ่งใด หากเป็นเรื่องไม่สำคัญข้าจะเอาศรปักอกเจ้าเสียตอนนี้เลย" เซียวจื่อเฟิ่งแค่นเสียงในลำคอ ชายหนุ่มพยายามข่มอารมณ์ที่กำลังคุกรุ่นภายในใจ

"อะ เอ่อ พี่ชายช่างอารมณ์ร้อนเสียจริง...ท่านจะพาข้าไปลงโทษก็พาไปดี ๆ ได้หรือไม่ เห็น ๆ อยู่ว่าข้าไม่ได้คิดหนีแม้สักน้อย เหตุใดท่านต้องมัดข้าไว้เช่นนี้ด้วย ข้าอึดอัด"

เซียวจื่อเฟิ่งหรี่นัยน์ตาลงเล็กน้อย กวาดมองใบหน้าของลู่เสียนหลานที่กำลังทำปากขมุบขมิบไม่หยุดหย่อน

"เป็นเช่นนักโทษเจ้ายังจะมาต่อรองสิ่งใด หรือจะให้ข้ามัดเจ้าทั้งตัวแล้วโยนไป!!"

ลู่เสียนหลานสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ เรียวปากบางหยุดฉับลงในทันใด 'ไม่ได้ก็ไม่ได้สิ ทำไมต้องดุด้วย เจ้าคนใจดำอย่าให้เราตื่นอีกครั้งนะ คราวนี้ไม่พลาดแน่ เราจะลบ ลบ ลบ ลบตัวตนของท่านออกไปจากโลกเสียเลย เจ้าตัวละครเฮงซวย'

"อย่าได้คิดมาเล่นลิ้นล่อลวงตัวข้า ข้าไม่ใช่พวกคนเหล่านั้น" เซียวจื่อเฟิ่งขึงสายตามองอีกฝ่ายก่อนเบือนหน้ากลับ และดึงรั้งเชือกเส้นบางแต่ทว่าแข็งแรงดั่งเหล็กกล้า

"โอ๊ย!!" ลู่เสียนหลานหลุดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ท่อนขาสูงยาวเซถลาตามแรงผู้ที่ฉุดรั้งเบื้องหน้าไปจนแทบล้มคะมำ

ดวงตากลมโตจ้องมองแผ่นหลังกว้างด้วยความโกรธเคือง เจ้าของใบหน้าเกลี้ยงเกลาบูดบึ้งอย่างไม่พอใจ

'แค่ไปแท่นลงทัณฑ์ หึ!! เราลู่เสียนหลานเขียนนิยายเรื่องนี้ขึ้นมาเอง เหตุใดเขาจะหาทางหนีไปไม่ได้ เซียวจื่อเฟิ่งนะเซียวจื่อเฟิ่ง ท่านคอยดูเถอะหลุดไปคราวนี้ท่านอย่าหวังจะตามหาตัวเราเจอเลย' นัยน์ตาคู่งามฉายแววเจ้าเล่ห์อย่างมีแผนการ

ตลอดแนวเส้นทาง สายตาทุกคู่จากบรรดาปีศาจที่ถูกคุมขังอยู่ภายในวงแหวนกักปีศาจล้วนจ้องมองมายังลู่เสียนหลานด้วยแววตาที่สุดแสนเวทนา บ้างส่ายหน้าไปมาด้วยความสิ้นหวังให้เขา บ้างกะพริบตามองหน้าลู่เสียนหลานปริบ ๆ

'อะไรของพวกเขากัน' คิ้วเรียงสวยขมวดเข้าหากันมุ่น เท้าเรียวยาวยังคงกึ่งเดินกึ่งวิ่งตามแรงกระชากของคนเบื้องหน้า

ลู่เสียนหลานครุ่นคิดอยู่สักพัก เขาจำได้ว่าบริเวณแท่นลงทัณฑ์ล้วนโอบล้อมไปด้วยหุบเหว แต่ทว่าเบื้องล่างนั้นลู่เสียนหลานกลับไม่แน่ใจนักว่าลงไปแล้วจะเป็นเช่นไร

'ถ้ากระโดดลงไปขาจะหักไหมนะ หรือว่าตายที่นี่แล้วยังจะได้ตื่นหรือเปล่า' ลู่เสียนหลานพยายามทบทวนเนื้อหาในนิยายอย่างหนัก คิ้วงามเคลื่อนเข้าหากันเสียจนเกิดเป็นปม

ถึงแม้ว่าเขาจะแต่งเนื้อเรื่องขึ้นมาจากมันสมองอันน้อยนิดของตนก็ตาม แต่แล้วอย่างไรในเมื่อลู่เสียนหลานนั้นแต่งนิยายมาตั้งกี่เรื่อง เนื้อหาบางช่วงอาจถูกปรับเปลี่ยน แต่สถานที่ต่าง ๆ ลู่เสียนหลานคิดว่าคงไม่ผิดแปลกไปจากจินตนาการของเขามากนัก ลู่เสียนหลานพยายามไตร่ตรองเพื่อค้นหาหนทางเอาตัวรอด สองแขนยังคงถูกลากจูงดังเช่นสัตว์เลี้ยง

พลันสมองอันน้อยนิดของลู่เสียนหลานฉุกนึกได้ถึงบางสิ่ง 'ขลุ่ยเทียนซิน!'

'ว่าแต่ขลุ่ยของปีศาจนี่มันเรียกออกมายังไงกัน?'

ขลุ่ยเทียนซินเปรียบเสมือนอาวุธประจำกายของปีศาจจิ้งจอกสวรรค์ ผู้ใดก็ตามที่ได้ยินเสียงของขลุ่ยปีศาจเล่มนี้ล้วนแล้วแต่ต้องหลงใหลดั่งถูกมนตร์สะกดในท่วงทำนองที่บรรเลงออกมาจาก แต่ทว่าข้อมือที่ยังถูกพันธนาการด้วยเชือกลงพลังเวทเช่นนี้ ลู่เสียนหลานพลอยจนปัญญาคิดหาวิธีเพื่อจะเรียกของวิเศษชิ้นนั้นออกมา เขาทำได้เพียงก้มหน้ารับชะตาเดินตามหลังคนเบื้องหน้าต่อไป

ลู่เสียนหลานยังคงสับเท้าก้าวเดินตามคนร่างสูงกว่าต้อย ๆ ผู้ที่อยู่เบื้องหน้าก็ยังคงเดินจ้ำอ้าวโดยไม่สนใจอีกฝ่าย เรียวขาสูงโปร่งพยายามกึ่งเดินกึ่งวิ่งเสียจนเหนื่อยหอบ

'ขายาวชะมัด!' ลู่เสียนหลานถลึงดวงตา ลอบมองค้อนอีกฝ่ายพลันกล่าวขึ้น

"พี่ชาย ทำไมมันไกลแบบนี้ เมื่อไหร่จะถึงกัน" ลู่เสียนหลานรู้สึกเหนื่อยล้าเต็มทน ริมฝีปากบางพร่ำบ่นกระปอดกระแปด

"เจ้าอยากถูกลงทัณฑ์เพียงนั้นเชียวหรือ" เซียวจื่อเฟิ่งยังคงเอ่ยโดยไม่หันมามองลู่เสียนหลานแม้แต่น้อย

"เหอะ!! ใครเขาอยากถูกลงโทษกันขนาดนั้นล่ะพี่ชาย พูดไม่รู้จักคิดเอาซะเลย" ลู่เสียนหลานทำได้เพียงค่อนแคะ ด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

เท้าสูงยาวของคนเบื้องหน้าพลันหยุดลงในทันใด ลู่เสียนหลานที่ยังคงก้มหน้าก้มตาเดินตามมาติด ๆ จึงชนเข้ากับแผ่นหลังกว้างอย่างจัง

"โอ๊ยย!! นี่หลังคนหรือแผ่นเหล็กกัน" มือเรียวที่ถูกผูกรั้งไว้ ยกขึ้นลูบศีรษะและปลายจมูกของตนป้อย ๆ ใบหน้างามเหยเกขึ้นมาด้วยความรู้สึกเจ็บแปลบ

"ถึงแล้ว" เซียวจื่อเฟิ่งกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง

ลู่เสียนหลานแหงนเงยใบหน้าขึ้นมองภาพเบื้องหน้าของตนช้า ๆ ดวงตาคู่งามเบิกตากว้างด้วยความตื่นตะลึง

"โห ดูดีกว่าในจินตนาการของเราอีกแหะ"

ภาพที่สะท้อนเข้ามาในดวงตาปรากฏแท่นวงกลม โอบล้อมไปด้วยวงแหวนหลากสีทอแสงประกายแพรวพราวระยับงดงามตา แต่ทว่าผู้ใดเล่าจะล่วงรู้ว่าเบื้องหลังของความงามนั้น กลับเต็มไปด้วยรังสีแห่งการสังหารที่คร่าชีวิตของปีศาจมาแล้วไม่รู้กี่ตน

บริเวณรอบด้านล้วนเต็มไปด้วยบรรดานักล่าปีศาจมากหน้าหลายตา

"จื่อเฟิ่งเจ้านำตัวปีศาจจิ้งจอกสวรรค์ตนนี้มาได้แล้วหรือ" หานปินเอ่ย

'หานปิน' คือสหายคนสนิทของเซียวจื่อเฟิ่ง เขาก็คือนักล่าปีศาจที่ฝีมือดีไม่แพ้เซียวจื่อเฟิ่งเช่นกัน

ทันทีที่ลู่เสียนหลานเห็นใบหน้าของหานปิน ส่งผลให้ตัวเขานั้นอึ้งงันไปในทันที

"ลี่หมิง!!" เรียวปากงามเอ่ยเรียกอีกฝ่ายอย่างนึกลืมตัว

"หือ..." เซียวจื่อเฟิ่งเหลียวกายกลับมามองใบหน้าของลู่เสียนหลานด้วยความฉงน

"ลี่หมิง นายเข้ามาได้ยังไง นายมาตามเรากลับไปใช่ไหม" ลู่เสียนหลานฉีกยิ้มด้วยความดีอกดีใจ เดินเข้าไปหาอีกฝ่ายด้วยความตื่นเต้น

"เอ่อ..." หานปินผงะเล็กน้อย พลางเหลียวหน้าส่งยิ้มแหยให้กับเซียวจื่อเฟิ่ง

"เราเคยรู้จักกันหรืออย่างไร เจ้าปีศาจน้อย ข้าว่าข้าก็ยังไม่เคยออกตามล่าตัวเจ้าแม้แต่น้อย เห็นแต่เพียงจื่อเฟิ่งเท่านั้นที่ยังคงตามไล่ล่าเจ้าด้วยความยากเย็นแสนเข็ญ ไฉนเจ้าหนีไวปานนั้นเล่า ฝีมือระดับปรมาจารย์เช่นเขายังกว่าจะตามหาเจ้าพบ" ชายหนุ่มจิ๊ปากส่ายหน้าน้อย ๆ พลันโน้มใบหน้าเข้าใกล้ใบหน้าของลู่เสียนหลาน นัยน์ตาคมกวาดมองดวงหน้าขาวผ่องด้วยความสนอกสนใจ หานปินเบนใบหน้าของตนเองไปยังเซียวจื่อเฟิ่งที่เอาแต่ยืนสงบนิ่งอีกครั้ง

"จื่อเฟิ่ง เจ้าปีศาจน้อยงดงามเพียงนี้ เจ้าจะลงทัณฑ์เขาได้ลงคอจริงหรือ?"

เซียวจื่อเฟิ่งยิ้มเย็นบริเวณมุมปาก

"เพราะใบหน้านี้มิใช่หรืออย่างไร ทำเอาวุ่นวายกันไปเสียยกใหญ่" เซียวจื่อเฟิ่งเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง

หานปินจิ๊ปากด้วยความขัดใจ เขาเบนใบหน้าของตนกลับไปยังลู่เสียนหลานอีกครั้ง "เจ้าเรียกข้าว่าอย่างไรหรือ เจ้าปีศาจน้อย"

"อะ...เอ่อ ทะ...ท่านไม่ใช่ลี่หมิงหรอกหรือ?"

"ลี่หมิง!?" คิ้วเข้มเลิกขึ้นด้วยความฉงน

"อ้อ ไม่มีอะไร ไม่มีอะไร" ลู่เสียนหลานส่งยิ้มแหยให้กับหานปิน พลางก้าวเท้าถอยหลังช้า ๆ ด้วยความแนบเนียน ทันใดเขาจึงเซถลาชนเข้ากับเจ้าของร่างสูงเบื้องหลัง ผู้ที่ถูกอีกฝ่ายถอยร่นมาชนพลันส่งสายตาเป็นการตำหนิเล็กน้อย

'จำผิดแล้วลู่เสียนหลานเอ๋ย ลี่หมิงจะเข้ามาได้ยังไง แค่คนหน้าเหมือน แค่หน้าเหมือนกันเท่านั้น' ลู่เสียนหลานพ่นลมหายใจออกมาอย่างสิ้นหวัง

"จื่อเฟิ่ง มาแล้วเช่นนั้นหรือ ไยยังยืนอยู่ตรงนั้นเล่า พาเจ้าปีศาจตนนั้นเข้ามา" เสียงทุ้มดังขึ้นบริเวณเบื้องหน้าของแท่นลงทัณฑ์

"ขอรับ" เซียวจื่อเฟิ่งประสานมือค้อมศีรษะลงเล็กน้อยไปยังที่มาของเสียง ฝ่ามือกำเชือกเส้นบางแน่นพร้อมลากจูงเอาเชือกที่ยังผูกรั้งข้อมือของลู่เสียนหลาน พลางสาวเท้าเข้าไปเบื้องหน้าท่ามกลางสายตาของเหล่านักล่าปีศาจ

หานปินมองตามแผ่นหลังของทั้งสองคนที่กำลังมุ่งตรงไปยังแท่นลงทัณฑ์ด้วยความสนใจใคร่รู้ ใบหน้าคมคายคลี่ยิ้มอย่างนึกสนุก

"ข้าว่าท่านใจดีเกินไปหรือไม่เซียวจื่อเฟิ่ง เจ้าปีศาจตนนี้มีความผิดมหันต์ทว่าท่านกลับพามาลงทัณฑ์ด้วยสภาพที่ยังงดงามปานนี้ น่าแปลก น่าแปลกเสียจริง ๆ " หนึ่งในบรรดานักล่าปีศาจเอ่ยเสียงดังก้องออกมา และจิ๊ปากด้วยความไม่ชอบใจ

ร่างกายของบุรุษสูงโปร่ง บริเวณมือขวาดึงรั้งเชือกปราบปีศาจเส้นบางโดยไม่กล่าวสิ่งใด ใบหน้าของเขายังคงสงบนิ่งราวน้ำแข็ง

'ผิดมหันต์!? เราทำสิ่งใดผิดมหันต์กันนักล่ะ พูดจามั่วซั่วอย่าให้เจอหน้านะ พ่อจะจับมาอัดให้น่วมเลย เจ้าพวกนักล่าปีศาจใจดำ' ลู่เสียนหลานรู้สึกถึงอารมณ์ขุ่นมัวที่กำลังก่อตัวขึ้น ดวงตากลมโตกวาดมองโดยรอบ ทว่าเขาไม่พบตัวของผู้ที่เอ่ยออกมาเสียด้วยซ้ำ

ร่างของบุรุษทั้งสอง หยุดอยู่ท่ามกลางพื้นที่โล่งกว้าง

"เจ้าคุกเข่า" เซียวจื่อเฟิ่งกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ

"ไม่! ทำไมต้องคุกเข่าด้วย ข้าไม่ได้ทำสิ่งใดผิด จู่ ๆ ท่านก็มากล่าวหาข้า อีกทั้งยังเอาเชือกเส้นแข็ง ๆ นี่มามัดข้าจนเจ็บระบมไปหมด ยังมีหน้ามาให้ข้าคุกเข่าอีกเช่นนั้นหรืออย่างไร ข้าไม่ทำ!!" ลู่เสียนหลานตะเบ็งเสียง กัดฟันกรอดอย่างไม่สบอารมณ์

"ไฉนดื้อรั้นเพียงนี้" ฝ่ามืออุ่นร้อนพลันยื่นไปเบื้องหน้าของลู่เสียนหลาน เจ้าของมือกว้างพลันกางเรียวนิ้วทั้งห้า กำฝ่ามือเข้าหากันด้วยความรวดเร็ว

"โอ๊ย!!" ลู่เสียนหลานร้องเสียงหลง ร่างกายทรุดฮวบลงไปกองบนพื้นในที่สุด

"เซียวจื่อเฟิ่ง ท่านทำอะไรข้า!" ดวงตากลมโตช้อนมองใบหน้าอีกฝ่ายอย่างนึกโกรธเคือง

"เจ้าปีศาจจิ้งจอกสวรรค์ เจ้ารู้ความผิดของเจ้าหรือไม่" เสียงทุ้มดังก้องกังวานไปทั่วบริเวณ เบื้องหน้าของลู่เสียนหลานและเซียวจื่อเฟิ่งพลันปรากฏลำแสงเจิดจ้า สะท้อนออกมาทุกคราที่มีการเปล่งวาจา

"ความผิด? พวกท่านหมายถึงความผิดใดกันแน่ ข้าอยู่ของข้าดี ๆ จู่ ๆ พี่ชายท่านนี้ก็มาจับตัวข้า อีกทั้งยังยิงข้า กล่าวหาข้าสารพัด พวกท่านตั้งตนว่าเป็นนักล่าปีศาจ ทว่าไม่ยอมฟังเหตุผลของปีศาจแม้สักตนเชียวหรือ ไร้ศีลธรรม ไร้ศีลธรรมเกินไปแล้ว" ลู่เสียนหลานหรี่ดวงตาจ้องมองลำแสงที่เปล่งประกายวูบวาบอยู่เบื้องหน้าด้วยสีหน้าบอกบุญไม่รับ

เซียวจื่อเฟิ่งยืนมองท่าทีเดือดดาลของอีกฝ่ายด้วยแววตาเรียบนิ่ง เขาไม่กล่าวสิ่งใด และไม่ได้ทัดทานกับสิ่งที่ลู่เสียนหลานได้เอ่ยออกมาเช่นเดียวกัน

"เจ้าปีศาจน้อย ตัวเจ้าก่อกรรมทำชั่วเสียจนนับไม่ถ้วน มาบัดนี้เจ้ายังกล้าโอหังต่อหน้าเหล่านักล่าปีศาจเช่นนั้นหรือ ความผิดที่เจ้าก่อ เหตุใดจึงกล้าเอ่ยออกมาว่าไม่ทราบสิ่งใด เจ้าเข่นฆ่าเพื่อดูดกลืนเหล่าวิญญาณของเด็กบริสุทธิ์ในหมู่บ้านจนแทบนับไม่ถ้วน อีกทั้งยังกล้าล่อลวงผู้คนมัวเมาโลกีย์ไม่สนชายหรือหญิง มิหนำซ้ำผู้ใดลุ่มหลงเจ้าเป็นต้องจบชีวิตอย่างน่าอเนจอนาถ เจ้ายังกล้าบอกว่าตนไม่ได้ทำสิ่งใดผิดอีกเช่นนั้นหรือ"

ลำแสงสีทองเจิดจ้า ยังคงกระเพื่อมไหวตามเสียงที่เปล่งออกมา เสียงทุ้มทรงพลังร่ายความผิดยาวเหยียดของปีศาจจิ้งจอกสวรรค์เป็นระลอก

"นั่นไม่ใช่ข้า!!" ลู่เสียนหลานตะเบ็งเสียงลั่นด้วยความเหลืออด

จะให้เขาทำเช่นไร ในเมื่อจู่ ๆ เขาก็หลุดเข้ามาอยู่ในร่างของปีศาจจิ้งจอกสวรรค์เสียอย่างนั้น มิหนำซ้ำความผิดทั้งหลายแหล่ที่ลู่เสียนหลานได้ยินทั้งหมด ล้วนไม่ใช่การกระทำของเขาแม้แต่น้อย โลกใบนี้ช่างไร้ความยุติธรรมเกินไปแล้ว

"เจ้าปีศาจชั่วร้าย ไฉนยังแสร้งทำเป็นไม่รู้ถูกผิดเช่นนั้นเล่า ข้าว่าลงทัณฑ์ไปเสีย อย่าได้ไต่สวนให้มากความ" น้ำเสียงต่อว่าดังลอดออกมาจากบรรดานักล่าปีศาจที่ยืนเรียงรายกันเป็นทิวแถว

ลู่เสียนหลานจิ๊ปากอย่างไม่สบอารมณ์ 'เจ้าพวกโง่เง่า'

ลู่เสียนหลานเหลียวหน้ากลับมาช้อนสายตาขึ้นมองเซียวจื่อเฟิ่งที่ยังยืนตัวสูงโปร่งด้วยความเฉยเมย

"นี่พี่ชาย ท่านจะไม่กล่าวสิ่งใดเลยหรืออย่างไร ท่าทีของท่านเอาแต่ปั้นหน้าเช่นนี้ไง ถึงไม่มีใครเขา

ชอบท่าน เหอะ!!" ลู่เสียนหลานสบถคำออกมาอย่างเสียไม่ได้

"เจ้า ลุกขึ้น!"

"หา...พี่ชาย เดี๋ยวบอกให้นั่ง เดี๋ยวบอกให้ยืน ข้าเดาอารมณ์ท่านไม่ถูกแล้วจริง ๆ ท่านเอาแต่ใจเกินไปแล้ว"

คราวนี้ลู่เสียนหลานไม่รั้งรอให้อีกฝ่ายต้องบีบบังคับตนให้ต้องยืนขึ้นอีก เขาเกรงว่าจะต้องเจ็บปวดดังเช่นคราที่ถูกเล่นงานเมื่อสักครู่เสียจนต้องจำยอมคุกเข่าลง เจ้าของร่างโปร่งจึงหยัดกายลุกขึ้นด้วยความทุลักทุเล

เซียวจื่อเฟิ่งคลายพันธนาการออกจากข้อมือเล็ก พลางส่งเจ้าของร่างงามขึ้นไปยังแท่นลงทัณฑ์

'น่ากลัว น่ากลัวเกินไปแล้ว' เรียวขาคู่งามก้าวขึ้นแท่นลงทัณฑ์ด้วยอาการสั่นเทา ฝ่าเท้าเล็กพลันลื่นพรืดแทบล้มลง เซียวจื่อเฟิ่งที่ยืนรั้งอยู่เบื้องหลังจึงโอบรัดเอาเรือนร่างของลู่เสียนหลานไว้ได้ทันท่วงทีก่อนร่วงหล่นลงพื้น

"เจ้า ไยชอบทำตัวสุ่มสี่สุ่มห้านัก" วงแขนที่โอบประคองคนร่างเล็กกว่า ส่งเจ้าตัวโยนขึ้นแท่นลงทัณฑ์โดยไม่ให้อีกฝ่ายได้ทันตั้งตัว

"เหวอ..." เจ้าของใบหน้างามเหลอหลา กางแขนออกพรึบพับคล้ายลูกนกกำลังหัดบิน เพื่อทรงตัวหลังจากถูกส่งกลับขึ้นไป จะว่าไปแล้วดูจะเป็นการผลักไสเขาขึ้นไปยังด้านบนด้วยความรุนแรงเสียมากกว่า

'เจ้าคนใจดำ' ลู่เสียนหลานหน้างอง้ำ ยังไม่ทันได้สาปแช่งอีกฝ่าย ฉับพลันท่อนแขนทั้งสองข้างของเขาก็ถูกดึงรั้งกางออกจากกันสองฝั่ง ด้วยแสงสีทองเรืองรอง ร่างกายอันผอมบางทว่างดงามสมส่วนราวภาพวาด ลอยขึ้นเหนือพื้นด้วยความเชื่องช้า

'อะไรอีกแล้ว แล้วแบบนี้จะหนียังไง' ลู่เสียนหลานทอดถอนหายใจด้วยความปลดปลง

'คิดสิเสียนหลาน นายคิดสิ เรื่องนี้นายเป็นคนเขียนมันขึ้นมาเอง ทางรอดของนายอยู่ตรงไหน

มันยากเย็นอย่างนั้นเลยหรือไงกัน' ลู่เสียนหลานขมวดคิ้วมุ่นเข้าหากัน ริมฝีปากรูปกระจับพลันปรากฏรอยยิ้มอย่างมีเลศนัย

การลงทัณฑ์ที่ลู่เสียนหลานไม่ได้ก่อกำลังจะเริ่มต้นขึ้นในอีกไม่ช้า หนทางเอาตัวรอดในคราวนี้ ลู่เสียนหลานไม่คาดคิดเช่นกันว่านั่นจะช่วยให้เขาสามารถเอาตัวรอดได้จริงหรือไม่ หรืออาจยิ่งทวีความอันตรายมากกว่าเดิม

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel