บท
ตั้งค่า

บทที่ 3 เสมือนเรื่องจริง

ซาอีดถูกลากถูไปตามพื้นหิน สายตาของเขายังคงจับจ้องที่ร่างไร้วิญญาณของพระมารดาที่ถูกทิ้งไว้อย่างโดดเดี่ยวกลางลานประหาร เสียงร้องไห้ปานจะขาดใจของเขายังคงดังก้องอยู่ในวังหลวง ก่อนที่ประตูใหญ่จะปิดกระแทกลง... ขังเขาไว้กับความมืดและความแค้นเพียงลำพัง

เสียงฝีเท้าที่หนักอึ้งย่ำลงบนผืนทรายที่ร้อนระอุราวกับเศษแก้วที่ถูกเผาไฟ ซาอีด เดินโซซัดโซเซอยู่ท่ามกลางความเวิ้งว้างของทะเลทรายคาฟารีนา พายุทรายเริ่มตั้งเค้าเป็นม่านสีเหลืองทองที่บดบังทัศนียภาพจนหมดสิ้น ลมแรงพัดกระหน่ำจนเม็ดทรายสาดซัดเข้าหาผิวหนังที่แตกกร้านดุจคมมีดนับพันเล่มที่กรีดแทง เขามีเพียงดาบเก่าเล่มเดียวที่เหน็บข้างกาย และหัวใจที่แตกสลายทว่าเต็มไปด้วยไฟแค้น รอยเลือดบนฝ่ามือของซาอีดทั้งสองข้างเลือดของพระมารดาที่เคยอุ่นบัดนี้กลายเป็นคราบสีน้ำตาลดำแห้งกรังติดอยู่ใต้ซอกเล็บ ทุกครั้งที่ลมพายุพัดผ่านเขาจะยังคงได้กลิ่นคาวเลือดนั้นปนมากับกลิ่นอายร้อนของทะเลทราย ภาพใบหน้าของพระมเหสีอมีนาที่ดวงตาเบิกกว้างมองมาที่เขาก่อนสิ้นลมหายใจลอยเด่นขึ้นมาในมโนภาพ

"ท่านแม่... ข้าขอโทษที่ข้าปกป้องท่านไม่ได้..." เขาพึมพำน้ำตาที่ไหลออกมาถูกลมร้อนระเหยไปในทันที เหลือเพียงรอยคราบเกลือจางๆ บนแก้มที่ตอบซูบ

ในยามที่สติของเขาเริ่มพร่าเลือนเพราะความกระหายน้ำ ภาพในพระราชวัง ก็ผุดขึ้นมาทำร้ายใจอีกครั้ง เสียงถ่มน้ำลายอย่างดูแคลนของสุลต่าน... ชายที่เขาเคยเรียกว่าพ่อ รอยยิ้มเย้ยหยันดุจปีศาจของสนมดาริน... หญิงชั่วที่ทำลายครอบครัวของเขาจนพินาศ เสียงแตกสลายของตราประทับรัชทายาททองคำที่ถูกเหยียบย่ำอยู่ใต้ฝ่าเท้า

"เจ้าคือบุตรของนางกบฏ เลือดในตัวเจ้ามันโสโครก" เสียงตะคอกของบิดาดังก้องอยู่ในหูสลับกับเสียงพายุทราย ซาอีดทรุดเข่าลงกับพื้นทรายที่อ่อนนุ่ม ความร้อนระอุแทรกซึมผ่านกางเกงที่ขาดวิ่น เขาหอบหายใจอย่างแรงจนเม็ดทรายเข้าปอด เขารู้ดีว่าสุลต่านส่งเขามาที่นี่เพื่อให้เขากลายเป็นเพียงซากศพที่ถูกทรายฝังกลบ เพื่อให้ความลับเรื่องการนองเลือดในคืนนั้นหายสาบสูญไปพร้อมกับเขา

"ไม่...ข้าจะไม่มีวันตายเป็นอันขาด" ซาอีดขบฟันจนเลือดซึมที่ริมฝีปาก เขาใช้ดาบเล่มเดียวในมือค้ำยันร่างกายที่สั่นเทิ้มให้ลุกขึ้นยืนอีกครั้ง ดวงตาที่เคยอ่อนโยนบัดนี้กลับแข็งกร้าวและเย็นชาดุจน้ำแข็งใต้คืนเดือนดับ

"ข้าจะยังไม่ตาย... จนกว่าเลือดของนางงูพิษนั่นจะหลั่งชโลมพื้นหินอ่อนเท่ากับเลือดของท่านแม่ ข้าจะยังไม่ตาย... จนกว่าข้าจะได้เห็นท่านพ่อคุกเข่าอ้อนวอนขอขมาต่อหน้าหลุมศพที่ไร้ชื่อของนาง"

ซาอีดก้าวเดินต่อไป ท่ามกลางพายุทรายที่โหมกระหน่ำหนักขึ้น ร่างของเขาค่อยๆ เลือนหายไปในม่านฝุ่น ทิ้งไว้เพียงคำสาบานที่หนักแน่นกว่าขุนเขา เขาจะไม่ใช่รัชทายาทที่อ่อนแออีกต่อไป แต่เขาจะเป็น "พายุทราย" ที่จะย้อนกลับไปทำลายอาณาจักรที่หักหลังเขาให้ราบเป็นหน้ากลอง

(ปัจจุบัน)

ตัวอักษรบนหน้ากระดาษดูเหมือนจะเลือนรางไปชั่วขณะ เพราะม่านน้ำตาที่รื้นขึ้นมาคลอเบ้า อันธิยา สะอื้นฮักออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ เธอขยับปลายนิ้วลูบไปตามบทละครตอนที่บรรยายถึงคราบเลือดแห้งกรังบนมือของซาอีด ราวกับว่าเธอกำลังสัมผัสถึงความเจ็บปวดที่จับขั้วหัวใจของตัวละครนั้นจริงๆ

“ทำไมถึงทำกันได้ขนาดนี้... ทั้งที่รักกันมาเป็นสิบปีแท้ ๆ ” เธอพึมพำกับตัวเอง เสียงสั่นเครือด้วยความอินในบทบาท

ในหัวของเธอตอนนี้ไม่ได้อยู่ในกองถ่ายที่วุ่นวาย แต่อยู่กลางทะเลทรายคาฟารีนาที่ร้อนระอุ เธอเห็นภาพพระมเหสีอมีนาถูกพรากชีวิต เห็นแววตาอำมหิตของสนมดาริน และเสียงถ่มน้ำลายที่เหยียบย่ำศักดิ์ศรีของมนุษย์คนหนึ่งจนจมดิน ความรู้สึกสงสารและแค้นเคืองปนเปกันจนหน้าอกของเธอรู้สึกอัดอั้น เธอสงสารเจ้าชายซาอีด อย่างจับใจ

“คุณอันธิยาครับ เข้าฉากได้แล้วครับ ทีมงานพร้อมแล้ว”

เสียงตะโกนเรียกจากผู้ช่วยผู้กำกับดั่งเสียงระฆังที่ดึงเธอออกจากโลกแห่งจินตนาการ อันธิยาสะดุ้งโหยง เธอรีบยกหลังมือขึ้นปาดน้ำตาอย่างลวก ๆ พลางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อดึงสติตัวเองกลับมาสู่โลกความเป็นจริง เธอก้มลงมองบทในมือเป็นครั้งสุดท้ายที่ประโยคแค้นของซาอีด

‘ข้าจะยังไม่ตาย... จนกว่าเลือดของนางงูพิษนั่นจะหลั่งชโลมพื้นหินอ่อน’

“ไปค่ะ พร้อมแล้ว” อันธิยาตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป ดวงตาของเธอที่เคยอ่อนโยนเมื่อครู่กลับฉายแววเด็ดเดี่ยวและกร้าวแกร่งขึ้นมาอย่างน่าประหลาด

เธอลุกขึ้นยืน สลัดภาพผู้หญิงใจอ่อนทิ้งไป บัดนี้เธอไม่ได้เป็นเพียงนักแสดงที่มาอ่านบท แต่เธอพร้อมแล้วที่จะสวมวิญญาณเพื่อถ่ายทอดความโศกเศร้าและความแค้นนี้ออกมาให้คนทั้งโลกได้เห็น... ให้สมกับความเจ็บปวดที่ซาอีดและพระมเหสีได้รับ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel