บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 5 : นิมิตกลางพายุทราย

ความชุลมุนในกองถ่ายค่อยๆ ห่างออกไปเมื่ออันธิยาถูกพามาพักที่เต็นท์ส่วนตัว แอร์เคลื่อนที่ส่งเสียงครางเบา ๆ ท่ามกลางความเงียบที่ดูจะสงัดจนผิดปกติ เธอทิ้งตัวลงบนโซฟาหนังสีดำ ข้อมือยังสั่นน้อยๆ จากแรงอารมณ์ที่ค้างคา

เธอก้มลงมองบทละครในมือที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อ ความสงสัยและแรงดึงดูดบางอย่างสั่งให้เธอเปิดอ่านหน้าถัดไปหลังจากที่เธออ่านค้างเอาำว้ก่อนไปเข้ากองถ่าย... หน้าที่บรรยายถึงชีวิตของซาอีดหลังจากถูกทิ้งให้ตายท่ามกลาฃทะเลทรายที่ร้อนระอุ

{ในบทนิยาย บันทึกเลือดบนผืนทราย}

ซาอีดที่ยังไม่ได้ตาย... แต่เขากำลังกลายเป็นปีศาจ ลมหายใจที่พ่นออกมามีแต่กลิ่นทะเลทราย ความร้อนไหม้เกรียมพื้นผิวกาย ที่มีแต่ความแค้น เขาใช้กรงเล็บและดาบหักๆ ขุดคุ้ยหาซากสัตว์และรากไม้กลางทะเลทรายเพื่อประทังชีวิต ร่างที่เคยกำยำในฉลองพระองค์รัชทายาท บัดนี้เหลือเพียงชายหนุ่มในชุดปุปะที่เต็มไปด้วยคราบเกลือและฝุ่นหนา

ในคืนที่ดวงจันทร์แดงฉานดุจโลหิต ซาอีดพบบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกลืมกลางหุบเขาอัซฮาร์ เขาทรุดกายลงดื่มกินน้ำอย่างหิวกระหาย ทว่าภาพสะท้อนในน้ำกลับไม่ใช่หน้าของเขา... แต่เป็นใบหน้าของสตรีนางหนึ่งที่สวมอาภรณ์แบบเดียวกับคนในวัง นางมองมาที่เขาด้วยแววตาโศกเศร้าและส่งมือมาหมายจะดึงเขาขึ้นจากความมืดมิด

“เจ้าเป็นใคร... นางแม่มดที่ดารินส่งมาปลิดชีพข้าอย่างนั้นหรือ” ซาอีดคำรามใส่ผืนน้ำ

อันธิยาอ่านมาถึงตรงนี้ เปลือกตาของเธอก็หนักอึ้งขึ้นอย่างกะทันหัน ความเย็นของแอร์ในเต็นท์ดูจะจางหายไป แทนที่ด้วยความร้อนระอุที่แผ่ซ่านมาจากใต้ฝ่าเท้า เธอเคลิ้มหลับไปพร้อมกับบทละครที่วางอยู่บนอก

ในความฝันที่ชัดเจนยิ่งกว่าความจริง...ของเธอ

อันธิยาพบว่าตัวเองยืนอยู่บนยอดเนินทรายสูงชัน ลมพายุพัดหวีดหวิวเกรียวกราว แต่แปลกที่เธอกลับไม่รู้สึกกลัว เธอเห็นร่างของชายคนหนึ่งเดินโซเซอยู่เบื้องล่าง ร่างนั้นทรุดลงกับพื้นทรายซ้ำแล้วซ้ำเล่า

“ซาอีด...” เธอพึมพำ ชื่อนั้นหลุดออกมาจากริมฝีปากอย่างเป็นธรรมชาติ

ชายคนนั้นชะงักฝ่าเท้า เขาเงยหน้าที่เปื้อนฝุ่นขึ้นมา แววตาคมกริบสีน้ำตาลไหม้จ้องตรงมาที่เธอ มันคือแววตาเดียวกับภวินท์ในกองถ่าย แต่กลับมีความอาดูรและกร้าวแกร่งกว่านับพันเท่า เขาตะเกียกตะกายขึ้นมาบนเนินทรายหมายจะคว้าตัวเธอ

“เจ้าเป็นใคร บอกชื่อเจ้ามา” เสียงของเขาดังกังวาลแม้จะไร้เรี่ยวแรง จนแผ่นดินทรายสั่นสะเทือน

อันธิยาพยายามจะถอยหนี แต่ทรายใต้เท้ากลับนุ่มและดูดร่างเธอดิ่งลงไป เธอเอื้อมมือไปข้างหน้าโดยสัญชาตญาณ มือของเธอสัมผัสเข้ากับฝ่ามือที่หยาบกร้านและร้อนผ่าวของเขา ความเจ็บปวดจากการถูกเนรเทศ ความแค้นที่เห็นแม่ตาย และความโดดเดี่ยวของเขาไหลบ่าเข้าสู่หัวใจของเธอผ่านสัมผัสนั้น

“ฉันชื่อ... ฉันคือ...”

ยังไม่ทันสิ้นคำพูด ร่างของซาอีดก็สลายกลายเป็นผงทรายพัดเข้าใส่ตาของเธอจนพร่ามัว เสียงหัวเราะเยาะหยันของสนมดารินดังก้องมาจากทุกทิศทาง พร้อมกับประตูกาลเวลาขนาดมหึมาที่ทำจากหินพุพองค่อยๆ ปรากฏขึ้นเบื้องหลังร่างของเขา

เสียง "วี๊ด" ยาวๆ ในหูค่อยๆ จางไปพร้อมกับความรู้สึกมึนงงที่เข้าจู่โจม อันธิยาสะดุ้งเฮือก ร่างกายกระตุกราวกับตกจากที่สูง เธอพบว่าตัวเองกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเก้าอี้พับหลังกองถ่าย ในมือยังคงกำบทละครไว้แน่นจนกระดาษยับยู่ยี่

เหงื่อเย็นๆ ผุดพรายตามไรผม ลมหายใจยังหอบถี่เหมือนคนที่เพิ่งวิ่งหนีพายุทรายมาหมาดๆ

“คุณอันธิยา เป็นอะไรหรือเปล่าครับ หน้าซีดเชียว” เสียงของเด็กฝึกงานในกองถ่ายทักขึ้น พร้อมกับยื่นขวดน้ำเย็นให้

อันธิยากะพริบตาถี่ๆ มองไปรอบตัว แสงไฟสปอตไลท์ยังคงสว่างไสว ทีมงานกำลังวุ่นวายกับการซ่อมระบบไฟที่ช็อตเมื่อครู่ ภวินท์ยืนอยู่ไม่ไกลเขากำลังให้ช่างแต่งหน้าเติมแป้ง แต่สายตาของเขากลับจ้องมองมาที่เธอด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก... แววตาที่ไม่มีร่องรอยของความขี้เล่นเหลืออยู่เลย

“ฉัน... ฉันแค่เพลียๆ ค่ะ เหมือนหลับไปแวบหนึ่ง” เธอบอก ขยับตัวลุกขึ้น แต่แล้วเธอก็ต้องชะงัก

เศษทราย...

บนบทละครที่เธอกำไว้ มีเม็ดทรายสีหม่นละเอียดหยิบมือหนึ่งร่วงลงมาบนตัก มันไม่ใช่ทรายประดิษฐ์ที่ใช้ในกองถ่ายซึ่งมักจะเป็นกากเพชรหรือผงละเอียดสีขาว แต่นี่คือทรายจริงๆ ที่มีความอุ่นร้อนราวกับเพิ่งถูกเผาด้วยแดดกลางทะเลทรายคาฟารีนา

เธอยกมือขึ้นลูบหน้า พลันรู้สึกแสบแปลบที่โหนกแก้ม เมื่อส่องกระจกเงาเล็กๆ ที่วางอยู่ใกล้ตัว เธอเห็นรอยขีดข่วนบางๆ เหมือนถูกใบหญ้าคมๆ หรือเม็ดทรายที่พัดด้วยความเร็วสูงกรีดแทง

‘มันจะเป็นไปได้ยังไง... ฉันยังไม่ได้ออกไปจากสตูดิโอเลยด้วยซ้ำ’

ในขณะนั้นเองก็มีลมประหลาดวูบหนึ่งพัดผ่านเข้ามาในห้องพักของเธอ ทั้งที่ประตูปิดสนิท มันเป็นลมที่หอบเอาความร้อนระอุและกลิ่นกำยานอ่อนๆ มาปะทะหน้า กลิ่นที่อันธิยาจำได้ขึ้นใจจากบทละครบทที่ 2... กลิ่นประจำตัวของรัชทายาทราชิด เพียงไม่นานมีเสียงโวยวายทีมงาน

“คุณอาคมครับ ประตูหลังสตูดิโอเปิดไม่ได้ครับ” เสียงทีมงานตะโกนขึ้นมาด้วยความตกใจ

“มันเหมือนมีแรงดันมหาศาลจากข้างนอก และ... และมีทรายทะลักเข้ามาตามร่องประตูครับ!”

อันธิยาหันไปมองทางประตูเหล็กบานยักษ์ท้ายสตูดิโอ ที่นั่น ทรายสีหม่นกำลังไหลทะลักเข้ามาดุจสายน้ำที่ไม่มีวันสิ้นสุด มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ และไม่ใช่เอฟเฟกต์กองถ่ายอีกต่อไป

“คำทำนาย...” เสียงหนึ่งกระซิบข้างหูเธอ เป็นเสียงโหยหวนของสตรีที่ดูไกลห่างแต่อยู่ใกล้เพียงเอื้อมมือ “หญิงต่างแดน... ประตูทรายถูกเปิดออกแล้ว”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel