ตอนที่ 6 บทลงโทษ
"คุณคะ! / พ่อคะ!"
สองแม่ลูกเรียกออกมาพร้อมกันแล้วเดินเข้าไปหาหวังจะให้คนที่มีอำนาจใหญ่สุดในบ้านช่วยสั่งสอนรัดเกล้าสักหน่อย ส่วนรัดเกล้าก็ทำเพียงยืนมองด้วยสีหน้านิ่งๆ ไม่ได้รู้สึกกลัวหรือว่าอยากจะขอความช่วยเหลือจากผู้เป็นพ่อสักนิดเดียว
เพราะว่าถ้าพ่อเธอไม่ได้เข้ามาขัดจังหวะ เธอก็คงชนะใสๆ อยู่แล้ว
"ทะเลาะกันเสียงดังเชียว ไม่ดังออกไปนอกหมู่บ้านแล้วหรือไง"
"คุณกิต...ก็ดูเกล้าสิคะ ไม่เข้าข้างน้องตัวเองไม่พอยังจะไปเข้าข้างไอ้คนรับใช้แบบโจวมันอีก คุณต้องจัดการมันเลยนะคะ"
นลินยากอดแขนสามีแล้วรีบฟ้องทันที ยังไงรัดเกล้าก็ต้องโดนดุด่าบ้างแหละ มีอย่างที่ไหนลูกสาวเธอจะโดนอยู่ฝ่ายเดียวแบบนี้ ไม่ยุติธรรมเอาซะเลย
"ใช่ค่ะคุณพ่อขา...เนยเจ็บแก้มไปหมดแล้วเนี่ย พี่เกล้าใจร้ายตบเนยได้ลงคอ ฮือๆ"
เนตรเองก็รีบบีบน้ำตาสร้างภาพว่าตัวเองเป็นผู้เสียหายอีกคน ใจจริงอยากจะเข้าไปตบรัดเกล้าด้วยตัวเองแต่ขืนทำแบบนั้นคงจะเสียภาพลักษณ์ลูกสาวคนเล็กที่แสนดีแย่
กิตภพฟังแล้วก็เลื่อนสายตาคมดุมามองลูกสาวคนโตที่ยืนกอดอกอยู่ ทั้งๆ ที่ภรรยาและลูกคนเล็กกำลังเป็นเดือดเป็นร้อนจนรีบฟ้องเขาปากเปียกปากแฉะซะขนาดนี้ แต่รัดเกล้ากลับดูนิ่งสงบกว่าที่คิด
นี่แหละ คนที่จะมาสืบทอดทุกอย่างต่อจากท่าน จะต้องมีสติและใจเย็นในทุกสถานการณ์
"แม่กับน้องว่าอย่างนั้น แล้วเกล้าล่ะอยากจะพูดอะไรให้พ่อฟังไหม"
รัดเกล้าเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจที่อยู่ๆ พ่อก็นึกอยากจะใจดีฟังสิ่งที่เธอพูดขึ้นมาบ้าง นึกว่าจะไม่อยากฟังซะอีก
ไปกินยาไม่ได้เขย่าขวดมาหรือเปล่า?
"แล้วคุณพ่ออยากฟังเกล้าพูดไหมล่ะคะ"
"ก็ลองพูดมาดูก่อน แล้วพ่อจะตัดสินอีกที"
"เกล้าแค่จะแวะมาหาคุณพ่อเพื่อจะรายงานเรื่องที่ไปเสนองานลูกค้าสำเร็จน่ะค่ะ ก็คุณพ่อไม่มีเวลาให้เกล้าเลยนี่คะ"
โทรไปก็ไม่รับไม่รู้จะมีโทรศัพท์ไว้ทำไม มีโทรศัพท์แพงๆ แล้วไม่รู้จักใช้ก็ปาๆ ทิ้งลงคลองไปเถอะ
รัดเกล้าคิดอย่างหงุดหงิด ถ้าพ่อเธอยอมรับสายแต่โดยดีเธอคงไม่ต้องถ่อมาที่บ้านหลักจนต้องมีเรื่องกับนลินยากับเนตรแบบนี้หรอก ใช่ พ่อเธอนั่นแหละ ที่เป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด!
"อา...นั่นสินะ พ่อเปิดระบบสั่นไว้น่ะ แล้วตกลงเรื่องมันเป็นยังไง"
นลินยาได้ยินคำพูดของสามีแล้วก็หน้าซีด สามีอยากฟังรัดเกล้าเล่าว่าสถานการณ์มันเป็นยังไงเนี่ยนะ มีหวังเธอกับลูกคงถูกต่อว่าอีกแน่ๆ!
"ก็ไม่มีอะไรมากค่ะ ยัยเนยคิดจะหยิบของๆ เกล้าโดยไม่ได้รับอนุญาตอีกแล้วน่ะค่ะ"
ใจจริงรัดเกล้าอยากจะพูดว่า 'ขโมย' มากกว่า แต่มันก็ดูจะเป็นคำพูดที่แรงไปหน่อย พ่อเธอคงรับไม่ได้หรอก
"เดิมทีเกล้าก็เป็นคนหวงของอยู่แล้ว คุณพ่อก็รู้นี่คะ ว่าเกล้าไม่ชอบให้ใครมายุ่งกับของส่วนตัวของเกล้าน่ะ"
ใช่ ความผิดของเนตรที่หนักสุดคือมายุ่งกับโจวนี่แหละ!
"กะ...ก็เนยแค่อยากดูเฉยๆ จะหวงอะไรนักหนา"
"ของมันแพงนักหรือไง ฮึ?"
กิตภพล่ะอยากรู้นักว่าของที่รัดเกล้าหวงนักหวงหนาครั้งนี้จะเป็นอะไรอีก ท่านรู้ดีว่าลูกสาวของท่านมีนิสัยขี้หวงมาแต่เด็ก และเนตรเองก็เคยก่อวีรกรรมแอบเข้าไปหยิบเสื้อผ้าของรัดเกล้ามาใส่โดยไม่ได้รับอนุญาตมาหลายครั้งแล้ว
"ไม่แพงหรอกค่ะ แต่มันมีค่าทางใจ นี่เป็นเสื้อผ้าที่พี่กรเขาซื้อให้เกล้าโดยเฉพาะเลยนะคะ ของที่คู่หมั้นอุตส่าห์ซื้อให้เป็นใครเขาก็ต้องหวงไหมคะคุณพ่อ"
พูดแบบนี้ก็กระดากปาก ยิ่งต่อหน้าโจวด้วย ตอนนี้หญิงสาวกำลังสร้างภาพว่าเธอไม่พอใจที่เนตรมายุ่งกับของๆ ที่คณกรซื้อให้ ถ้าไม่พูดออกไปแบบนี้พ่อเธอคงจะรู้สึกตงิดใจแย่ที่เธอไปตบหน้าเนตรแบบนั้น เพราะแบบนั้นเลยต้องยกเหตุผลที่หนักแน่นพอที่พ่อจะเอาผิดเธอไม่ได้
กิตภพหรี่ตาลงอย่างครุ่นคิดตามคำพูดของลูกสาว ก็จริงที่คนของท่านรายงานมาแล้วว่าวันนี้ลูกสาวไปออกเดตกับคณกรมาจริงๆ แล้วทั้งคู่ก็ไปเดินช็อปปิงกันนิดหน่อยก่อนที่ไปกินข้าวแล้วแยกย้ายกันกลับ แสดงว่ารัดเกล้าพูดความจริงไม่ได้โกหกท่าน
"ที่พี่เขาพูดจริงหรือเปล่าเนย"
คราวนี้กิตภพหันขวับมามองลูกสาวคนเล็ก เนตรถึงกับสะดุ้งเมื่อถูกสายตาดุๆ ของพ่อมองแบบนี้ เนตรรีบส่งสายตามองแม่ตัวเองเพื่อขอความช่วยเหลือทันทีเพราะตัวเองไม่อยากถูกดุ
"จริงค่ะ แต่คุณกิตคะ ยัยเนยแค่ขอดูหน่อยเดียวเองนะคะ จะหวงอะไรขนาดนั้นล่ะคะ นี่คุณจะเข้าข้างเกล้าอีกแล้วหรือ?"
"อือ เข้าข้างสิ"
เพราะถ้าเป็นท่านมีใครมาหยิบของๆ ตัวเอง ท่านก็ไม่พอใจเหมือนกัน นิสัยขี้หวงของรัดเกล้าคงได้มาจากท่านนี่แหละ
"คุณคะ!"
นลินยากับเนตรไม่อยากจะเชื่อจะหูเลยว่ากิตภพจะพูดออกมาแบบนี้ มันช่างน่าน้อยใจจริงๆ
"ฮึก...แต่เนยถูกไอ้โจวมันจับแขนนะคะ คุณพ่อต้องจัดการมันสิ! ไม่งั้นเนยไม่ยอมนะคะ!"
เนตรเริ่มแสดงอาการไม่พอใจออกมาแล้วฟ้องต่อ เรื่องอะไรเธอจะต้องโดนอยู่คนเดียว อย่างน้อยๆ ไอ้คนชั้นต่ำแบบโจวก็ควรถูกลงโทษด้วยสิ
"จริงหรือเปล่าโจว ที่ลูกสาวฉันพูดน่ะ"
"จริงครับท่าน"
โจวไม่คิดจะหลีกเลี่ยงเรื่องที่เขาทำอยู่แล้ว เขากล้าทำเขาก็กล้ารับเหมือนกัน และเขาไม่คิดว่าตัวเองทำผิดด้วย แค่ทำในสิ่งที่คิดว่าถูกต้อง ต่อให้ย้อนเวลากลับไปเขาก็จะดึงเนตรออกมาอยู่ดีที่คิดจะมายุ่งกับของๆ รัดเกล้า
"ทำไม?"
"เพราะคุณหนูเนตรจะเข้ามาหยิบของๆ คุณหนูเกล้า ผมที่ยืนเฝ้าของอยู่เลยกระทำตัวเสียมารยาทลงไปครับ"
"แต่ที่โจวทำแบบนั้นเพราะเกล้าสั่งให้เขาเฝ้าของไว้นะคะคุณพ่อ ยัยเนยต่างหากที่ผิดคิดจะมายุ่งของๆ คนอื่นโดยที่เจ้าของเขาไม่อยู่"
"แต่เกล้าก็ไม่ควรจะไปเข้าข้างไอ้คนชั้นต่ำจนถึงขั้นตบหน้าน้องแบบนั้นไหม"
นลินยาพูดเสริมยังรู้สึกเจ็บใจไม่หายที่ลูกสาวตัวเองถูกรัดเกล้าตบจนแก้มแดง
"เกล้าแค่ไม่ชอบให้ใครมายุ่งกับของๆ เกล้าค่ะ คุณพ่อเองก็เข้าใจเกล้าใช่ไหมคะ"
"เข้าใจ เป็นพ่อเองก็คงไม่ชอบเหมือนกัน เนย ครั้งนี้ลูกก็ผิดนะที่ไปยุ่งกับของๆ พี่เขาน่ะ ขอโทษพี่เขาซะสิ"
"เอ่อ..."
เนตรส่งสายตาไปทางแม่คล้ายจะถามความเห็น ซึ่งนลินยาก็กัดฟันอย่างเจ็บใจ แต่ในเมื่อสามีเอ่ยคำขาดมาซะขนาดนั้นแล้ว เธอจะกล้าเข้าไปขัดได้ยังไงล่ะ เลยจำใจต้องพยักหน้าให้ลูกสาวพูดตามที่สั่งไป
"เนย...ขอโทษค่ะพี่เกล้า"
"ไม่เป็นไร"
รู้สึกสะใจเล็กๆ อยู่เหมือนกันที่เห็นเนตรมาขอโทษแบบนี้ ที่ตบไปก็ถือว่าคุ้มอยู่นะเนี่ย
"ส่วนโจว...นายทำตามที่ลูกสาวฉันสั่งก็จริง แต่อย่าลืมว่าตัวเองเป็นแค่คนรับใช้ จะทำตัวเสียมารยาทแบบนั้นใส่ลูกสาวของฉันไม่ได้หรอกนะ"
"ผมขอโทษจริงๆ ครับท่าน"
"ฉันยินดีรับคำขอโทษ แต่เพื่อไม่ให้ใครทำตัวเป็นเยี่ยงอย่างในภายหลัง ฉันขอลงโทษนาย..."
"คุณพ่ออย่าบอกนะคะว่า..."
คงไม่ใช่แบบที่เธอคิดหรอกใช่ไหม
"ฉันขอลงโทษให้นายอยู่ใน 'ห้องนั้น' หนึ่งวันเป็นการลงโทษ ไปสำนึกผิดในห้องซะว่าตัวเองได้ทำอะไรลงไปบ้าง"
นลินยากับเนตรถึงกับคลี่ยิ้มออกมากับบทลงโทษที่กิตภพให้กับโจว ถึงพวกเธอจะถูกต่อว่าแต่ถ้าโจวถูกลงโทษแบบนี้ก็ยังพอจะอารมณ์ดีได้อยู่บ้าง
"ครับ"
"เอาตัวโจวไปขังซะ"
กิตภพสั่งบอดี้การ์ดที่ยืนอยู่ ทั้งคู่จึงมาพาตัวชายหนุ่มไปที่โกดังซึ่งมี 'ห้องนั้น' อยู่ รัดเกล้าได้แต่ยืนมองด้วยความรู้สึกเจ็บที่หัวใจ เขาถูกลงโทษก็เพราะปกป้องของๆ เธอแท้ๆ ไม่ยุติธรรมเอาซะเลย
"มีปัญหาอะไรอีกหรือเปล่าเกล้า"
กิตภพถามลูกสาวที่ยังมีสีหน้านิ่งเรียบจนท่านก็ยังเดาความคิดไม่ออกว่าลูกกำลังคิดอะไรอยู่ จริงๆ ท่านกำลังทดสอบปฏิกิริยาของรัดเกล้าด้วยแหละ ทว่า...รัดเกล้ากลับแสร้งฉีกยิ้มแล้วตอบกลับ
"ไม่มีค่ะ ทำไมเกล้าจะต้องมีปัญหาด้วยล่ะคะ บทลงโทษแค่นั้นถือว่าเบาแล้วล่ะค่ะสำหรับโจว"
