บทย่อ
หน้าตา ฐานะ มารยาท สามสิ่งนี้เป็นสิ่งที่รัดเกล้าจะต้องรักษาให้มันอยู่ในจุดที่สมบูรณ์แบบที่สุด จะผิดพลาดไม่ได้แม้แต่นิดเดียว เพราะเธอคือลูกสาวคนเดียวของ นายกิตภพ สุธนเมธา ไงล่ะ แต่ไม่มีใครรู้เลยว่าภายใต้รอยยิ้มที่เธอใส่หน้ากากอยู่ตลอดเวลา ในนั้นจะคิดอะไรอยู่บ้าง... สุดท้ายเธอก็ทำสิ่งที่ตกต่ำมากที่สุดนั้นก็คือ... การมีความสัมพันธ์ลับๆ กับบ่าวคนสนิท "ร่างกายนี้คงเหนื่อยแย่เลย...ยังดีนะครับที่มีผมคอยดูแลให้" "ถ้ารู้ว่าเกล้าเหนื่อย คงรู้สินะคะว่าตอนนี้ต้องทำยังไงเกล้าถึงจะพอใจ" ปลายนิ้วลูบไล้ใบหน้าหล่อเหลาคมคายตรงหน้าพลางส่งยิ้มให้ ชายหนุ่มเลื่อนริมฝีปากมาขบกัดที่ปลายนิ้วของคุณหนูคนสวยของเขาก่อนจะแลบลิ้นสากไล้เลียจนปลายนิ้วนั้นชุ่มฉ่ำ "ครับ...ผมรู้ดี" มันเป็นความสัมพันธ์ต้องห้ามที่รัดเกล้าได้ถลำลึกลงไปแล้ว และไม่เคยคิดเลยว่าภายหลังตัวเองจะออกมาจากความสัมพันธ์นี้ไม่ได้อีกเป็นครั้งที่สอง... เพราะเรื่องระหว่างเธอกับเขามันเป็นความรักต้องห้ามที่จะให้ใครล่วงรู้ไม่ได้เด็ดขาด
ตอนที่ 1 สร้างภาพ
"โครงการครั้งนี้พ่อจะให้เกล้าดูแล ทำมันให้ดีล่ะ"
ชายสูงวัยผู้ดำรงตำแหน่งประธานบริษัทเอ่ยบอกกับลูกสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้าท่าน ซึ่งรับตำแหน่งรองประธานบริษัทอยู่ แม้อายุยังน้อยแต่ท่านเชื่อว่าลูกสาวคนนี้จะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง
"ค่ะ คุณพ่อ"
"มันจะดีหรือคะคุณกิตที่จะให้เกล้าดูแล ประสบการณ์ของลูกยังน้อยอยู่เลยนะคะ..."
"แม่เลี้ยงพูดแบบนี้หมายความว่ายังไงคะ"
หญิงสาวเบนสายตาไปหานลินยาซึ่งเป็นแม่เลี้ยงของเธอ และไม่ใช่แม่แท้ๆ เธอไม่เคยคิดอยากจะเรียกผู้หญิงคนนี้ว่า 'แม่' เฉยๆ ด้วยซ้ำ ทุกครั้งจะเรียก 'แม่เลี้ยง' ตลอด เป็นการตอกย้ำอีกฝ่ายว่าอย่าได้คิดจะอยู่เลยตำแหน่งมากไปกว่าที่ตัวเองมีอยู่
นลินยา มองลูกสามีด้วยความเกลียดชังแต่ก็ต้องแสร้งทำเป็นไม่คิดอะไร เพราะอยู่ต่อหน้าสามีเธอจะแสดงตัวตนที่แท้จริงออกไปไม่ได้เด็ดขาด
"ก็แหม...เกล้าเพิ่งมารับตำแหน่งรองประธานได้ไม่นานเองนี่ลูก แม่ก็แค่เป็นห่วงว่าจะทำได้ไม่ดี ถ้ายังไงอยากให้เนยไปช่วยอีกแรงไหมล่ะจ๊ะ?"
นลินยาเสนอเพราะอยากให้ลูกสาวตัวเองมีส่วนร่วมด้วย ถ้าทำออกมาได้ดีกิตภพจะต้องชื่นชมลูกสาวของเธอบ้างล่ะ ไม่ใช่เอะอะอะไรๆ ก็จะให้รัดเกล้าทำอย่างเดียว
"นั่นสินะคะ...ยัยเนยหรือ"
"ใช่ไหม ลูกเองก็คิดอย่างนั้นใช่ไหมจ๊ะ?"
นลินยาเริ่มมีความหวังลองรัดเกล้าเอ่ยปากเอง กิตภพคงจะไม่คัดค้านอะไรแน่ๆ แต่เธอก็ต้องผิดหวังเมื่อเห็นรอยยิ้มของลูกสามีที่แสยะยิ้มใส่
"ไม่ดีกว่าค่ะ กลัวยัยเนยจะเหนื่อยเปล่าๆ น่ะค่ะ แม่เลี้ยง น้องเขายังเด็กกว่า...มาก กลัวจะรับภาระความเครียดไม่ไหว จริงไหมคะคุณพ่อ?"
"อืม ก็จริง ยัยเนยมันยังเด็กไม่เคยทำงานชิ้นใหญ่ อยู่ๆ จะให้มาทำโครงการใหญ่ขนาดนี้ได้ยังไงล่ะ คุณก็ไม่หัดคิดซะบ้าง"
กิตภพเอ่ยแล้วถอนหายใจกับความคิดมักง่ายของภรรยา เนตรลูกสาวอีกคนของท่านยังเด็กเกินไป แถมปัจจุบันก็ยังฝึกงานไม่ผ่านด้วย จะให้ท่านฝากฝังโครงการใหญ่ๆ แบบนี้ให้ได้ยังไงกันล่ะ
"เอ่อ...ยาก็แค่หวังดีน่ะค่ะ ไม่อยากให้ลูกเหนื่อย"
นลินยากัดฟันกรอดแล้วมองรัดเกล้าด้วยสายตาชิงชัง ที่กะจะกีดกันลูกของเธอไม่ให้ได้ดิบได้ดี
"แหม เกล้าเข้าใจค่ะว่าแม่เลี้ยงหวังดี แต่ไม่ต้องหรอกนะคะ เกล้าเองก็ไม่อยากให้น้องเหนื่อยเหมือนกันค่ะ ไว้ยัยเนยฝึกงานผ่านเมื่อไรค่อยมาช่วยงานเกล้าทีหลังก็ได้ จริงไหมคะคุณพ่อ"
"อืม ตามนั้นล่ะ ถ้าเนยเรียนจบแล้วผมจะให้มาเป็นผู้ช่วยของเกล้าอีกที"
"เอ๊ะ แต่ว่า..."
นี่สามีเธอจะให้ตำแหน่งที่ต่ำกว่ากับลูกสาวของเธอเนี่ยนะ ทั้งๆ ที่รัดเกล้าได้ตำแหน่งเป็นถึงรองประธานบริษัทซึ่งสูงกว่าเป็นไหนๆ!
"พอ ผมไม่อยากพูดแล้ว เกล้าไปจัดการต่อได้เลย ทำให้ดีล่ะ หวังว่าจะไม่ทำให้พ่อผิดหวัง"
ท้ายประโยคสั่งกับลูกสาวตัวเองเสียงเข้ม แววตาคมดุจ้องมองลูกที่ยังคงยิ้มให้ท่านอยู่ เธอพยักหน้าก่อนจะตอบกลับด้วยรอยยิ้ม
"ค่ะ ลูกจะไม่ทำให้คุณพ่อผิดหวังแน่นอนค่ะ"
ถึงจริงๆ จะอยากทำให้ผิดหวังมากกว่าก็เถอะนะ
หลังจากออกจากห้องประชุม นลินยาก็ยังคงจ้องมองลูกสามีด้วยความไม่พอใจ ไม่มีอะไรได้ดั่งใจเธอสักอย่าง ถึงมันจะดีตรงที่เนตรจะได้ฝึกงานที่บริษัทของสามี แต่แล้วยังไงล่ะ ตำแหน่งของลูกเธอก็คือ 'เด็กฝึกงาน' อยู่ดี!
"จ้องกันขนาดนั้นเป็นปลากัดคงท้องทั้งคู่ไปแล้วนะคะแม่เลี้ยง"
"นี่แก!"
"จุ๊ๆ ไม่เอาสิคะ อย่าหลุดหน้ากากแม่เลี้ยงที่แสนใจดีที่นี่สิคะ คนเยอะนะคะแม่เลี้ยง..."
รัดเกล้าฉีกยิ้มแล้วนึกสมเพชนลินยาในใจ ที่หลุดตัวตนที่แท้จริงออกมาแวบหนึ่ง ก็กะแค่ยั่วยุแหย่เฉยๆ ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะของขึ้นง่ายขนาดนี้
"แกจงใจไม่ให้ยัยเนยทำโครงการนี้ด้วยล่ะสิ นึกว่าฉันไม่รู้ทันความเจ้าเล่ห์ของแกหรือไง"
นลินยาเอ่ยเสียงเบาลงเพราะจริงอย่างที่รัดเกล้าบอก พนักงานที่นี่มีเยอะเกินเหตุ เกิดเรื่องที่เธอทะเลาะกับรัดเกล้าหลุดเข้าหูกิตภพมีหวังเธอนั่นล่ะที่จะแย่กว่าใคร
"ค่ะ ฉลาดดีนี่คะ รู้ก็ดีแล้วค่ะ อย่าหวังเลยว่าฉันจะยอมให้ยัยเนยมาอยู่ตำแหน่งเดียวกับฉัน"
แม่เป็นคนนิสัยยังไงลูกก็ต้องเป็นคนนิสัยแบบนั้นล่ะ ไม่งั้นจะเรียกแม่ลูกกันได้หรือไง
"สักวันแกจะต้องก้มหัวให้ฉันแน่"
"สักวันนะคะ แต่คงไม่ใช่เร็วๆ นี้แน่ค่ะ แม่เลี้ยง"
กว่าเธอจะสร้างภาพลักษณ์ 'ลูกสาวที่สมบูรณ์แบบ' จนได้ดั่งใจพ่อของเธอมันยากเย็นขนาดไหน นลินยาไม่มีวันเข้าใจหรอก
"ชิ"
นลินยาสะบัดหน้าก่อนจะเดินหนีไปด้วยความโมโห เห็นทีเธอต้องรีบไปหารือคุยกับลูกสาวตัวเองซะแล้ว ว่าจะทำยังไงถึงจะดึงลูกของสามีลงมาจากตำแหน่งรองประธานบริษัทได้
"ไม่จบไม่สิ้นจริงๆ เฮ้อ..."
รัดเกล้าถอนหายใจแต่จังหวะนั้นเองก็มีพนักงานสองคนเดินเข้ามาทักทายพอดี เธอจึงต้องรีบปั้นหน้าจริงจังเอาไว้อีกครั้ง
"สวัสดีค่ะคุณรัดเกล้า"
"จ้ะ สวัสดีจ้ะ ตั้งใจทำงานกันนะ"
"ขะ...ขอบคุณมากค่ะ"
พนักงานคนนั้นยิ้มอายๆ นิดหน่อยก่อนจะเดินไปกับเพื่อนอีกคน แต่ก็พูดชมออกมากันจนรัดเกล้าได้ยินเข้าพอดี
"คุณรัดเกล้านี่สวยเก่งสมเป็นลูกของท่านประธานจริงๆ นะแก"
"นั่นน่ะสิ ฉันล่ะอิจฉาจริงๆ พูดก็พูดไปคุณเนตรที่เป็นน้องสาวที่ฝึกงานอยู่ยังเทียบไม่ได้เลยนะ"
"จะให้ไปเทียบอะไรล่ะ วันก่อนยังทำงานผิดพลาดอยู่เลยนะ จะผ่านการฝึกงานหรือเปล่ายังไม่รู้เลยแก"
"จริงดิ วันก่อนนางก็ส่งไฟล์ให้ฉันผิดเหมือนกัน วุ่นกันทั้งแผนกเลยนะ แต่ใครจะกล้าเอาเรื่องนางล่ะก็เป็นลูกอีกคนของท่านประธานนี่นะ"
เนตร ลูกของนลินยาแม่เลี้ยงของเธอ ปัจจุบันเข้ามาฝึกงานที่บริษัทของพ่อเธอ หวังจะไต่เต้าให้ถึงตำแหน่งเดียวกับเธอ ช่างน่าเสียดายที่เนตรไม่มีความสามารถขนาดนั้น รัดเกล้าเรียนจบจากมหา'ลัยชื่อดังมา ผิดกับเนตรที่เรียนจบมหา'ลัยธรรมดาๆ มา อะไรๆ มันก็ย่อมต่างกันอยู่แล้ว
ก็แค่บังเอิญว่านลินยาอยากผลักดันให้ลูกสาวของตัวเองมาอยู่ในจุดเดียวกับที่เธอยืนอยู่มันก็เท่านั้นเอง แต่ก็ไม่เคยใช้สมองคิดเลยว่าเนตรไม่มีความสามารถด้านการบริหาร
ความโลภของคนเรานี่มันช่างยากจะหยั่งถึงจริงๆ
"สู้คุณรัดเกล้าก็ไม่ได้ ทั้งสวย ใจดี แถมทำงานได้สมบูรณ์แบบที่สุด ไม่เคยผิดพลาดเลยสักงานนะเท่าที่ได้ยินมาน่ะ"
"จริง คนอะไรจะเกิดมาเพียบพร้อมได้ขนาดนี้นะ"
พอพนักงานสองคนนั้นเดินหายไป รัดเกล้าก็ได้แต่หลับตาด้วยความขมขื่น ความเพียบพร้อมสินะ ใครๆ อาจจะมองว่าตัวเธอนั้นเกิดมาเพียบพร้อมทุกอย่าง ทั้งหน้าตา ฐานะ มารยาท หน้าที่การงาน ไม่มีอะไรเลยที่เธอจะทำให้มันสมบูรณ์แบบไม่ได้
ใช่ อย่างมากก็แค่ต้องสร้างภาพต่อไป

