ตอนที่ 5 แม่เลี้ยงตัวร้ายกับน้องสาวขี้อิจฉา
ผลจากการไปพูดแซวว่าโจวหึงหวงเธอ รัดเกล้าก็ถูกบ่าวตัวดีอย่างเขารังแกในรถซะได้ โชคดีที่ไม่นานนัก นี่มันกลางวันแสกๆ นะ!
และก็จริงที่วันนี้รัดเกล้าไม่ได้มีธุระไปไหน ยกเว้นแต่ธุระสมมุติที่เขาอ้างมาลอยๆ ทำให้เธอตัดสินใจให้โจวขับรถพากลับมาที่บ้าน เพราะงานที่บริษัทวันนี้เองก็เคลียร์เรียบร้อยแล้ว
"จะเข้าบ้านเลยหรือเปล่า"
"เข้าสิ เอ๊ะ ไม่ๆ เฮียคุนขับไปที่บ้านหลักก่อน เกล้าว่าจะไปรายงานคุณพ่อเรื่องเสนองานให้ลูกค้าสำเร็จสักหน่อย คราวก่อนก็ไม่ว่างทีหนึ่งละ เห็นเลขาบอกวันนี้คุณพ่ออยู่ที่บ้าน"
"แล้วไม่กลัวว่าจะต้องเจอคุณนลินยาหรือไง?"
เพราะเจอหน้าทีไรต้องมีปากมีเสียงกันทุกที ถึงคุณหนูของเขาจะชนะใสๆ ตลอดก็เถอะนะ แต่โจวไม่อยากให้เธอต้องไปเปลืองน้ำลายพูดกับคนพวกนั้นเลย
"กลัวทำไม เกล้าเป็นลูกคุณพ่อนะ มีอะไรจะต้องกลัวยัยแม่เลี้ยงด้วยล่ะ"
ถึงแม้ว่าพ่อของเธอจะอยู่กินกับนลินยาเพราะว่ารักจริงๆ แต่พ่อก็ไม่เคยให้ท้ายนลินยาสักครั้ง เพราะงั้นรัดเกล้าเลยไม่กลัวอะไร เพราะตัวเองเป็นลูกคนโปรด ขอแค่ทำอะไรอยู่ในกรอบแบบที่พ่อพอใจ เธอจะทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น
"แล้วแต่เกล้าละกัน อย่าไปปะทะให้มากล่ะ เฮียไม่อยากเห็นเกล้าเป็นเด็กเกเร"
"เอ๊ะ เฮียคุน นี่ว่าเกล้าหรือคะ?"
"เปล่า เป็นห่วงหรอก"
ตึกตักตึกตัก...
หัวใจของรัดเกล้าเต้นแรงเมื่อได้ยินคำว่า 'ห่วง' จากปากของโจว ใบหน้าหวานแดงระเรื่อจึงแกล้งหันไปมองนอกหน้าต่างแทนเพราะกลัวเขาจะเห็น
"ก็...ถ้าเฮียคุนว่าอย่างนั้น เกล้าจะลองไม่ใจร้ายใส่ยัยแม่เลี้ยงมากจนเกินไปละกัน"
ชายหนุ่มกระตุกยิ้มที่มุมปากเมื่อเหลือบมองคนข้างกายที่ใบหูเล็กแดงนิดๆ เขาหัวเราะในลำคอเบาๆ เพราะคุณหนูของเขาช่างน่ารักจริงๆ
จริงๆ บ้านหลักของพ่อกับบ้านที่รัดเกล้าอยู่ไม่ได้ห่างกันมากเท่าไรนัก เดินประมาณสิบก้าวก็ถึงแล้วก็พ่อเล่นสร้างให้ติดชิดกันซะขนาดนี้
"โจวรอที่รถนะ เดี๋ยวฉันกลับมา ไปรายงานแค่แป๊บเดียวแหละ"
รัดเกล้าก็ไม่ได้อยากมากนักหรอก แต่โทรไปแล้วพ่อก็ไม่ยอมรับสาย สุดท้ายก็จำใจต้องมารายงานด้วยตัวเองให้มันจบๆ ไป โจวพยักหน้าแล้วยืนรอตามคำสั่งขณะที่มองตามแผ่นหลังคนตัวเล็กเดินเข้าคฤหาสน์หลังใหญ่ไปด้วยความเป็นห่วงอยู่ๆ ลึกในใจ
"อุ๊ย ตายจริง...ดูสิ ใครมาหาถึงบ้านแม่"
พอก้าวขาเข้ามาได้ไม่กี่ก้าวรัดเกล้าก็ต้องชะงักทันทีที่ได้ยินเสียงทักทายแหลมปรี๊ดที่ตัวเองเกลียดชัง นลินยากำลังมองดูเธอจากชั้นสอง ใบหน้าของหญิงสูงวัยกลางคนที่อายุอานามทัดเทียมกับพ่อของเธอถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางหนาจัด ชนิดที่กะจะปกปิดร่องรอยความเหี่ยวของอายุให้มิด
"บ้านของคุณพ่อค่ะ ชื่อก็ชื่อคุณพ่อนะคะแม่เลี้ยง อย่าทำเหมือนว่าเป็นบ้านของตัวเองสิคะ แค่มาขออาศัยแท้ๆ"
นลินยาก็เป็นซะแบบนี้ ชอบทำเหมือนตัวเองเป็นเจ้าบ้าน ทั้งๆ ที่เป็นแค่ภรรยาที่ไม่ได้ตบแต่งทะเบียนสมรสด้วยสักหน่อย รัดเกล้าชอบพ่อแค่จุดนี้จุดเดียวนี่แหละ คือไม่ได้จดทะเบียนกับนลินยา อย่างน้อยๆ พ่อก็ยังมีจิตสำนึกอยู่บ้างว่าควรจะมีแม่ของเธอเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมายคนเดียวก็เพียงพอแล้ว ส่วนจะคบหากับใครเธอไม่ว่าหรอก
"ปากดีนะแก...แล้วมาที่นี่ทำไมไม่ทราบ วันนี้คุณกิตเขาไม่ได้นัดทานข้าวสักหน่อย"
นลินยาแทบอยากจะเข้าไปตบสั่งสอนลูกของสามีใจจะขาด ติดแค่กลัวว่าสามีจะลงมาเห็นซะก่อน ถึงเธอจะเป็นผู้หญิงที่เขารักยังไงก็ตาม แต่เธอก็ไม่มีอำนาจขนาดจะไปแตะต้องลูกสาวสุดที่รักของกิตภพได้หรอก
"นี่เกล้าจำเป็นจะต้องรายงานแม่เลี้ยงด้วยหรือคะว่าเกล้ามาที่นี่ทำไม"
นั่นน่ะสิ มีเหตุผลจำเป็นอะไรที่เธอจะต้องรายงานเรื่องนี้ให้นลินยาฟังด้วย ช่างสอดรู้สอดเห็นซะจริงๆ
"ก็ฉันเป็นภรรยาของคุณกิตยังไงล่ะ ฉันมีสิทธิ์ที่จะรู้ทุกเรื่องนั่นแหละ"
"พูดให้ถูกด้วยค่ะ ภรรยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสด้วยน่ะ ก็เหมือนกับว่าแม่เลี้ยงแค่มาขออาศัยเฉยๆ ค่ะ"
ต้องให้ย้ำอีกกี่รอบถึงจะเข้าใจ รัดเกล้าล่ะหน่ายใจจริงๆ
"แก...กลับไปซะ คุณกิตเขาไม่ว่างหรอก เขาอ่านหนังสือพักผ่อนอยู่ในห้อง ไม่อยากให้ใครมารบกวน"
นลินยาโกหกหวังจะให้รัดเกล้ารีบกลับบ้านตัวเองไปซะ อุตส่าห์ไม่ต้องทนเจอหน้ากันทุกวันแล้วแท้ๆ เธอออกจะดีใจที่ลูกของสามีอยากมีบ้านเป็นของตัวเอง จะได้ไม่ต้องมาทนอยู่ร่วมบ้านเดียวกัน
"แค่อ่านหนังสือ คุณพ่อท่านว่างคุยกับเกล้าอยู่แล้วค่ะ ช่วยหลีกทางไปด้วยนะคะแม่เลี้ยง"
รัดเกล้ารู้ทันความคิดของนลินยาดี อีกฝ่ายแค่พยายามกีดกันไม่ให้เธอเข้าหาพ่อเฉยๆ ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วพ่อเธอไม่ได้ชอบอ่านหนังสือสักหน่อย จะหาข้ออ้างที่มันดีกว่านี้ไม่ได้แล้วหรือไงกันนะ
"ไม่ บอกให้กลับก็กลับไปสิ!"
เรื่องอะไรจะยอมให้ลูกสามีเข้าไปทำคะแนนเพิ่มความดีความชอบให้ตัวเองกันล่ะ ลูกสาวของเธอต่างหากที่จะต้องได้ใจของกิตภพ
"เอ๊ะ แม่เลี้ยง ตกลงจะไม่ยอมถอยดีๆ ใช่ไหมคะ?"
หญิงสาวถามน้ำเสียงหงุดหงิดอารมณ์เริ่มจะขึ้นหน่อยๆ แล้ว จากที่กะจะไม่มีปากมีเสียงทะเลาะกันสักวันเพราะเห็นแก่โจวที่อุตส่าห์เป็นห่วง แต่ดูท่าทางคงจะต้องผิดคำพูดซะแล้วล่ะมั้ง
"หึ แล้วจะทำไม แกจะทำอะ-"
"กรี๊ดดดด!"
จังหวะที่กำลังจะปะทะคารมริมฝีปากกันเหมือนทุกครั้งก็มีเสียงกรีดร้องดังลั่นมาจากหน้าบ้านซะก่อน ซึ่งรัดเกล้าจำได้ดีว่าเสียงแหลมแบบนี้คือเสียงของใคร
"เนย?"
"ยัยเนย..."
รัดเกล้ารีบเดินออกไปดูยังหน้าบ้านทันที นลินยาเองก็เดินตามมาติดๆ ด้วยเช่นกันเพราะจำได้ว่าเป็นเสียงของลูกสาวสุดที่รักของเธอ
"โจว!"
พอเดินออกมาดูสถานการณ์รัดเกล้าก็ต้องตกใจ เมื่อเห็นโจวถูกบอดี้การ์ดที่รักษาความปลอดภัยในบ้านล็อกแขนเอาไว้ทั้งสองข้างอยู่ ส่วนเนตรที่เป็นน้องสาวก็กำลังดีดดิ้นกรีดร้องไม่ยอมหยุด
"แก! ไอ้คนชั้นต่ำ กล้าดียังไงมาว่าฉัน!"
เพียะ!
ใบหน้าหล่อเหลาหันไปตามแรงตบจากฝ่ามือเล็กของเนตร รัดเกล้าเห็นแบบนั้นก็ถึงกับสติขาดผึง กล้าดียังไงถึงมาทำร้ายผู้ชายของเธอ!
"แกนะแก...อ๊ะ! อี...พี่เกล้า!?"
เนตรที่กำลังจะตบหน้าโจวซ้ำอีกรอบด้วยความโมโหก็ถูกรัดเกล้ากระชากแขนเอาไว้ก่อน เพียงเหลือบมองรอยแดงบนใบหน้าหล่อเหลาที่เธอเฝ้าจูบทุกวันก็รู้สึกเลือดขึ้นหน้าแล้ว
เพียะ!
รัดเกล้าตวัดมือตบเข้าที่หน้าของเนตรเต็มๆ แบบไม่ออมแรง ทำเอาเนตรถึงกับงุนงงเพราะไม่ทันตั้งตัว ส่วนนลินยาที่เข้ามาเห็นฉากนี้เข้าพอดีก็ถึงกับกรีดร้องลั่น
"เกล้า! กล้าดียังไงมาตบลูกฉัน!"
"ฮึก! แม่คะ..."
เนตรโผเข้าไปหาอ้อมกอดของแม่พลางร้องไห้สะอึกสะอื้น รู้สึกเจ็บใจที่ถูกรัดเกล้าตบหน้าต่อหน้าคนรับใช้ตั้งหลายคน รู้ถึงไหนอายถึงนั่นกันพอดี
"คิดว่าตัวเองมีสิทธิ์ที่จะตบคนอื่นเป็นคนเดียวหรือไง ฉันสิต้องถามเธอยัยเนย ว่ากล้าดียังไงถึงมาตบคนของฉัน"
ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์มาทำร้ายคนของเธอ!
"นี่แกกล้าลดตัวไปปกป้องคนชั้นต่ำแบบบ่าวอย่างไอ้โจวเชียวหรือไง แทนที่จะเป็นห่วงยัยเนยน้องสาวแก หัดใช้สมองคิดซะบ้างสิ!"
ก็ไม่ใช่น้องแท้ๆ อยู่แล้วไหม?
รัดเกล้าอยากจะพูดแบบนี้แต่ก็นะ เดี๋ยวไฟมันจะลุกลามซะเปล่าๆ
ดวงตาคู่คมหันขวับไปมองสองบอดี้การ์ดร่างยักษ์ที่ล็อกตัวโจวอยู่ เธอจึงออกคำสั่งเสียงเข้มใส่
"พวกนายสองคนน่ะ รีบๆ ปล่อยโจวซะ อยากตกงานกันนักหรือไง?"
จบประโยคสองบอดี้การ์ดรีบปล่อยแขนของโจวออกทันที เพราะเป็นคำสั่งของคุณหนูคนโตของเจ้านาย ใครจะกล้าขัดคำสั่งกันล่ะ ที่นี่ใครๆ ก็รู้ว่ารัดเกล้าใหญ่รองจากกิตภพอยู่แล้ว
"เจ็บหรือเปล่า?"
อยากจะถามให้อ่อนโยนกว่านี้แต่เธอจะแสดงออกมากไปกว่านี้ไม่ได้ เพียงแค่เห็นรอยแดงบนแก้มของเขารัดเกล้าก็แทบอยากจะตบหน้าเนตรซ้ำอีกสักสองสามรอบ
"ไม่เป็นไรหรอกครับคุณหนู แผลแค่นี้"
"ยัยเนย ตกลงมาหาเรื่องคนของฉันทำไม"
รัดเกล้าหันขวับไปมองน้องสาวตัวดีที่กำลังร้องไห้กระซิกๆ ราวกับตัวเองเป็นนางเอกก็ไม่ปาน คนรอบข้างเห็นแล้วก็คงจะนึกสงสาร แต่ขอโทษที สำหรับเธอแล้วมันก็แค่การเสแสร้งอย่างหนึ่งที่เธอเห็นเป็นประจำนั่นแหละ
"ก็...ก็ไอ้โจวมันมาจับแขนเนยก่อนนี่ คนชั้นต่ำแบบมันมีสิทธิ์อะไรมาจับตัวเนยล่ะ"
"ตายแล้ว! จริงหรือลูกรัก ไอ้โจว ไอ้ขี้ข้า ไอ้บ่าวชั้นต่ำ แกกล้าดียังไงมาแตะต้องตัวลูกฉันไม่ทราบ!"
"ต้องขอประทานโทษจริงๆ ครับคุณผู้หญิง"
ถ้าอยู่ที่นี่โจวจำเป็นจะต้องเรียกนลินยาว่า 'คุณผู้หญิง' อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ แม้รู้ว่ารัดเกล้าจะไม่ชอบใจนักแต่เขาก็ไม่อยากทำให้เธอต้องเดือดร้อน
"ที่ผมทำแบบนั้นก็เพราะว่าคุณหนูเนตรจะหยิบของๆ คุณหนูเกล้าออกมาตามใจชอบโดยที่ยังไม่ได้รับอนุญาตนี่ครับ ผมก็เลยแค่อยากให้คุณหนูเนตรถอยออกมา..."
"หยิบของ?"
พอได้ยินแบบนั้นรัดเกล้าก็รู้ได้ในทันทีเลยว่าใครคือคนที่ผิดจริงๆ ในเรื่องนี้ ให้ทายว่าเนตรคงจะมาเห็นของช็อปปิ้งที่คณกรซื้อให้เธอล่ะสิ พอเห็นแล้วเลยอิจฉาตาวาวอยากได้มาเป็นของตัวเอง ก็ขี้ขโมยไม่เปลี่ยนเลยนี่นะ แต่ก่อนก็เคยแอบเข้ามาห้องเธอเพื่อขโมยเสื้อผ้าหรูๆ ไปใส่ จนเธอจับได้ตั้งหลายครั้งแล้ว
นี่เลยเป็นเหตุผลที่เธอขอให้พ่อสร้างบ้านแยกไว้ให้ต่างหาก เพราะเธอไม่อยากอยู่ร่วมบ้านกับแม่เลี้ยงตัวร้ายกับน้องสาวขี้อิจฉาแถมยังมีนิสัยขี้ขโมยแบบนี้น่ะสิ
"คิดจะขโมยของๆ ฉันอีกแล้วหรือไง?"
"ขะ...ขโมยอะไร เนยก็แค่อยากดูเฉยๆ หรอก แล้วไงล่ะ แค่น้องสาวอยากดูทำไมจะงกไม่ให้ดูหรือไงพี่เกล้า"
"ทำไมไม่มาขอก่อนล่ะ ไม่มีปากพูดหรือไง ทำแบบนี้ก็ไม่ต่างอะไรจากพวกหัวขโมยหรอก ไม่แปลกเลยที่โจวจะทำแบบนี้กับเธอ"
คิดแล้วก็กลุ้ม...
"เกล้า! นี่แกเข้าข้างไอ้บ่าวชั้นต่ำนี่จริงๆ หรือ!"
"ค่ะ ก็คนของเกล้าไม่ได้ทำอะไรผิด เขาแค่ปกป้องของๆ เกล้านี่คะ ที่ตบหน้าไปก็ถือว่าเจ๊าๆ กันไปละกัน"
ดีแค่ไหนแล้วที่เธอไม่ตบซ้ำรอบสอง
"นี่แก!"
"ส่งเสียงเอะอะโวยวายอะไรกัน ดังไปถึงข้างบนเลยนะ"
เสียงเข้มทรงอำนาจที่ทำให้ทุกคนหยุดทะเลาะกันแล้วหันกลับไปมอง จะเป็นใครไปได้นอกจากเจ้าบ้านตัวจริงอย่างกิตภพพ่อของเธอกันล่ะ
"กัดกันอย่างกับหมาเลยนะพวกเธอน่ะ"
