บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 4 คู่หมั้นที่แสนดี

"ทานน้อยอีกแล้วนะ ควบคุมน้ำหนักอยู่หรือไงเรา"

"เปล่าค่ะพี่กร เกล้าก็แค่ไม่หิว"

รัดเกล้ายิ้มให้คู่หมั้นที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ในหนึ่งอาทิตย์จะมีวันหนึ่งที่เธอจะต้องออกมาทานข้าวกับเขา มันเป็นกฏที่เธอและเขาตั้งร่วมกัน หากจะใช้ชีวิตด้วยกันอย่างสงบสุข ต่างฝ่ายต่างได้ผลประโยชน์กันทั้งคู่

"อิ่มจากคุณโจวมาหรือ?"

ชายหนุ่มถามยิ้มๆ ทำเอาหญิงสาวชะงักเพราะถูกจี้จุดใส่

"พี่กร อย่าแซวแบบนี้สิคะ..."

มีแค่ คณกร คนเดียวที่รู้ถึงความลับของเธอ ไม่ต่างจากที่เธอรู้ความลับของเขา ถึงจะขึ้นชื่อว่าเป็นคู่หมั้นกันก็จริง แต่เธอกับเขาก็ไม่ได้รู้สึกอะไรกันในเชิงชู้สาวเลยสักนิดเดียว คณกรเอ็นดูเธอเหมือนน้องสาวคนหนึ่ง ส่วนรัดเกล้าเองก็คิดกับคณกรเหมือนเป็นพี่ชายแท้ๆ ก็ไม่ปาน

"อ้าว ถูกด้วยหรือเนี่ย พี่ก็พูดไปงั้นๆ เองนะ"

คณกรยิ้มขำการได้แซวน้องสาวแบบนี้เป็นสิ่งที่เขาทำเป็นประจำเวลาได้เจอหน้ากัน ต่างฝ่ายก็ยุ่งกับงานที่ตัวเองทำจึงไม่ค่อยมีเวลามาพูดคุยหรือออกเดตเหมือนคู่หมั้นทั่วๆ ไป แต่เพราะพวกผู้ใหญ่ชอบมาถามตลอดว่าไม่ใส่ใจกันแบบนี้แล้วจะไปกันรอดหรือเปล่า

เพราะแบบนั้นคณกรเลยเสนอกับรัดเกล้าให้หาเวลามาเจอหน้า กินข้าวกันอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง เพื่อให้พวกผู้ใหญ่เลิกมาซักถามและวุ่นวายกับชีวิตพวกเขาทั้งคู่สักที ซึ่งมันก็ดูเหมือนจะได้ผลทีเดียว

"พี่กรเองเถอะ กับคุณโมเป็นยังไงบ้างคะ?"

"เอ่อ...ช่วงนี้เขาขี้หงุดนิดหน่อยน่ะ เลยไม่ค่อยได้คุยกันเท่าไร"

พอถูกถามชีวิตส่วนตัวกลับคณกรก็ถึงกับเลิ่กลั่ก เพราะตอนนี้เขากับคนรักเองก็อยู่ในช่วงหวั่นไหวอะไรง่ายๆ เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็ทำให้ทะเลาะกันได้แล้ว

"ไปทำอะไรให้คุณโมไม่พอใจอีกล่ะสิคะท่าทาง"

"รู้ได้ไง?"

"พี่กรน่ะบางทีก็ชอบตัวติดกับพี่โมมากจนเกินเหตุน่ะค่ะ คนเราเองก็ต้องการเวลาส่วนตัวบ้างเหมือนกันนะคะ"

"โธ่...แต่พี่หวงเขานี่"

คุณโม หรือ มนัสวิน เป็นคนรักลับๆ ของคณกร คบหากันมาได้หลายปีแล้ว มนัสวินมีอาชีพเป็นนายแบบเพราะมีใบหน้าที่หวานเหมือนผู้หญิงจึงถูกแมวมองพาไปสมัครเป็นนายแบบ ปัจจุบันกำลังโด่งดังมีนิตยสารหลายเจ้าจ้างกันเยอะมาก

นี่คือสาเหตุที่รัดเกล้ากับคณกรรักกันไม่ได้ เพราะว่าเขาเป็นเกย์นั่นเอง จริงๆ รัดเกล้ารู้ตั้งแต่ตอนอายุยี่สิบแล้วว่าพี่ชายที่รู้จักกันมาตั้งแต่เด็กอย่างคณกรเป็นพวกรักเพศเดียวกัน แต่เธอไม่ได้นึกรังเกียจอะไรอีกทั้งยังรู้สึกแย่แทนเขาด้วย เพราะเขามีสถานะไม่ต่างจากเธอเลย

พ่อของคณกรเป็นนายตำรวจยศใหญ่ที่มีชื่อเสียงมาก ส่วนตัวเขาที่เป็นลูกชายคนเดียวก็เป็นตำรวจเหมือนกัน จะทำอะไรแต่ละอย่างก็ต้องเห็นแก่หน้าตาชื่อเสียงของพ่อมาก่อนเป็นอันดับแรกเสมอ เหมือนกับเธอ...

พ่อของเธอกับพ่อของคณกรรู้จักกันมานานแล้ว ทั้งสองคนเป็นเพื่อนสนิทกันเลยหมายมั่นจะให้ลูกๆ ของตัวเองแต่งงานด้วยกัน โดยไม่คิดจะถามความคิดเห็นของลูกตัวเองเลยสักนิดว่าอยากจะแต่งหรือเปล่า

'กรเขาเหมาะสมกับเกล้าแล้ว พ่อมั่นใจว่าเขาจะดูแลเกล้าได้ดีแน่นอน'

พ่อเธอบอกมาแบบนี้

'หนูเกล้าพ่อเห็นมาตั้งแต่เด็กคงไม่มีผู้หญิงคนไหนเหมาะสมจะเป็นภรรยาแกได้เท่าหนูเกล้าอีกแล้วล่ะ ไอ้ลูกชาย'

ส่วนนี่คือคำพูดของพ่อคณกร เข้ากันได้ดีเป็นปี่เป็นขลุ่ยจนบางครั้งเกล้าก็อยากให้พวกท่านมาแต่งงานกันเองซะเลย จะได้ไม่ต้องมาลำบากลูกหลาน

'พี่กรแน่ใจนะคะว่าจะแต่งงานกับเกล้า แล้วคนรักของพี่ล่ะคะ?'

'พี่...พี่ขัดคำสั่งของพ่อไม่ได้'

'เหมือนกันเลยค่ะ พวกเรานี่ตกที่นั่งลำบากเหมือนกันเลยนะคะ'

'พี่ขอโทษนะ พี่รู้ว่าเกล้าเองก็รู้สึกแย่...แต่ถ้าแต่งกันไปแล้วพี่สัญญาว่าจะไม่ล่วงเกินเราเด็ดขาด'

'ค่ะ เกล้าเข้าใจค่ะพี่กร'

คณกรเป็นพี่ชายและคู่หมั้นที่แสนดี เขาไม่มีความกล้ามากพอที่จะขัดคำสั่งพ่อตัวเองไม่ต่างอะไรกับตัวเธอเลย เธอกับเขาจึงตกลงร่วมกันว่าจะแต่งงานกันแต่จะไม่ก้าวก่ายเรื่องความรักของกันและกัน ความสัมพันธ์นี้จะเป็นความลับรู้เพียงแค่เขากับเธอก็พอแล้ว

"พี่กร?"

รัดเกล้ามัวแต่คิดอะไรเหม่อๆ พอรู้สึกตัวอีกที คณกรก็กำลังจับมือเธออยู่ก่อนแล้ว เขาฉีกยิ้มก่อนจะพูดเสียงเบา

"คนของพ่อเกล้าแอบตามมาอีกแล้วแน่ะ..."

"อีกแล้วหรือคะ น่าเบื่อจัง"

หญิงสาวจึงรีบแสร้งยิ้มทำเหมือนว่าตัวเองกำลังมีความสุขที่นานๆ ทีจะได้มาทานข้าวกับคู่หมั้นตัวเอง พ่อกลัวว่าเธอจะรักษาความสัมพันธ์นี้ไม่ได้บางครั้งจึงให้คนของตัวเองแอบตามมาสอดส่องเพื่อที่จะกลับไปรายงานท่านทีหลัง

อีพ่อเจ้าเล่ห์...

"ครั้งนี้แอบถ่ายรูปอีกหรือเปล่าล่ะคะ"

รัดเกล้ากระซิบถามขณะที่กำลังแสดงจับมือคณกรกลับแล้วตีหน้ายิ้มหวานชื่นสุดๆ เท่าที่จะทำได้ ชายหนุ่มเหล่มองเล็กน้อยก็เห็นว่าคนของกิตภพกำลังยกกล้องมาถ่ายรูปจริงๆ

"เหมือนจะใช่นะ"

"ทำตัวเป็นปาปารัซซี่ไปได้นะคะ น่าเกลียดจัง"

"เวลาส่วนตัวยังไม่มีเลยเนอะ ดีนะที่พ่อพี่ไม่ได้อาการหนักขนาดนี้"

"นี่กำลังว่าพ่อเกล้าอยู่หรือเปล่าคะพี่กร"

รัดเกล้าหลุดขำออกมาเพราะตัวเธอเองก็เห็นด้วยกับคำพูดของเขา

"อ้าว แล้วเกล้าจะขำทำไมล่ะ แอบเห็นด้วยล่ะสิ ยัยเด็กตัวแสบ"

"ก็นิดหน่อยค่ะ"

"ดูเหมือนจะไปแล้วล่ะนะ"

คณกรปล่อยมือที่จับอยู่ออก เพราะไม่อยากจะเสียมารยาทกับรัดเกล้าไปมากกว่านี้ แต่บางครั้งเขาก็จำเป็นจะต้องทำ แต่เขาไม่เคยทำอะไรเกินเลยไปมากกว่าแค่จับมือให้พอเป็นพิธี ยังไงซะคนรอบข้างก็มองว่าเขาเป็นสุภาพบุรุษอยู่แล้ว เรื่องจูบอะไรแบบนั้นเลยไม่จำเป็นต้องทำ

อีกอย่างขืนทำแล้วภาพหลุดออกไปเขาคงได้มีปัญหากับคนรักแน่ๆ

"เฮ้อ สร้างภาพบ่อยๆ ก็เหนื่อยนะคะ นี่กะจะไม่ให้เกล้ากับพี่กรมีอิสระบ้างเลยหรือไงนะ"

"เอาน่า อดทนหน่อยนะครับคนเก่ง"

คณกรเห็นท่าทางเด็กน้อยของรัดเกล้าก็ลืมตัวยื่นมือไปลูบศีรษะของเธอเบาๆ ด้วยความเอ็นดู แต่แล้วเขาก็ต้องชะงักเพราะเห็นสายคาคมดุของโจวที่กำลังมองมาทางเขาอยู่

ฉิบหายละ ลืมไปซะสนิทเลยว่าคุณโจวก็อยู่!

"ผมแค่เอ็นดูเกล้าเฉยๆ นะคุณโจว"

"ครับ ผมก็ยังไม่ได้พูดอะไรสักคำนะครับท่านกร แล้วอีกอย่างเรียกชื่อผมเฉยๆ เถอะครับ ผมเป็นแค่บ่าวรับใช้ของคุณหนูเกล้า ไม่จำเป็นต้องเรียกให้เกียรติกันแบบนั้นก็ได้ครับ"

โจวเอ่ยเสียงเรียบอีกทั้งยังตีหน้านิ่งสุดๆ แต่คณกรกลับไม่คิดแบบนั้นเพราะเขารู้สึกได้ถึงรังสีอำมหิตจากตัวของโจวที่แผ่ออกมาเลย อีกฝ่ายรู้ดีแหละว่าตัวเขาน่ะเป็นเกย์ไม่ได้คิดอะไรกับรัดเกล้าอยู่แล้ว แต่ก็คงจะอดหึงหวงไม่ได้ตามประสานั่นแหละ

"อา...โอเค แล้วนี่เกล้าจะกลับเลยหรือเปล่าล่ะ"

ทำเนียนใช้เวลามาอยู่ด้วยกันก็หลายชั่วโมงแล้วน่าจะพอได้แล้วล่ะมั้ง อีกอย่างมนัสวินก็ไลน์ตามเขายิกๆ เลย ถึงจะเปลี่ยนเป็นระบบสั่นกันไว้ก่อนก็เถอะ สงสัยคงจะไลน์ตามให้รีบกลับไปง้อแหงๆ

"เกล้า..."

"เดี๋ยวคุณหนูเกล้าจะต้องรีบกลับไปทำธุระที่บ้านต่อน่ะครับท่านกร"

ยังไม่ทันที่รัดเกล้าจะตอบกลับ โจวที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็ชิงพูดออกมาด้วยรอยยิ้มซะก่อน ทำเอาหญิงสาวหันขวับไปมองเขาด้วยสายตางุนงงว่าเธอมีธุระที่บ้านตั้งแต่เมื่อไร แต่พอได้สบสายตาของโจวเท่านั้นแหละ เธอก็ถึงบางอ้อทันที

"ใช่ค่ะใช่ เกล้ามีธุระจริงๆ ด้วยค่ะ ไว้วันหลังค่อยมาทานข้าวด้วยกันใหม่นะคะพี่กร"

"ได้สิ ไว้มาทานด้วยกันใหม่นะ"

คณกรพยักหน้าด้วยรอยยิ้มเพราะเขาเองก็ต้องรีบกลับเหมือนกัน ดีซะอีกที่รัดเกล้ามีธุระเพราะเขาไม่อยากทำเสียมารยาทชิงกลับก่อน มันดูไม่ดี

พอโบกมือลาให้กับคู่หมั้นเสร็จเรียบร้อยแล้ว ดวงหน้าหวานก็หันไปพูดล้อเลียนใส่เขาทันที

"หึงเกล้าหรือคะ เฮียคุน"

รัดเกล้าถามเสียงเบารู้สึกอารมณ์ดีที่เขาแสดงออกว่าหึงหวงเธอ

"ผมจะกล้าบังอาจไปรู้สึกอย่างนั้นได้ยังไงล่ะครับ ผมมันก็แค่คนรับใช้ต่ำต้อยคนหนึ่ง"

"นี่ บอกแล้วไงว่า-"

รัดเกล้ากำลังจะต่อว่าเขาที่ชอบดูถูกตัวเอง เพราะเธอไม่เคยคิดแบบนั้นเลยสักครั้ง

"ถึงผมต่ำต้อยยังไงแต่ผมก็เป็นคนรับใช้ที่หวงเจ้านายของตัวเองสุดๆ เลยล่ะครับคุณหนู"

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel