บท
ตั้งค่า

ตอนที่3 ความเข้าใจผิด

ตอนที่3 ความเข้าใจผิด

“แกมีอะไรก็ออกไปทำเถอะ เดี๋ยวแม่พาหลานออกไปเอง วันนี้วันหยุดให้แกได้ตื่นสายเถอะ”

คุณคนางค์เอ่ยกับลูกชายตัวเองขึ้นหลังจากหัสดินทร์คิดจะไปปลุกลูกชายเพื่อพาไปขอโทษเพื่อนถึงที่บ้านด้วยตัวเอง อย่างน้อยก็ต้องให้เด็กน้อยรู้จักขอโทษบ้าง

“แม่จะพาแกไปจริงใช่ไหม” หัสดินทร์ถามแม่ขึ้นอีกครั้งอย่างไม่มั่นใจ

“ทุกวันนี้แกถึงกับสงสัยแม่แล้วอย่างนั้นเหรอ” คุณคนางค์ไม่ได้ตอบแต่เลือกจะเปลี่ยนเรื่องขึ้นแทนเพื่อให้ลูกชายหยุดพูด

“สุดท้ายแล้วคนที่จะต้องเผชิญหน้ากับเรื่องราวทุกอย่างก็คือตัวหลานชายแม่เองนะครับ”

หัสดินทร์ถอนหายใจออกมาก่อนจะเตือนแม่ตัวเองขึ้นให้รู้ ว่าการตัดสินใจและการสั่งสอนของแม่ตัวเองตอนนี้ก็ส่งผลต่อตัวลูกชายเขาในอนาคตนั่นเอง

“ไปได้แล้วไป” คุณคนางค์ไม่ได้สนใจอะไรแม้แต่น้อยเอ่ยปากไล่ลูกชายเพื่อจะไม่ถูกคาดคั้นอะไรมาก

และโชคดีที่หัสดินทร์นั้นก็ยุ่งตัวเป็นเกลียวตั้งแต่พ่อของเขาจากไปด้วยโรคประจำตัวเมื่อปีก่อน ทำให้ภาระงานความรับผิดชอบทุกอย่างตกอยู่ที่ตัวของเขาคนเดียว เพราะแบบนั้นตัวหัสดินทร์เองก็อย่าหวังว่าจะมีเวลาสนใจเรื่องภายในบ้านมากนักเลย

และแน่นอนว่าสุดท้ายแล้วคุณคนางค์ก็พาหลานชายของเธอออกมาจริง ๆ เพียงแต่ที่ที่เธอพาออกมานั้นกลับเป็นห้างสรรพสินค้าหรูใจที่เธอมักพามาบ่อย ๆ ไม่ใช่บ้านของเพื่อนหลานอย่างที่ลูกชายต้องการ พาหลานชายมาเพื่อซื้อของเล่นและสิ่งของทุกอย่างที่เขาอยากได้ เพื่อจะได้ช่วยไม่ให้เขาต้องรู้สึกอิจฉาหรือน้อยนหน้าใคร เพราะของเล่นมีหลากหลายแบบหลากหลายขนาดซึ่งเธอก็ต้องยังซื้อได้ไม่ครบทุกอย่างอยู่แล้ว นั่นก็หมายความว่าบางอย่างที่เธอยังไม่เคยได้ซื้อให้หลานชายเธออาจจะไปเห็นของเพื่อนก่อนก็เลยแกล้งเพื่อนไปแบบนั้นนั่นเอง

ส่วนเด็กชายกรินทร์เองที่ได้เข้าร้านของเล่นแบบนี้มันก็ไม่ได้ทำให้เขาตื่นเต้นดีใจอะไรมากนัก เพราะที่แห่งนี้เขามาบ่อยอย่างมาก แต่สุดท้ายเขาก็เลือกของเล่นหลายชิ้นลงรถอย่างไม่ได้เลือก ซึ่งมันเป็นนิสัยหนึ่งที่ทั้งตัวย่าหลานกลับไม่รู้เลยว่านี่คือการหลอกตัวเองว่ามันคือความสุข

หลังจากสองย่าหลานเลือกของเล่นจนเต็มรถเข็นรีบร้อยแล้วคุณคนางค์ก็พาหลานชายไปจ่ายเงินเพื่อจะพาไปร้านอื่นต่อ โดยเป็นคนคนางค์ที่จัดการหยิบของวางเคาน์เตอร์เพื่อคิดเงินจนลืมมองหลานชายของตนไปชั่วขณะ ซึ่งปกติเด็กน้อยกรินทร์ก็มักจะยืนรออยู่ข้าง ๆ ด้วยการมองนั่นมองนี่ไปเรื่อย

แต่การมองนั่นมองนี่ครั้งนี้ทำให้สายตาของเขาไปตกอยู่บนหญิงสาวรายหนึ่งที่กำลังเดินผ่านหน้าร้านของเล่นไป และเพราะแบบนั้นมันก็ทำให้เด็กชายกรินทร์วิ่งตามออกไปในทันทีจนย่าที่ไม่ทันได้เห็นหรือสังเกต

หมับ!

“อ๊ะ!” เสียงร้องตกใจพร้อมกับร่างบางของ ผ้าแพร ชะงักหยุดอยู่กับที่แทบจะไม่ทันหลังจากถูกแรงกระแทกเข้าร่างกายพร้อมกับการรัดเกี่ยวขาของเธอไว้

“แม่!” เสียงใสของเด็กชายกรินทร์เอ่ยเรียกหญิงสาวตรงหน้าที่ตัวเองวิ่งมากอดขาไว้ด้วยรอยยิ้มใสในทันที

“หนูน้อย หลงทางเหรอจ๊ะ” ผ้าแพรได้ยินเสียงใสของเด็กน้อยก็ขยับตัวออกก่อนจะย่อตัวลงตรงหน้าเด็กชายกรินทร์แล้วถามขึ้น

“แม่” เด็กชายกรินทร์ส่ายหน้าก่อนจะเรียกผ้าแพรว่าแม่ด้วยแววตามุ่งมั่นราวกับคนตรงหน้าเป็นแม่ของตนจริง ๆ

“เอ่อ หนูมากับใครคะ แล้วก่อนหน้านี้มาจากตรงไหน เดี๋ยวน้าพาไปหาผู้ปกครองนะ” ผ้าแพรได้ยินเด็กน้อยยังเรียกเธอว่าแม่ไม่หยุดก็แทบทำตัวไม่ถูก จึงถามเขาออกไปเพื่อจะพาเขาไปตามหาผู้ปกครอง

“แม่ไม่รักกรินทร์เหรอ” เด็กน้อยถามหญิงสาวตรงหน้าขึ้นด้วยแววตาไร้เดียงสาแต่กลับเจ็บปวดไม่น้อย

“คือ น้าไม่ใช่แม่ของหนูนะ” ผ้าแพรบอกให้เด็กน้อยเข้าใจอย่างลำบากใจทันที แต่จะไม่ให้เธอลำบากใจได้ยังไงเพราะสายตาของเด็กน้อยตรงหน้าตอนนี้ดูเจ็บปวดเสียใจอย่างมาก เห็นแค่นี้เธออดเดาไม่ได้เลยว่าเขาคงเป็นเด็กขาดแม่อย่างแน่นอน ไม่อย่างนั้นคงไม่มองเธออย่างเศร้าโศกขนาดนี้

“ไม่มีใครรักกรินทร์สักคน” เด็กชายกรินทร์ก้มหน้าลงพูดเสียงตัดพ้อออกมาอย่างเสียใจอย่างไม่เคยมีใครได้เห็นมันแม้แต่พ่อของเขา แต่เขากลับกล้าแสดงออกต่อหน้าหญิงสาวตรงหน้าทั้งที่พึ่งเจอกันครั้งแรก

“ไม่จริงหรอกจ้ะ น้าเชื่อว่ามีคนรักน้องกรินทร์มากมายเลย” ผ้าแพรเห็นภาพเด็กน้อยตรงหน้าที่ก้มหน้าเต็มไปด้วยความเศร้าโศกก็ทำตัวไม่ถูกไปชั่วขณะ แต่สุดท้ายก็ยกมือขึ้นลูบหัวเด็กน้อยก่อนจะอธิบายให้เขาเข้าใจ

แต่ดูจากการแต่งตัว เสื้อผ้าที่สวมใส่ ทั้งบุคลิกภายนอกก็เดาได้แล้วว่าต้องเป็นลูกคนมีเงินอย่างแน่นอน อีกอย่างห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ก็หรูหราใหญ่โตขนาดนี้การที่เด็กน้อยอยู่ที่นี่ได้ก็คงไม่พ้นผู้ปกครองพามา

“กรินทร์อยากอยู่กับแม่” แต่แล้วเด็กน้อยก็เงยหน้าขึ้นสบตาหญิงสาวที่เขาเรียกว่าแม่ ดวงตาใสซื่อกลอกกลิ้งไปด้วยน้ำตาอย่างเว้าวอน

“เอ่อ...” ผ้าแพรเห็นแบบนั้นถึงกับพูดไม่ออกไปในทันที อีกทั้งไม่รู้ว่าต้องทำยังไงให้เด็กน้อยได้เข้าใจ จนกระทั่ง

“น้องกรินทร์!” เสียงตกใจและร้อนใจของหญิงวัยกลางคนดังขึ้นจากด้านหลังเด็กน้อยพร้อมกับรีบก้าวมาหาหลานชาย ชื่อที่ดังขึ้นทำให้ผ้าแพรจำได้ว่าเด็กน้อยใช้แทนตัวเองจึงเงยหน้าไปตามต้นเสียงเพราะคิดว่าคงเป็นผู้ปกครองของเด็กชายตรงหน้า

“...!” แต่หลังจากได้เห็นหน้าของหญิงวัยกลางคนที่เดินหน้าตั้งมายังเธอกับเด็กชายกรินทร์ผ้าแพรก็ชะงักนิ่งไปมากกว่าเดิม

“ผ้าแพร” และมันก็ไม่ต่างกันกับคุณคนางค์เลยที่พอได้เห็นหน้าหญิงสาวที่อยู่กับหลานชายของเธอก็ชะงักนิ่งก่อนจะเอ่ยเรียกชื่อหญิงสาวตรงหน้าออกมาเบา ๆ อย่างไม่อยากเชื่อ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel