บ่วงบริสุทธิ์

97.0K · อัพเดทล่าสุด
Feel The Sun
40
บท
181
ยอดวิว
7.0
การให้คะแนน

บทย่อ

ชีวิตคนเรามักถูกเล่นตลกอย่างไม่น่าเชื่อ เหมือนกับชีวิตของเธอที่ถูกลูกชายของแฟนเก่าเข้าใจว่าเธอเป็นแม่ของเขาจากความเข้าใจผิดบางอย่าง และดันเป็นความเข้าใจผิดที่เด็กน้อยที่ต้องการความรักและโหยหาอ้อมกอดของแม่ไม่ยอมรับฟังง่าย ๆ จนเรียกร้องหาแม่อย่างเธอโดยไม่สนใจสิ่งใด แต่เพราะความสงสารและความจำเป็นของตัวเธอเองเหมือนกัน นั่นจึงทำให้ชีวิตของเธอได้วนกลับเข้าไปพัวพันกับคนรักเก่าที่เขาเคยทิ้งเธอไปอย่างเห็นแก่ตัวอย่างเลี่ยงไม่ได้อีกครั้ง แต่นี่มันก็แค่จุดเริ่มต้นของเขาและเธอเท่านั้น เพราะจุดจบของเรื่องนี้ มันไม่ได้มีแค่เธอกับเขา แต่กลับมีผู้หญิงอีกคนที่วนกลับมา...

นิยายรักโรแมนติกแฟนเก่าประธานรักสามเศร้าตั้งครรภ์ยกโทษ/โอกาสอีกครั้งมีลูกดราม่าโรแมนติกหักหลัง

ตอนที่1 ปัญหาพ่อลูก

ตอนที่1 ปัญหาพ่อลูก

“เลิกเอาแต่ใจตัวเองสักทีได้ไหม! ทำตัวแบบนี้ใครเขาจะรักห๊ะ!” เสียงเข้มตะคอกออกไปอย่างเอือมระอากับความดื้อรั้นของลูกชายของเขาที่เอาแต่ใจและเกเรก้าวร้าวอย่างมาก

“ไม่ขอให้ใครมารักสักหน่อย!” เสียงแข็งกร้าวพร้อมใบหน้าบึ้งตึงของเด็กชายวัยสี่ขวบดังขึ้นเถียงพ่อตัวเองอย่างไม่ยอม

“เลิกทำตัวแบบนี้สักทีนะกรินทร์ ถ้ายังไม่เลิกนิสัยแย่ ๆ แบบนี้อีกพ่อจะหาครูสอนพิเศษส่วนตัวจะได้ไม่ต้องมีเพื่อนไม่มีเวลาเล่นเหมือนเมื่อก่อน!”

พ่อของเด็กชายกรินทร์เอ่ยออกมาอย่างข่มขู่ แต่บางครั้งทางเลือกนี้อาจจะเหมาะอย่างมากกับการแก้ปัญหาพวกนี้ ปัญหาที่ลูกเขามีนิสัยเกเรก้าวร้าวชอบรังแกเพื่อนจนเป็นปัญหาต้องเรียกพบผู้ปกครองบ่อย ๆ

“แล้วแต่” เด็กชายกรินทร์เอ่ยขึ้นอย่างเย็นชาไม่แยแสก่อนจะลงจากโซฟาเดินออกไปอย่างไม่สนใจอะไร

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ พ่อยังพูดไม่จบ!” หัสดินทร์ ก้าวไปจับแขนเล็กของลูกชายไว้ก่อนจะสั่งขึ้นอย่างไม่ยอมปล่อยไปง่าย ๆ

“ไม่อยากฟัง” แต่เด็กชายกรินทร์กลับเงยหน้าขึ้นประสานสายตากับพ่ออย่างไม่ยอมแพ้แล้วพูดออกไปตรง ๆ

“กรินทร์!”

“พอแล้ว ๆ ปล่อยลูกขึ้นห้องไปเถอะ” ย่าอย่างคุณคนางค์ที่นั่งฟังสองพ่อลูกเถียงกันห้ามขึ้นอย่างเหนื่อยใจกับความสัมพันธ์ของทั้งคู่

เรื่องนี้จะห้ามลูกชายก็ไม่ได้เพราะหลานชายตนทำผิดบ่อยมากแล้วจริง ๆ ย่าอย่างเธอก็ใช่ว่าจะพูดให้หลานชายฟังได้มากนัก

“พรุ่งนี้เตรียมตัวไปขอโทษเพื่อนและแม่ของเขาด้วยรู้ไหม” หัสดินทร์สั่งลูกชายขึ้นอีกครั้งก่อนจะปล่อยมือออกจากแขนเล็กนั่นทำให้เด็กชายกรินทร์หมุนตัวเดินออกไปอย่างไม่สนใจอะไร

“แกก็อย่าไปดุลูกมากนักเลยดินทร์ แกเห็นหน้าแล้วไม่สงสารลูกเหรอ” คุณคนางค์พูดกับลูกชายขึ้นหลังจากหลานชายขึ้นห้องนอนตัวเองไปแล้ว

“แม่ก็ชอบให้ท้ายแกแบบนี้ แล้วดูยิ่งดูยิ่งพูดไม่ฟังยิ่งทำตัวเกเรขึ้นเรื่อย ๆ” หัสดินทร์พูดขึ้นอย่างขัดใจแม่ตัวเองเหมือนกัน เพราะหนึ่งในเหตุผลของนิสัยเสีย ๆ ของลูกชายเขาคือการถูกตามใจจากย่านั่นเอง

“แล้วแกจะให้แม่ดุหลานได้ยังไง เกิดมาไม่เคยเห็นหน้าแม่ก็อาภัพพอแล้ว” อย่างแรกคนเป็นย่าอย่างเธอมักตามใจหลานเป็นพิเศษอยู่แล้ว

ยิ่งสามีเธอที่จากไปเมื่อปีที่แล้วทำให้ตอนนี้คนที่เป็นเหมือนชีวิตจิตใจของเธอก็คือหลานชายตัวน้อย และยิ่งหลานตัวน้อยของเธอที่เกิดมาไม่เคยเห็นหน้าแม่มันยิ่งทำให้เธอต้องตามอกตามใจอย่างมากเพื่อเติมเต็มสิ่งที่เขาขาดหายไป

เพียงแต่เธอกลับลืมมองไปว่าสิ่งที่ให้กับสิ่งที่เด็กขาดมันคนละอย่างกัน แต่จะให้เลิกตามใจตอนนี้ก็ทำไม่ลงจริง ๆ

“นอกจากแม่แล้วกรินทร์ก็แทบไม่ฟังใคร ขนาดแม่พูดแม่สอนแกยังไม่หยุดทำเลยยังไงผมก็ต้องดุต้องว่า...” หัสดินทร์ทำได้เพียงพูดขึ้นอย่างให้แม่เข้าใจสิ่งที่เขาทำ เพราะตอนนี้ลูกเขาเริ่มหนักข้อขึ้นเรื่อย ๆ “ตอนนี้อายุสี่ขวบยังทำได้ขนาดนี้ ถ้าโตกว่านี้ไม่ทำมากกว่านี้เหรอครับ”

ไปโรงเรียนบางครั้งก็ขโมยของเพื่อนไปทิ้ง(เพื่อนคนอื่นเห็นตอนเขาขโมย) บางครั้งก็หยิบออกจากมือเพื่อนแล้วก็ทำมันพังต่อหน้าเจ้าของ หรือหนักกว่านั้นก็คือการทำร้ายร่างกายเพื่อนไม่ว่าจะเป็นการผลัก การตีจนแทบไม่มีใครเล่นด้วย

“ผมว่ายังไงแม่ต้องพาแกไปหาหมอสักครั้งเถอะครับ” หัสดินทร์ขอร้องแม่ตัวเองขึ้นอีกครั้งอย่างที่เคยปรึกษาไปก่อนหน้านี้แล้วครั้งหนึ่ง และที่เขาอยากให้ลูกไปพบจิตแพทย์เพราะเขาเองก็จนใจเหมือนกันที่ลูกเขาเป็นแบบนี้

ไม่รู้ว่าเหตุผลอะไรถึงทำให้เด็กน้อยขโมยของ จะบอกว่าเขาอยากได้ก็เป็นไปไม่ได้เพราะเขาได้ทุกอย่างที่อยากได้ อีกทั้งเขาไม่ได้ขโมยเอามาเป็นของตัวเอง แต่ขโมยเอาไปทิ้งเอาไปซ่อนมากกว่า ตั้งแต่เรียนเตรียมอนุบาลจนขึ้นอนุบาลก็ยิ่งถี่ขึ้นเรื่อย ๆ แทบจะทุกวัน

“ไม่ได้เด็ดขาด! แม่จะไม่ยอมให้คนอื่น ๆ มองหลานแม่เป็นเด็กมีปัญหาเด็ดขาด!” คุณคนางค์ปฏิเสธออกมาเสียงแข็งอีกครั้งอย่างไม่เสียเวลาคิด

และแน่นอนว่าหัสดินทร์เคยปรึกษาเรื่องนี้มาครั้งหนึ่งแล้วแต่คุณคนางค์นั้นรักและห่วงใยความรู้สึกของหลานอย่างมากกลัวว่าคนอื่นรู้แล้วจะล้อเขาว่าเป็นบ้า แม้การไปพบจิตแพทย์ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นบ้าอย่างเดียว แต่กับบางคนที่จ้องจะนินทาพอได้ยินคำนี้ก็จะคิดเป็นอื่นไม่ได้นอกจากเหตุผลนี้ แล้วถ้าหลานเธอถูกล้อถูกถามจะไม่ยิ่งแย่กันใหญ่เหรอ เพราะแบบนั้นเธอถึงได้ปฏิเสธเสียงแข็งแบบนี้

“ถ้าแม่ไม่ให้ไปงั้นแม่ก็ต้องยอมรับการสั่งสอนของผมด้วย เพราะขนาดแกฟังแม่แกยังไม่เชื่อที่แม่สอนเลย”

หัสดินทร์เข้าใจความคิดของแม่ตัวเองดี แต่ถ้าเลือกจะไม่ให้หมอช่วยงั้นก็ต้องยอมให้พ่ออย่างเขาสั่งสอนแบบของเขา ไม่ใช่คอยห้ามคอยให้ท้ายอย่างที่ผ่านมา

“จะยังไงก็ได้ แต่อย่ามากเกินไปก็พอ ตอนนี้กรินทร์ยังเด็กอาจจะยังไม่เข้าใจอะไรมากมายนัก แม่เชื่อว่าถ้าโตกว่านี้ยังไงแกก็ต้องรู้ความและเลิกพฤติกรรมแบบนี้ได้”

คุณคนางค์ที่เลือกไม่ได้ก็ถอยให้ลูกชายก้าวหนึ่งโดยไม่ลืมเน้นย้ำขอบเขตของตนพร้อมกับหาเหตุผลมาเข้าข้างหลานชายตัวเองเช่นเคยก่อนจะลุกขึ้นชั้นบนไปหาหลานชายที่ถูกตำหนิก่อนหน้านี้

“...” หัสดินทร์ทำได้เพียงถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยล้ากับปัญหาของลูกชายที่ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นทั้งที่เขาควรจะมีความสุขที่สุดตามวัยของเขาที่วัน ๆ ได้เล่นได้กินอย่างเต็มที่ ได้ทุกอย่างที่เพื่อนบางคนไม่ได้ด้วยซ้ำ แต่ทำไมกลับกลายเป็นเด็กมีปัญหาที่เอาแต่สร้างปัญหาและต่อต้านไม่หยุดแบบนี้

ถ้าแกมีแม่คอยอยู่ช่วยดูแลสั่งสอนคงจะดีกว่านี้...