บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 3 บุปผาอัปลักษณ์กลางตำหนัก

ตำหนักเหมยฮวา ตั้งอยู่เกือบสุดเขตพระราชฐานชั้นใน เป็นตำหนักขนาดเล็กที่ทรุดโทรมและเงียบเหงาที่สุดในวังหลัง ทว่าสำหรับหลินซินอี๋ ที่นี่คือฐานทัพที่สมบูรณ์แบบในการเริ่มต้นแผนการ

“คุณหนู... เอ๊ย พระสนม ให้หม่อมฉันเอายามาทาให้นะเจ้าคะ” ชุ่ยเอ๋อร์มองดูเพดานตำหนักที่มีหยากไย่พลางถอนใจ “ตำแหน่ง 'ถงจื้อ' นี้ช่างต้อยต่ำนัก แม้แต่นางกำนัลที่คอยรับใช้ก็มีเพียงหม่อมฉันคนเดียวที่เขาอนุญาตให้ตามเข้ามาได้”

ซินอี๋มองดูใบหน้าของตัวเองในกระจก ผื่นแดงยังคงดูน่าสยดสยอง แต่นางกลับไม่ทุกข์ร้อน “ต้อยต่ำสิดี ชุ่ยเอ๋อร์... ยิ่งต่ำเท่าไหร่ สายตาของเสิ่นกุ้ยเฟยและคนอื่นๆ ก็จะยิ่งมองข้ามเราไปไกลเท่านั้น ในวังหลังนี้ คนที่ถูกมองเห็นมากที่สุดคือคนที่ตายเร็วที่สุด”

นางหยิบขวดยาเล็กๆ ออกมาหยดลงบนผ้าสะอาดแล้วเช็ดใบหน้าอย่างแผ่วเบา “ในบรรดาสนมใหม่ที่เข้าวังมาวันนี้ มีเพียงข้าที่ถูกส่งมาที่นี่ ส่วนเสิ่นอวี้หรง... นางได้ตำแหน่ง 'กุ้ยเหริน' และพำนักที่ตำหนักจิ่งเหรินอันโอ่โถง”

“นางคงจะลำพองใจน่าดูเลยนะเจ้าคะ”

“ปล่อยให้นางเสวยสุขไปก่อนเถิด” ซินอี๋แค่นยิ้ม “ความสูงที่นางได้ครอบครองในวันนี้ ยิ่งสูงเท่าไหร่ เวลาตกลงมา... กระดูกจะยิ่งละเอียดเท่านั้น”

เย็นวันนั้น ขณะที่ซินอี๋กำลังจัดเตรียมสมุนไพรเพื่อ 'รักษา' ใบหน้าในระยะยาว ขันทีผู้หนึ่งก้าวเข้ามาที่หน้าตำหนักด้วยท่าทางกะลีพะลาด

“สนมหลิน! สนมหลินถงจื้ออยู่หรือไม่!”

ซินอี๋รีบใช้ผ้าคลุมใบหน้าแล้วก้าวออกไป “ข้าอยู่นี่ มีเรื่องอันใดหรือ?”

“กุ้ยเฟยมีรับสั่ง! ให้สนมใหม่ทุกคนไปร่วมงานเลี้ยงน้ำชาที่อุทยานหลวงในยามซวี (19.00 - 21.00 น.) ห้ามขาดแม้แต่คนเดียว!” ขันทีผู้นั้นมองหน้าซินอี๋ผ่านผ้าคลุมด้วยสายตาดูแคลน ก่อนจะรีบเดินจากไปราวกับกลัวจะติดโรค

“งานเลี้ยงน้ำชาหรือเจ้าคะ? นี่มันจงใจเรียกคุณหนูไปให้อับอายชัดๆ!” ชุ่ยเอ๋อร์กล่าวอย่างเจ็บใจ

“นั่นไม่ใช่แค่เรื่องอับอายหรอก ชุ่ยเอ๋อร์” ซินอี๋หรี่ตาลง “ชาติที่แล้ว ในงานเลี้ยงน้ำชาครั้งแรก เสิ่นกุ้ยเฟยใช้แผน 'แมวหลวงตกใจ' ทำให้นางสนมคนหนึ่งเสียโฉม และอีกคนถูกกล่าวหาว่าทำร้ายสัตว์ทรงเลี้ยงจนถูกโบย... นางกำลังจะเริ่มคัดคนที่ไม่ต้องการทิ้งตั้งแต่วันแรก”

ณ อุทยานหลวง

กลิ่นหอมของมวลบุปผาอบอวลไปทั่วบริเวณ โต๊ะน้ำชาถูกจัดวางอย่างวิจิตรบรรจง เสิ่นอวี้หรงในฐานะกุ้ยเหรินคนใหม่นั่งอยู่แถวหน้าสุดด้วยสีหน้าเชิดรั้น ส่วนซินอี๋ต้องไปนั่งท้ายสุดในมุมที่มืดและอับที่สุด

“ดูนั่นสิ... นั่นใช่สนมหน้าผีที่ลือกันหรือไม่?”

“ใช่จริงๆ ด้วย ขนาดคลุมหน้าข้ายังรู้สึกคันแทนเลย ฝ่าบาททรงพระเมตตาแท้ๆ ที่ไม่สั่งประหารนางฐานที่ทำให้ระคายเคืองพระเนตร”

เสียงกระซิบกระซาบจากสนมคนอื่นๆ ดังเข้าหูซินอี๋ทุกคำ แต่นางกลับนั่งนิ่งราวกับรูปสลัก ทันใดนั้น เสียงขันทีก็ตะโกนก้อง

“เสิ่นกุ้ยเฟยเสด็จ!”

สตรีในชุดอาภรณ์สีทองสว่างไสว เดินนวยนาดเข้ามาพร้อมกับขบวนนางกำนัลนับสิบ รัศมีแห่งอำนาจของนางข่มขวัญสนมใหม่จนทุกคนต้องหมอบกราบลงกับพื้น

“ลุกขึ้นเถิด... วันนี้เป็นวันดี ข้าเพียงแต่อยากทำความรู้จักกับน้องหญิงทั้งหลาย” เสิ่นกุ้ยเฟยเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลที่ซินอี๋จำได้ดี... น้ำเสียงเดียวกับที่ใช้สั่งฆ่าครอบครัวของเธอ

สายตาของเสิ่นกุ้ยเฟยกวาดผ่านทุกคนจนมาหยุดที่ซินอี๋ “โอ้... นั่นสนมหลินใช่หรือไม่? ข้าได้ยินเรื่องของเจ้ามามาก มาใกล้ๆ ให้ข้าดูหน้าเจ้าชัดๆ สิ”

ซินอี๋ลุกขึ้นเดินเข้าไปหาด้วยท่วงท่าที่นิ่งสงบจนเสิ่นกุ้ยเฟยแอบขมวดคิ้ว สตรีผู้นี้... มีกิริยาที่ดูสูงศักดิ์เกินกว่าจะเป็นเพียงบุตรีแม่ทัพบ้านนอก

“ถอดผ้าคลุมออกเถิด ไม่ต้องกลัว ข้ามีหมอหลวงเก่งๆ อาจจะช่วยรักษาเจ้าได้” เสิ่นกุ้ยเฟยกล่าวด้วยความหวังดีจอมปลอม

เมื่อซินอี๋เปิดผ้าออก ผื่นสีแดงคล้ำที่ดูเหมือนหนองพองโตปรากฏแก่สายตา เสิ่นกุ้ยเฟยแสร้งทำเป็นผงะถอยหลังพร้อมใช้ผ้าเช็ดหน้าปิดจมูก

“ตายจริง! รุนแรงเพียงนี้เชียวหรือ...” เสิ่นกุ้ยเฟยพึมพำ ก่อนจะหันไปสบตากับนางกำนัลคนสนิท เป็นสัญญาณที่ซินอี๋จำได้แม่นยำ

ทันใดนั้นเอง! แมวสีขาวขนฟูที่หมอบอยู่บนตักของเสิ่นกุ้ยเฟยก็กรีดร้องเสียงหลงเหมือนถูกเข็มแทง มันกระโดดพรวดออกมาจากตักและพุ่งตรงไปที่ใบหน้าของซินอี๋พร้อมกางเล็บแหลมคมออก!

เหล่าสนมพากันกรีดร้อง เสิ่นกุ้ยเฟยลอบยกยิ้มสะใจ นางตั้งใจจะให้แมวข่วนหน้าซินอี๋ให้เสียโฉมถาวรและอ้างว่าเป็นอุบัติเหตุ

แต่ซินอี๋ที่เตรียมตัวมาอยู่แล้ว กลับไม่ถอยหนี นางสะบัดแขนเสื้อเบาๆ ปล่อยผง 'กัญชาแมว' ที่ซ่อนไว้ในสาบเสื้อออกมาเพียงเล็กน้อย พร้อมกับเบี่ยงตัวหลบด้วยจังหวะที่แม่นยำ

หมับ!

แทนที่แมวจะข่วนหน้าซินอี๋ มันกลับเสียหลักตกลงบนโต๊ะน้ำชาของเสิ่นอวี้หรงที่นั่งอยู่ข้างๆ แล้วตะกุยถ้วยน้ำชาร้อนๆ หกใส่ตักของเสิ่นอวี้หรงจนนางร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด

“กรี๊ดดด! ร้อน! แมวบ้า! ออกไปนะ!” เสิ่นอวี้หรงผลักแมวออกอย่างแรงจนมันกระเด็นไปชนกระถางต้นไม้

“เจ้ากล้าทำร้ายแมวทรงโปรดของข้าหรือ!” เสิ่นกุ้ยเฟยตวาดเสียงดัง เปลี่ยนท่าทีเป็นเกรี้ยวกราดทันที

ซินอี๋รีบคุกเข่าลง แววตาสั่นระริกเหมือนคนขวัญเสีย “ทูลกุ้ยเฟย... เมื่อครู่แมวของพระนางดูเหมือนจะตกใจกลัวอะไรบางอย่าง หม่อมฉันพยายามจะเข้าไปรับ แต่มันกลับพุ่งไปทางพี่หญิงเสิ่นเสียก่อน เป็นความผิดของหม่อมฉันเองที่ไร้วาสนา มิอาจปกป้องแมวทรงเลี้ยงได้เพคะ!”

ซินอี๋ก้มหน้าลงซ่อนยิ้มไว้ใต้เงา แผนการยืมมือคนหนึ่งไปตีอีกคนหนึ่งเริ่มได้ผล เสิ่นกุ้ยเฟยโกรธจัดที่แผนผิดพลาด แต่คนที่รับเคราะห์กลับเป็นน้องสาวของตนเองที่เผลอทำร้ายแมวต่อหน้าสายตาคนนับสิบ

ในขณะที่สถานการณ์กำลังวุ่นวาย เสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง

“เกิดอะไรขึ้นที่นี่? เหตุใดถึงมีเสียงเอะอะตึงตังไปถึงตำหนักหน้า”

ฮ่องเต้จ้าวเฟิงจินเสด็จมาโดยมิได้นัดหมาย!

ซินอี๋นิ่งงันไปครู่หนึ่ง หัวใจบีบคั้นด้วยความแค้นและโหยหา... จ้าวเฟิงจิน ชาตินี้ข้าจะไม่ยอมให้ท่านเป็นคนตัดสินชีวิตข้าอีกต่อไป!

นางแสร้งทำเป็นสั่นเทาและก้มหน้าต่ำลง ให้เห็นเพียงเสี้ยวหน้าที่มีผื่นแดงน่าสงสาร โดยรู้ดีว่าฮ่องเต้ผู้นี้... ยิ่งอะไรที่ดูประหลาดและน่าค้นหา เขายิ่งอยากเข้าใกล้!

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel