บท
ตั้งค่า

บทที่ 4 เงื้อมือของท่านอ๋องปีศาจ

หลังจากการถอนหมั้นที่สะเทือนไปทั้งเมืองหลวงผ่านพ้นไปเพียงสามวัน กลิ่นคาวของความอัปยศยังไม่ทันจางหายจากจวนแม่ทัพเสิ่น บรรยากาศภายในเรือนหลักกลับกดดันจนบ่าวไพร่แทบไม่กล้าหายใจแรง เสิ่นเจิ้ง นั่งหน้าดำคร่ำเครียดอยู่บนเก้าอี้เจ้าบ้าน มือหนาตบโต๊ะไม้พะยูงจนน้ำชากระฉอก

"เจ้าทำเกินไปแล้ว รั่วหลาน! การถอนหมั้นกับตระกูลหลู่กลางงานปักปิ่นไม่เพียงแต่ทำให้ข้าเสียหน้า แต่มันกำลังทำให้ตระกูลเสิ่นถูกโดดเดี่ยวในราชสำนัก!" บิดาตวาดลั่น แววตาที่เคยมองนางด้วยความเมินเฉยบัดนี้เต็มไปด้วยความเดือดลุกเป็นไฟ

เสิ่นรั่วหลาน นั่งนิ่งสงบอยู่เบื้องหน้าบิดา นางจิบน้ำชาช้าๆ กิริยาท่าทางสูงส่งจนน่าประหลาดใจ แตกต่างจากเด็กสาวขี้กลัวคนเดิมอย่างสิ้นเชิง

"ท่านพ่อเจ้าคะ ลูกเพียงแต่รักษาเกียรติของตระกูลเสิ่น หากลูกแต่งเข้าจวนหลู่ทั้งที่ฝ่ายนั้นลอบชู้กับน้องสาวตนเอง คนจะมิหัวเราะเยาะท่านแม่ทัพใหญ่เสิ่นเจิ้งว่าสั่งสอนบุตรสาวให้ไร้ยางอายรึเจ้าคะ?"

"หุบปาก! เจ้ายังมีหน้ามาพูดเรื่องเกียรติยศอีกรึ!" เสียงแหลมสูงของ หลิวซื่อ แม่เลี้ยงจอมเสแสร้งดังขึ้น นางเดินเข้ามาพร้อมกับซับน้ำตาที่ไม่มีอยู่จริง

"เพราะเจ้า... ยวี่เอ๋อร์ของข้าถึงต้องล้มป่วยจนเสียโฉม หมอหลวงบอกว่าผื่นพองนั้นอาจทิ้งรอยแผลเป็นไปตลอดชีวิต ยวี่เอ๋อร์หมดอนาคตแล้ว แต่เจ้ากลับลอยหน้าลอยตาอยู่ได้!"

รั่วหลานปรายสายตามองหลิวซื่อด้วยความรังเกียจที่ปิดไม่มิด ในชาติก่อนสตรีผู้นี้คือคนที่วางยาแม่ของนาง และคอยเสี้ยมสอนให้ยวี่เอ๋อร์ทำลายชีวิตนาง

"ท่านแม่รองกล่าวหนักไปแล้ว น้องรองทำตนเองพกของอัปมงคลเข้ามาในงานเอง จะโทษลูกได้อย่างไรเจ้าคะ?"

"พอได้แล้ว!" เสิ่นเจิ้งคำราม

"ในเมื่อเจ้าทำให้ตระกูลเสียชื่อเสียง และการหมั้นกับตระกูลหลู่พังพินาศ เจ้าก็ต้องรับผิดชอบ ข้าได้ตอบตกลงรับแม่สื่อจากตระกูล 'จ้าว' แล้ว เจ้ากรมจ้าวคุนกำลังมองหาฮูหยินเอกคนใหม่แทนคนเดิมที่เพิ่งสิ้นไป แม้เขาจะอายุล่วงเข้าห้าสิบ แต่ฐานะและอำนาจของเขาสามารถช่วยค้ำจุนข้าได้"

รั่วหลานชะงักไปครู่หนึ่ง... จ้าวคุน? ไอ้เฒ่าตัณหากลับที่มีข่าวลือว่าซ้อมฮูหยินจนตายรายปีคนนั้นน่ะรึ? ชาติก่อนบิดาก็เคยคิดจะส่งนางไปให้คนผู้นี้เพื่อแลกกับตำแหน่งห้าขุนนางใหญ่ แต่อาศัยว่าตอนนั้นนางมีสัญญาหมั้นกับหลู่เหวินเจี๋ยจึงรอดมาได้ ไม่นึกเลยว่าชาตินี้บิดาจะยังเลือกเส้นทางสารเลวนี้อีกครั้ง

"ท่านจะส่งลูกไปลงนรกเพียงเพื่อตำแหน่งของท่านรึเจ้าคะ?" รั่วหลานถามด้วยเสียงเย็นเยียบ แววตานางวาววับดุจคมกระบี่

"มันคือหน้าที่ของบุตรสาว! อีกสามวันขบวนสินสอดจากตระกูลจ้าวจะมาถึง เจ้าจงเตรียมตัวเสีย!" เสิ่นเจิ้งสะบัดหน้าหนี เตรียมจะเดินออกจากห้องโดยไม่สนคำโต้แย้ง

ทว่า... ก่อนที่ฝีเท้าของบิดาจะก้าวพ้นธรณีประตู เสียงฝีม้านับร้อยที่ควบตะบึงมาหยุดอยู่หน้าจวนก็ดังสนั่น พร้อมกับเสียงประกาศที่ทำให้ทุกคนในจวนเสิ่นถึงกับตัวแข็งทื่อ

"ท่านอ๋องฉินเสด็จ! ใครขวางทาง... ฆ่าไม่ละเว้น!"

ประตูจวนแม่ทัพถูกถีบออกอย่างแรงจนบานพับหลุดกระเด็น ร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะสีดำทมิฬที่เปื้อนคราบเลือดจากการฝึกทหารก้าวเข้ามาด้วยท่วงท่าคุกคาม กลิ่นอายสังหารแผ่กระจายจนบ่าวไพร่บางคนถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงกับพื้น เซียวจ้านเทียน ถือแส้หนังในมือ สายตาคมปลาบกวาดมองหาเพียงสตรีคนเดียวในโถงนั้น

"ฉินอ๋อง! ท่านอ๋อง... เหตุใดถึงเสด็จมาโดยมิให้สัญญาณ?" เสิ่นเจิ้งรีบคุกเข่าลงด้วยความตกใจ

จ้านเทียนไม่สนใจเจ้าของบ้านแม้แต่น้อย เขาเดินตรงดิ่งมาหยุดอยู่ตรงหน้าเสิ่นรั่วหลาน ร่างระหงของนางดูตัวเล็กนิดเดียวเมื่อเทียบกับเงาทมิฬของเขา เขาเชยคางนางขึ้นด้วยนิ้วหัวแม่มือที่หยาบกร้าน แววตาที่มองนางนั้นดุดันราวกับจะกลืนกินแต่ก็แฝงไปด้วยความหวงแหนที่ปิดไม่มิด

"ข้าได้ยินว่า... เสิ่นเจิ้งคิดจะส่งของที่ 'ข้าหมายตาไว้' ไปให้ตาแก่จ้าวคุนรึ?" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจทำให้เสิ่นเจิ้งหน้าซีดเผือด

"หามิได้ขอรับท่านอ๋อง... ข้าน้อยเพียงแต่..." เสิ่นเจิ้งพยายามจะอธิบาย

"หุบปาก!" ฉินอ๋องตวาดลั่นจนโถงทั้งโถงสะเทือน เขาหันไปจ้องหน้าเสิ่นเจิ้งด้วยแววตาปีศาจ

"เสิ่นเจิ้ง เจ้ามีหัวกี่หัวถึงกล้าแย่งชิงสตรีที่ข้า เซียวจ้านเทียน ประกาศไว้ในใจว่าจะให้เป็นพระชายาเอก? หรือเจ้าอยากให้ข้าถล่มจวนแม่ทัพนี้ให้กลายเป็นกองขี้เถ้าเพียงเพื่อชำระความใจกล้าของเจ้า!"

รั่วหลานมองสบตาเขา นางเห็นประกายความบ้าคลั่งในดวงตาคู่นั้น... ความบ้าคลั่งที่นางเริ่มตระหนักว่า ชาติก่อนเขาคงเฝ้ามองนางอยู่ห่างๆ แต่เพราะนางรักหลู่เหวินเจี๋ย เขาจึงไม่เคยปรากฏตัวมาชิงนางไป แต่ชาตินี้... เมื่อนางเปิดเผยตัวตนที่แข็งแกร่ง เขาก็ไม่คิดจะซ่อนความปรารถนาอีกต่อไป

"ท่านอ๋อง... ลูกสาวข้าถอนหมั้นแล้ว ชื่อเสียงด่างพร้อย มิคู่ควรกับท่านหรอกเจ้าค่ะ" หลิวซื่อพยายามแทรกขึ้นมาด้วยความอิจฉา

จ้านเทียนสะบัดแส้หนังในมือเฉียดหน้าหลิวซื่อไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปดจนนางร้องกรี๊ดแล้วล้มลง

"ชื่อเสียงด่างพร้อยรึ? ในสายตาข้า... รั่วหลานคือหยกงามที่ถูกก้อนหินสกปรกบังตาไว้ ใครที่บังอาจว่านางด่างพร้อย ข้าจะตัดลิ้นมันทิ้งเสียเดี๋ยวนี้!"

เขาหันกลับมาหานาง แววตาเปลี่ยนเป็นอ่อนแสงลงเพียงชั่วครู่แต่ยังคงไว้ซึ่งความเผด็จการ

"รั่วหลาน... เจ้าอยากแต่งกับตาแก่เจ้าคุนนั่น หรืออยากไปนั่งบนตำแหน่ง 'ฉินหวังเฟย' ที่มีอำนาจเหนือคนทั้งแผ่นดิน?"

รั่วหลานยิ้มออกมาเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นงดงามจนหัวใจของอ๋องปีศาจเต้นผิดจังหวะ

"ข้าน้อยไม่ชอบคนแก่เจ้าค่ะ... แต่ข้าน้อยชอบคนดุร้าย ที่ปกป้องข้าได้มากกว่า"

จ้านเทียนระเบิดเสียงหัวเราะที่น่าสะพรึงกลัวออกมา เขาคว้าข้อมือนางแล้วกระชากเข้าไปในอ้อมกอดต่อหน้าต่อตาบิดาและแม่เลี้ยง

"ดี! ในเมื่อเจ้าเลือกข้า ใครหน้าไหนก็ขวางไม่ได้!"

เขาหันไปสั่งทหารที่ยืนล้อมอยู่ข้างนอก

"นำราชโองการที่ข้าเพิ่งไปบังคับ ให้ฝ่าบาทลงนามมาที่นี่! ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เสิ่นรั่วหลานคือว่าที่พระชายาเอกของข้า ขบวนสินสอดจากตระกูลจ้าว... หากใครกล้าส่งเข้ามาหน้าจวนนี้แม้แต่ก้าวเดียว ให้บั่นคอคนผู้นั้นเสียแล้วเอาหัวไปแขวนไว้ที่หน้าจวนจ้าวคุน!"

เสิ่นเจิ้งสั่นเทาไปทั้งร่าง นี่มันไม่ใช่การขอแต่งงาน แต่มันคือการปล้นชิง! ทว่าไม่มีใครกล้าขัดขวางอ๋องปีศาจที่กุมอำนาจทางทหารไว้เกือบครึ่งแผ่นดินคนนี้ได้

ฉินอ๋องก้มลงกระซิบที่ข้างหูรั่วหลาน กลิ่นคาวเลือดจากเกราะของเขาทำให้นางรู้สึกถึงความตื่นเต้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

"รั่วหลาน... ต่อจากนี้ใครที่รังแกเจ้า ข้าจะฆ่ามัน ใครที่ทำให้เจ้าเสียน้ำตา ข้าจะล้างตระกูลมัน... แม้แต่พ่อของเจ้าเองก็ไม่มีข้อยกเว้น"

รั่วหลานซบหน้าลงกับอกแกร่งของเขา แอบยิ้มสะใจในเงามืด... หลู่เหวินเจี๋ย ยวี่เอ๋อร์... พวกเจ้าคิดว่าการถอนหมั้นคือจุดจบงั้นรึ? ไม่เลย... อำนาจที่แท้จริงที่ข้ากุมไว้กำลังจะมาทวงหนี้พวกเจ้าแล้ว

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel