
บทย่อ
ชาตินี้ข้าหวนคืนมาเพื่อทวงทุกอย่างที่เป็นของข้า... และเพื่อเป็นสตรีเพียงผู้เดียวที่กุมหัวใจพยัคฆ์ร้ายผู้นี้ไว้ในมือ! เมื่อชีวิตในชาติแรกจบลงท่ามกลางเปลวเพลิงแห่งการหลอกลวง เสิ่นรั่วหลาน จึงหวนคืนมาอีกครั้งในร่างเดิมพร้อมความทรงจำที่กรีดลึกถึงกระดูก นางมิใช่บุปผางามที่คอยให้ใครมาเด็ดดม แต่คือหนามแหลมอาบยาพิษที่พร้อมจะทิ่มแทงหัวใจคนทรยศให้ย่อยยับ!
บทที่ 1 กลิ่นคาวเลือดในคืนวสันต์
ความมืดมิดในคุกหลวงช่างเย็นเยียบจนสลักลึกถึงกระดูก กลิ่นอับชื้นของเชื้อราคละคลุ้งไปกับกลิ่นคาวเลือดที่เริ่มบูดเน่าโชยมาจากมุมห้อง เสิ่นรั่วหลาน นอนคว่ำหน้าราบกับพื้นหินที่เปียกแฉะ ร่างกายที่เคยสง่างามในชุดผ้าไหมชั้นเลิศ บัดนี้กลับเหลือเพียงเศษผ้าป่านขาดวิ่นที่ชุ่มไปด้วยโลหิตแดงฉาน
เส้นเอ็นที่ข้อมือและข้อเท้าของนางถูกตัดขาดสะบั้นด้วยคมดาบที่นางเคยขัดถูให้มันเงางามเพื่อสามีอันเป็นที่รัก ทุกครั้งที่นางพยายามขยับตัว ความเจ็บปวดรวดร้าวจะพุ่งพล่านเข้าสู่ประสาทสัมผัสจนแทบสิ้นสติ แต่นั่นยังไม่เจ็บปวดเท่ากับความจริงที่ว่า... ลิ้นของนางถูกตัดออกไปแล้ว นางไม่สามารถแม้แต่จะเปล่งเสียงร้องขอความธรรมดาได้อีกต่อไป
เสียงฝีเท้าเบาๆ ดังขึ้นดุจเสียงมัจจุราชนับถอยหลัง ประตูคุกเหล็กที่สนิมเขรอะถูกเปิดออกพร้อมเสียงบาดหู ปรากฏร่างของสตรีในชุดสีชมพูกลีบบัวที่ดูอ่อนหวานและสูงศักดิ์ เสิ่นยวี่เอ๋อร์ น้องสาวต่างมารดาที่นางเคยรักและถนุถนอมยิ่งกว่าแก้วตาดวงใจ เดินนวยนาดเข้ามาพร้อมรอยยิ้มที่รั่วหลานไม่เคยได้เห็นในยามปกติ... มันคือรอยยิ้มของอสรพิษที่ได้ใจ
"พี่หญิง... ท่านดูสภาพสิ ช่างน่าเวทนานัก"
ยวี่เอ๋อร์ย่อตัวลงข้างๆ นางพลางใช้พัดจีบเชยคางที่เปื้อนเลือดของรั่วหลานขึ้นมา
"ท่านคงสงสัยสินะว่าเหตุใดท่านพี่เหวินเจี๋ยถึงใจร้ายกับท่านเพียงนี้? ทั้งที่เมื่อก่อนเขาสัญญาว่าจะรักท่านเพียงคนเดียว"
รั่วหลานเบิกตากว้าง ดวงตาที่พร่ามัวไปด้วยโลหิตจ้องมองน้องสาวด้วยความโกรธแค้น นางอยากจะตะโกนถามว่าเหตุใดถึงทำเช่นนี้ แต่สิ่งที่ทำได้มีเพียงเสียงอึกอักในลำคอ
"เพราะเขารู้แล้วอย่างไรเล่า... ว่าลูกในครรภ์ของข้าที่แท้งไป เป็นเพราะท่านวางยาพิษในน้ำแกง" ยวี่เอ๋อร์หัวเราะร่วน เสียงนั้นช่างบาดลึก
"ทั้งที่ความจริงแล้ว... ข้าเป็นคนกินยาสลายครรภ์นั่นเองกับมือ เพื่อที่จะได้โยนบาปนี้ให้ท่าน และดูเถิด... แผนของข้าช่างได้ผลดียิ่งนัก บัดนี้ท่านพี่เหวินเจี๋ยเกลียดท่านเข้ากระดูกดำ เขาถึงกับเป็นคนสั่งตัดเอ็นมือเอ็นเท้าของท่านด้วยตนเองอย่างไรเล่า!"
หัวใจของรั่วหลานเหมือนถูกฉีกทิ้งเป็นชิ้นๆ ภาพของ หลู่เหวินเจี๋ย ชายหนุ่มที่เติบโตมาด้วยกัน แววตาที่เคยอ่อนโยนยามที่เขามอบปิ่นหยกให้นางในวันแต่งงาน บัดนี้กลับเปลี่ยนเป็นแววตาอำมหิตที่สั่งให้ทหารทรมานนางโดยไม่กระพริบตา ความรักที่นางมอบให้เขามาทั้งชีวิต กลายเป็นดาบที่ย้อนกลับมาทิ่มแทงนางจนไม่เหลือชิ้นดี
"อ้อ... อีกเรื่องที่ท่านควรรู้ก่อนตาย"
ยวี่เอ๋อร์โน้มตัวมากระซิบข้างหู น้ำเสียงแฝงไปด้วยความสะใจ
"ตระกูลเสิ่นของท่าน... บิดาของท่านถูกท่านพี่เหวินเจี๋ยทูลฟ้องข้อหากบฏ บัดนี้หัวของท่านพ่อคงกำลังถูกเสียบประจานอยู่ที่หน้าประตูเมืองแล้วกระมัง ทุกอย่างที่ท่านรัก... ย่อยยับเพราะความโง่เขลาของท่านเองทั้งนั้น!"
รั่วหลานกรีดร้องไร้เสียง เลือดอุ่นๆ ไหลทะลักออกจากดวงตาแทนน้ำตา ความแค้นพุ่งพล่านจนถึงขีดสุดถล่มทลายกำแพงความอดทน นางพยายามใช้เรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายพุ่งตัวเข้าหากล่องดวงใจของยวี่เอ๋อร์ แต่กลับถูกทหารยามเตะเข้าที่ยอดอกจนร่างกระเด็นไปกระแทกผนังหิน
"ฆ่านางเสีย... ข้าเบื่อที่จะดูละครลิงนี้แล้ว"
ยวี่เอ๋อร์ลุกขึ้นยืนพลางใช้ผ้าเช็ดหน้าซับรอยเลือดที่กระเด็นมาโดนชุด
"อ้อ... อย่าลืมถลกหนังหน้านางออกด้วยนะ ข้าไม่อยากเห็นใบหน้าที่เหมือนแม่ของนางอีก"
คมดาบเย็นเยียบพุ่งเข้าสู่ทรวงอกของรั่วหลาน ความเย็นแผ่ซ่านไปทั่วร่างกายพร้อมกับลมหายใจที่ค่อยๆ ขาดห้วง ในวินาทีที่ดวงตาจะปิดลง นางได้แต่ก่นด่าสวรรค์ในใจ... หากชาติหน้ามีจริง ข้าขอสาบานด้วยวิญญาณ... ข้าจะกลับมาทวงหนี้เลือดครั้งนี้คืนเป็นพันเท่า หมื่นเท่า! ข้าจะทำให้พวกเจ้าตายอย่างไม่มีแผ่นดินกลบหน้า!
เฮือก!
รั่วหลานสะดุ้งสุดตัว ร่างกายสั่นเทาไปด้วยเหงื่อเย็นเฉียบที่ท่วมตัว นางหอบหายใจรัวเร็วราวกับเพิ่งหนีพ้นจากขุมนรก ดวงตากวาดมองไปรอบๆ ด้วยความตระหนก... แต่นี่ไม่ใช่คุกมืดที่อับชื้น
นางนอนอยู่บนเตียงไม้แกะสลักอย่างวิจิตร ม่านมุ้งผ้าไหมสีชมพูอ่อนพริ้วไหวตามลม กลิ่นกำยานดอกกุ้ยฮวาที่แสนคุ้นเคยลอยละล่องอยู่ในอากาศ มือที่ผอมบางและขาวนวลของนาง... ไม่มีรอยแผลเป็น ไม่มีเลือดไหลซึม นางรีบขยับข้อมือและข้อเท้า... มันยังคงเคลื่อนไหวได้ตามปกติ
"คุณหนู! ท่านฟื้นแล้วหรือเจ้าคะ? โถ... คงจะฝันร้ายกระมัง ผิวพรรณซีดเซียวเชียว"
เสียงเรียกที่คุ้นเคยทำให้รั่วหลานหันไปมอง อาชุ่ย สาวใช้คนสนิทที่ถูกยวี่เอ๋อร์สั่งโบยจนตายในชาติก่อน ยืนอยู่ข้างเตียงพร้อมอ่างน้ำล้างหน้า รั่วหลานสั่นสะท้านไปทั้งร่าง นางเอื้อมมือไปจับแขนของอาชุ่ย... มันอุ่น และมีชีพจรเต้นอยู่จริงๆ
"วันนี้วันอะไร..." รั่วหลานเค้นเสียงถาม เสียงของนางยังคงใสกระจ่าง ไม่ได้ถูกตัดลิ้นไปเหมือนในภาพจำ
"โถ คุณหนู... ลืมไปแล้วหรือคะ? วันนี้เป็นวันมงคล วันที่ท่านอายุครบสิบห้าปี เป็น 'พิธีปักปิ่น' ของท่านอย่างไรเล่าคะ! อีกประเดี๋ยวท่านแม่ทัพหลู่ก็จะมาร่วมงานด้วย ท่านรีบแต่งตัวเถิดเจ้าค่ะ"
รั่วหลานนิ่งค้างไป... วันพิธีปักปิ่น วันที่หลู่เหวินเจี๋ยมาขอหมั้นนางต่อหน้าแขกเหรื่อ และเป็นวันที่เสิ่นยวี่เอ๋อร์เริ่มวางแผนร้ายทำลายชื่อเสียงของนางเป็นครั้งแรก...
สวรรค์... ท่านได้ยินคำสาบานของข้าจริงๆ ใช่ไหม?
รั่วหลานลุกขึ้นนั่ง แววตาที่เคยอ่อนหวานและไร้เดียงสา บัดนี้กลับเปลี่ยนเป็นลุ่มลึกและเย็นเยียบดุจน้ำแข็งใต้สมุทร นางมองเงาของตนเองในกระจกทองเหลือง... ใบหน้าที่งดงามราวกับบุปผาแรกแย้มนี้ จะกลายเป็นเพชฌฆาตที่พรากลมหายใจของทุกคนที่ทำร้ายนาง
"อาชุ่ย... เตรียมชุดสีแดงสดให้ข้า" รั่วหลานเอ่ยเสียงเรียบ
"วันนี้เป็นวันมงคล... ข้าอยากให้ทุกคนจดจำวันนี้ไปจนวันตาย"
รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏที่มุมปากของสตรีที่หวนคืนมาจากความตาย... เหวินเจี๋ย ยวี่เอ๋อร์... พวกเจ้าเตรียมตัวรับ 'ของขวัญ' จากข้าหรือยัง?
