บทที่ 3 หมากกระดานแรกและการถอนหมั้น
เสียงกรีดร้องที่ดังมาจากสวนมวลบุปผาด้านหลังโถงใหญ่ ทำให้บรรยากาศมงคลในพิธีปักปิ่นหยุดชะงักลงราวกับถูกดาบฟันสะบั้น แขกเหรื่อขยับตัวด้วยความเลิ่กลั่ก สายตาเปี่ยมไปด้วยความสอดรู้สอดเห็นเริ่มสอดส่ายหาต้นเสียง ขณะที่บิดาของนาง เสิ่นเจิ้ง ใบหน้าเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำด้วยความอับอาย
"เกิดอะไรขึ้น! ใครบังอาจมาส่งเสียงเอะอะในงานมงคลของบุตรีข้า!" เสิ่นเจิ้งตวาดพลางก้าวฉับๆ ออกไปทางสวนหิน
เสิ่นรั่วหลาน เยือกเย็นดุจน้ำแข็ง นางไม่รีบร้อนแต่ก้าวเดินตามบิดาไปอย่างสง่างาม ชายกระโปรงสีแดงชาดสะบัดพริ้วดุจเปลวเพลิงที่กำลังลามเลียไปยังจุดที่เกิดเหตุ ในใจของนางลอบยิ้มเยาะ... ยวี่เอ๋อร์ ในชาติก่อนเจ้าใช้เสียงร้องเท็จหลอกล่อให้คนไปพบข้าในสภาพอัปยศ วันนี้เจ้าจงใช้เสียงร้องจริงของเจ้าเปิดม่านงิ้วโรงนี้เถิด
เมื่อทุกคนไปถึง ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้เหล่าฮูหยินขุนนางถึงกับต้องใช้ผ้าเช็ดหน้าปิดปากอย่างตกใจ เสิ่นยวี่เอ๋อร์ ที่มักจะรักษาภาพลักษณ์ดอกบัวขาวผู้แสนบริสุทธิ์ บัดนี้กลับดึงรั้งเสื้อผ้าจนหลุดลุ่ย ใบหน้าและลำคอขาวนวลบัดนี้ขึ้นผื่นแดงก่ำเป็นปื้น นางใช้เล็บจิกทึ้งผิวหนังของตนเองจนเลือดซิบ เสียงร้องไห้โฮฟังไม่ได้ศัพท์จับความไม่ได้
"ร้อน... คันเหลือเกิน! ใครก็ได้ช่วยข้าที!" ยวี่เอ๋อร์พยายามจะวิ่งเข้าไปหาคนช่วย แต่สภาพที่ดูคุ้มคลั่งทำให้ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้
"ยวี่เอ๋อร์! เจ้าเป็นอะไรไป!"
หลู่เหวินเจี๋ย พยายามจะเข้าไปช่วยด้วยความห่วงใยที่ปิดไม่มิด แววตาของเขาที่มองไปทางน้องสาวนั่นเองที่ทำให้รั่วหลานยิ่งมั่นใจว่า... พวกมันลอบกินแกงถ้วยเดียวกันมานานแล้ว
"ท่านพี่เหวินเจี๋ย... ช่วยยวี่เอ๋อร์ด้วย ข้าคัน... เหมือนมีเข็มนับพันเล่มทิ่มแทง" นางโผเข้าหาอ้อมกอดของเขาโดยไม่สนใจสายตาผู้คน
รั่วหลานก้าวออกมายืนข้างบิดาพลางทำสีหน้าตื่นตระหนกจอมปลอม
"น้องรอง! เหตุใดเจ้าถึงมีสภาพเช่นนี้? หรือว่า... เจ้านำ 'ของ' บางอย่างที่ไม่ควรแตะต้องติดตัวมาด้วย?"
"เจ้าพูดเรื่องอะไร รั่วหลาน!" เสิ่นเจิ้งหันมาถามด้วยความฉงน
รั่วหลานย่อตัวลงเล็กน้อยพลางชี้ไปที่เศษถุงหอมที่ตกอยู่ข้างตัวยวี่เอ๋อร์ ซึ่งมีผงสีขาวกระจายเกลื่อน
"ท่านพ่อเจ้าคะ ลูกสังเกตเห็นน้องรองถือถุงหอมใบนี้ติดตัวตลอดเวลาตั้งแต่ในห้องแต่งตัว เมื่อครู่น้ำชาหกใส่นาง ผงในถุงหอมนี้คงการเกิดการกระทำตอบสนองกับน้ำจนกลายเป็นพิษร้อน... ดูท่าทางแล้ว ผงนี้มีส่วนผสมของ 'รากหญ้าหนอนตายยาก' ซึ่งมักใช้ปลุกกำหนัด แต่หากโดนน้ำจะกลายเป็นพิษคันอย่างรุนแรงเจ้าค่ะ"
คำพูดของรั่วหลานทำให้ฝูงชนฮือฮา
"ผงปลุกกำหนัดรึ? คุณหนูรองตระกูลเสิ่นพกของพรรค์นี้ในงานปักปิ่นพี่สาวเพื่ออะไรกัน!" เสียงซุบซิบเริ่มดังหนาหู
"ไม่จริง! พี่หญิงท่านใส่ร้ายข้า!" ยวี่เอ๋อร์ตะโกนทั้งน้ำตา แต่นางไม่อาจหยุดมือที่จิกทึ้งร่างกายได้
"หากเจ้าว่าข้าใส่ร้าย... เช่นนั้นเหตุใดในถุงหอมใบนั้น ถึงมีปักอักษร 'เจี๋ย' ซึ่งเป็นชื่อของท่านแม่ทัพหลู่อยู่ด้วยเล่า?" รั่วหลานเอ่ยเสียงเรียบพลางใช้ปลายเท้าเขี่ยถุงหอมให้เห็นรอยปักชัดๆ
หลู่เหวินเจี๋ยหน้าถอดสี "ยวี่เอ๋อร์... นี่เจ้า..."
"ข้า... ข้าเพียงอยากให้ท่านพี่สนใจ..." ยวี่เอ๋อร์หลุดปากออกมาด้วยความทรมานจากพิษที่แล่นเข้าสู่ประสาท
เพียะ!
เสิ่นเจิ้งตบหน้าบุตรีคนรองอย่างแรงด้วยความเหลืออด
"นังลูกไม่รักดี! เจ้ากล้าพกของชั้นต่ำเช่นนี้เพื่อมายั่วสวาทคู่หมั้นพี่สาวเจ้ากลางงานเลี้ยงรึ! ข้าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน!"
รั่วหลานมองภาพนั้นด้วยความเย็นชา ชาติก่อนบิดาเคยตบหน้านางเช่นนี้เพราะเชื่อคำลวงของยวี่เอ๋อร์ วันนี้รสชาติของฝ่ามือนั้นเจ้าจงรับไปเถิด แต่นางยังไม่หยุดเพียงเท่านี้ หมากสำคัญยังเหลืออีกหนึ่งตัว
นางหันไปทางหลู่เหวินเจี๋ยที่ยืนอ้ำอึ้ง ดวงตาของนางแดงก่ำราวกับคนใจสลาย
"ท่านพี่เหวินเจี๋ย... ท่านรู้เห็นเรื่องนี้ด้วยหรือไม่? ท่านกับน้องรอง... มีใจให้กันลับหลังข้าใช่ไหม?"
"รั่วหลาน... ฟังข้าก่อน มันไม่ใช่อย่างที่เจ้าคิด" หลู่เหวินเจี๋ยพยายามจะแก้ตัว แต่รอยชาดที่เปื้อนอยู่ตรงปกคอเสื้อของเขา (ซึ่งรั่วหลานแอบป้ายไว้ตอนที่แสร้งเดินผ่าน) กลับเป็นหลักฐานมัดตัวชั้นดี
"หลักฐานคาตาเพียงนี้ ท่านยังจะให้ข้าฟังอะไรอีก!" รั่วหลานสะอึกสะอื้น (ตามบทบาทที่นางต้องเล่น)
"ในเมื่อใจของท่านไม่อยู่ที่ข้า และน้องสาวที่ข้ารักที่สุดยังทรยศข้าได้ลงคอ... งานมงคลนี้ก็ไม่จำเป็นต้องมีอีกต่อไป!"
นางเอื้อมมือไปดึงปิ่นหยกที่ปักอยู่บนศีรษะออกมา... ปิ่นที่เสิ่นเจิ้งเพิ่งปักให้เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการเติบโต นางชูมันขึ้นสูงท่ามกลางความเงียบงัน
"ท่านพ่อเจ้าคะ ลูกขอยกเลิกงานหมั้นระหว่างลูกกับหลู่เหวินเจี๋ย ณ บัดนี้! และขอประกาศว่าเสิ่นรั่วหลานกับคนตระกูลหลู่... ไม่มีสิ่งใดเกี่ยวข้องกันอีก!"
"รั่วหลาน! เจ้าอย่าใจร้อน!" เสิ่นเจิ้งพยายามห้าม เพราะนี่หมายถึงการหักหน้าตระกูลหลู่และทำลายความสัมพันธ์ทางการเมือง
"หากท่านพ่อไม่ยอม... ลูกจะขอปลิดชีพตนเองตรงนี้เพื่อรักษาเกียรติของตระกูลเสิ่นที่ถูกเหยียบย่ำ!" รั่วหลานใช้ปลายปิ่นแหลมจ่อที่ลำคอขาวระหง แววตาเด็ดเดี่ยวของนางทำให้ทุกคนรู้ว่านางไม่ได้ขู่
ในจังหวะนั้นเอง เสียงตบมือดังขึ้นช้าๆ จากมุมหนึ่ง ฉินอ๋อง (เซียวจ้านเทียน) ก้าวออกมาด้วยท่วงท่าดุจพยัคฆ์ล่าเหยื่อ แววตาเขาสนุกสนานอย่างเห็นได้ชัด
"ช่างเป็นงิ้วที่ยอดเยี่ยม! เสิ่นเจิ้ง... บุตรีคนโตของเจ้าช่างมีขวัญกล้าเทียมฟ้า ในเมื่อนางไม่ต้องการบุรุษสับปลับเช่นนี้ เจ้าจะบังคับนางไปเพื่ออะไร? หรือเจ้าอยากให้คนทั่วเมืองหลวงหัวเราะเยาะว่าตระกูลเสิ่นยอมก้มหัวให้คนที่ลอบชู้กับลูกสาวคนรอง?"
คำพูดของอ๋องปีศาจหนักแน่นดุจขุนเขา เสิ่นเจิ้งไม่มีทางเลือกอื่น เขาหลับตาลงด้วยความขมขื่น "ได้... ในเมื่อเจ้าต้องการเช่นนั้น ข้าในฐานะประมุขตระกูลเสิ่น... ขอยกเลิกสัญญาหมั้นหมายระหว่างรั่วหลานและหลู่เหวินเจี๋ย!"
หลู่เหวินเจี๋ยทรุดเข่าลงพื้น ความอัปยศพุ่งเข้าชนหน้าจนเขาแทบแทรกแผ่นดินหนี ยวี่เอ๋อร์ยังคงร้องโหยหวนด้วยความคันและเริ่มมีผื่นพองขึ้นตามใบหน้า... ความงามที่นางเคยใช้ล่อลวงบุรุษ บัดนี้ถูกทำลายลงด้วยมือของนางเอง (และยาพิษของรั่วหลาน)
รั่วหลานลดปิ่นลง นางหันไปสบตากับฉินอ๋องครู่หนึ่ง เห็นรอยยิ้มภายในดวงตาคู่นั้น... รอยยิ้มที่เหมือนจะบอกว่า 'เจ้าทำได้ดีมาก'
นางหันหลังให้ความวุ่นวาย เดินกลับเข้าห้องด้วยฝีเท้าที่มั่นคง แสงอาทิตย์ยามอัสดงที่อาบไล้ชุดสีแดงของนางดูเหมือนเพลิงที่เพิ่งจะเริ่มต้นเผาไหม้...
นี่แค่หมากตัวแรกเท่านั้น... เหวินเจี๋ย ยวี่เอ๋อร์... นรกที่แท้จริงยังรอพวกเจ้าอยู่ข้างหน้า
