แสดงอำนาจ
“พบเพียงเครื่องประดับ ปิ่นปักผม กับอาภรณ์เจ้าค่ะ ท่านจะให้บ่าวนำออกมาไหมเจ้าคะ”
“ไม่ต้อง ข้าจะคอยดูว่าพอเจ้าไปถึงที่นั่นแล้ว จะหาที่ขายเครื่องประดับพวกนั้นอย่างไร” เจียฝูยิ้มเยาะ ที่เรือนแห่งนั้นรายล้อมไปด้วยป่าและหุบเขา หาได้มีบ้านเรือนอยู่แถวนั้นไม่ ถึงนางจะหาที่ขายเครื่องประดับพวกนั้นให้ตายก็หาไม่เจอ
“ท่านทำเกินไปรึไม่” นางถามอย่างไม่พอใจ
“เกินไปงั้นรึ นี่ยังถือว่าข้าใจดีกับเจ้ามากไปด้วยซ้ำ อย่าลืมสำนึกบุญคุณข้าด้วยล่ะ”
“ท่านอาสะใภ้ไม่ต้องเป็นห่วง เยว่ซูฮวาย่อมสำนึกบุญคุณครั้งนี้แน่ พวกเราไปกันเถิด” เอ่ยจบก็เดินขึ้นรถม้าไป
ทิวทัศน์ของเมืองหลวงค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นผืนป่าตามทางที่รถม้าเดินทางผ่าน เมืองแสนครึกครื้นที่เธอไม่เคยแม้แต่จะได้ออกมาชื่นชม หวังหลี่น่ามองอย่างแสนเสียดาย อุตส่าห์ได้ทะลุมิติมาอยู่ในยุคโบราณทั้งที แต่กลับไม่เคยได้ออกจากจวน ไปอยู่ชนบทก็ดีเหมือนกัน อย่างน้อยก็ไม่ได้ถูกขังให้อยู่แต่ในจวนแสนน่าเบื่อ
“คุณหนู เป็นอย่างที่ท่านคิดไว้ไม่มีผิด ว่าฮูหยินเยว่จะต้องยึดเงินที่ท่านนำติดตัวไป”
ไม่กี่ชั่วยามก่อนเธอสั่งให้สาวใช้นำเงินจำนวนสี่ร้อยตำลึงเงินไปซ่อนไว้ใต้พื้นรถม้าคันนี้ ใครจะโง่ยอมถูกกลั่นแกล้งอยู่ฝ่ายเดียว รู้จักหวังหลี่น่าคนนี้น้อยไปซะแล้ว ว่าแล้วก็ให้หวังเยี่ยนเปิด พรมที่พื้นขึ้น จากนั้นนำเงินที่ซ่อนไว้ออกมา
ครั้นเดินทางถึงจุดหมาย หวั่งหลี่น่าลงจากรถม้ามาถึงกับผงะตกใจกับภาพที่เห็น บ้านสวนที่ฮูหยินเยว่เอ่ยถึงเป็นที่นี่จริง ๆ หรือ เพราะสภาพเรือนหลังนี้โทรมจนแทบจะกลายเป็นบ้านร้าง หากคนภายนอกเดินทางผ่านมาคงคิดว่าเรือนหลังนี้เป็นเพียงเศษไม้ผุพังไร้คนอยู่อาศัยเป็นแน่
“นะ...นี่มันอะไรกัน ยายป้านั่นให้ฉันมาอยู่ที่นี่เนี่ยนะ!”
“ยายป้างั้นหรือเจ้าคะ” หวังเยี่ยนถามขึ้น
“พวกเรารีบทำความสะอาดกันเถิด” เธอบอกปัด
“แม่นาง เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน” เสียงคนควบรถม้าแทรกขึ้น ถึงที่หมายแล้วก็ถึงคราวหมดหน้าที่ของเขา เธอพยักหน้าเล็กน้อยเป็นเชิงเข้าใจ จากนั้นทั้งสองก็เริ่มทำความสะอาดเรือนหลังเก่าด้วยความเร่งรีบ เพราะอีกไม่กี่ชั่วยามตะวันก็จะตกดินแล้ว
“คุณหนู ไปอาบน้ำที่ลำธารกันเถิดเจ้าค่ะ” นางบอกคุณหนูของตน หลังจากลงมือทำความสะอาดเรือนเสร็จแล้ว
“ลำธารงั้นรึ”
“ที่นี่ไม่มีห้องอาบน้ำเจ้าค่ะ บ่าวไปสำรวจพื้นที่แถวนี้มาพบลำธารอยู่ไม่ใกลนัก”
“เช่นนั้นก็รีบไปกันเถิด ข้าเมื่อยล้าอยากพักผ่อนเต็มทนแล้ว”
เดินออกจากเรือนไปราว ๆ หนึ่งเค่อ ก็ถึงริมลำธาร หวังหลี่น่าไม่รอช้ารีบถอดชุดที่เปรอะเปื้อนฝุ่นผง และคราบสกปรกออกทันที แล้วลงไปแช่น้ำในลำธาร สายตามองทิวทัศน์ไปเรื่อย กระทั่งเสร็จสิ้นภารกิจก็ขึ้นมานั่งรอสาวใช้ของตนบนฝั่ง พร้อมกับแต่งตัวเสร็จสรรพ
“คุณหนู จะทนอยู่ที่นี่จริงหรือ เสบียงที่เราเตรียมมามีไม่มาก เห็นทีคงอยู่ได้ไม่ถึงเจ็ดวันแน่” เอ่ยกับเจ้านายเสียงเป็นกังวล
“แล้วใครบอกเจ้ากัน ว่าข้าจะทนอยู่ที่นี่”
“คุณหนูมีแผนอันใดหรือเจ้าคะ”
“ข้าเตรียมเงินมาตั้งเยอะจะให้มาทนลำบากอยู่กลางป่าเขาเช่นนี้ก็คงไม่ใช่เรื่อง”
“คุณหนู” หวังเยี่ยนเอ่ยเรียก พร้อมกับใช้นิ้วชี้ป้องปากเป็นการบอกให้เธอเงียบเสียงลง
“มีอะไรหรือ”
“ข้ารู้สึกเหมือนมีคนแอบมองพวกเราอยู่เจ้าค่ะ” ว่าพลางสวมชุดอย่างรีบเร่ง
“กลางป่ากลางเขาเช่นนี้จะมีผู้ใด...” ไม่ทันที่เธอจะพูดจบ หวังเยี่ยนก็จับแขนเธอให้วิ่งตาม
“แฮ่ก ๆ” เสียงหายใจหอบเหนื่อยของทั้งคู่ดังออกไปถึงนอกเรือน ทำให้คนที่แอบวิ่งตามมาแสยะยิ้มพราย
“คุณหนู ท่านรอบ่าวอยู่ที่นี่ แล้วบ่าวจะรีบกลับมา”
“เจ้าจะไปที่ใดรึ”
“บ่าวจะออกไปดูลาดเลาเสียหน่อย”
