สูญเสีย
เสร็จสิ้นงานศพของเหล่าฮูหยินตระกูลเยว่ได้ไม่นาน ฮ่องเต้ทรงมีรับสั่งให้เยว่เต๋อตงไปตรวจราชการลับที่เมืองหนานจิง ซึ่งอยู่ห่างไกลจากเมืองหลวงพอควร
หวังหลี่น่ายังคงสวมชุดไว้ทุกข์ให้กับคนที่นางเรียกว่าท่านย่า แม้ฮูหยินผู้เฒ่าจะไม่ใช่ย่าจริง ๆ ของเธอก็ตาม ถึงกระนั้นเธอก็รักและเคารพประดุจย่าของตนเอง ต่อแต่นี้ไปไม่มีใครให้พึ่งพิงอีกแล้ว เธอจะต้องเข้มแข็งและปกป้องตัวเองจากอาสะใภ้ตัวร้ายให้ได้ แม้จะถูกมองว่าเป็นหญิงร้ายกาจก็ตามที
“บัดนี้ทุกคนในจวนจะต้องเชื่อฟังข้า ในฐานะนายหญิงใหญ่ของตระกูลเยว่ หากผู้ใดไม่เชื่อฟังก็อย่าหาว่าข้าใจร้ายก็แล้วกัน” เจียฝูประกาศต่อหน้าทุกคน
“ฮูหยิน คุณหนูส่งจดหมายมาเจ้าค่ะ”
“จดหมายอะไรรึ”
“บ่าวไม่ทราบเจ้าค่ะ” สิ้นคำสาวใช้ นางจึงคลี่จดหมายเปิดอ่าน เนื้อความในจดหมายมีใจความว่า
‘ท่านแม่ บัดนี้ลูกร่ำเรียนดีดพิณจนชำนาญ ในไม่ช้านี้ลูกจะกลับไปหาท่าน ขอให้ท่านจัดงานเลี้ยงไว้ต้อนรับ’
เมื่ออ่านจดหมายจบก็เหยียดยิ้มดีใจ ในที่สุดบุตรสาวของนางก็ได้กลับมาในที่ ๆ นางควรอยู่
“เยว่ซูฮวา”
“ท่านเรียกข้าทำไมหรือ” เธอถามอย่างสงสัย อยู่ใกล้กันเพียงสองก้าวเดิน เหตุใดจึงเรียกนางเสียงดังเช่นนั้นกัน
“ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นคนกตัญญู เจ้าคงรักฮูหยินผู้เฒ่ามากสินะ จวบจนวันนี้เจ้ายังคงสวมชุดไว้ทุกข์ให้นาง ข้าจะให้เจ้าได้สมหวัง”
“ท่านจะทำอะไร”
“ทุกคนจงฟัง นับแต่นี้ไปคุณหนูซูฮวาจะไปอยู่บ้านสวนที่ชนบท เพื่อไว้ทุกข์ให้ฮูหยินผู้เฒ่า หากข้าไม่เรียกหาก็จงอย่ากลับมาให้ข้าเห็นหน้า” เจียฝูไม่ได้ตอบคำถามของเธอ แต่หันไปบอกให้ทุกคนในจวนให้รู้ทั่วกัน ว่าเธอจะถูกไล่ให้ไปอยู่ที่ชนบท
“คุณหนู ท่านจะไปที่นั่นจริง ๆ รึเจ้าคะ” สาวใช้ของเธอถามขึ้น เมื่อกลับมาถึงเรือน
“แม้ข้าไม่อยากไป แต่ข้าจะขัดขืนอะไรได้ ตอนนี้ท่านอาไม่อยู่ นางมีอำนาจที่สุดในจวน”
“แต่ท่านก็ไม่ควรยอมนางเช่นนี้นะเจ้าคะ นี่ไม่ใช่นิสัยของท่านสักนิด” หวังเยี่ยนเอ่ยอย่างไม่เห็นด้วย แต่ก่อนคุณหนูของตนเคยยอมใครเสียที่ไหนกัน
“แล้วใครบอกเจ้าว่าข้าจะยอมนาง เพียงแต่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา ต่อต้านไปก็ไม่มีประโยชน์ รังแต่จะทำให้เดือดร้อน”
“คุณหนู สาวใช้ของฮูหยินใหญ่ขอเข้าพบเจ้าค่ะ” เสียงสาวใช้หน้าห้องเอ่ยบอก
“ให้นางเข้ามา”
“ที่ข้ามาหาท่านในวันนี้ก็เพราะฮูหยินมีคำสั่งให้ท่านรีบเก็บข้าวของโดยเร็วที่สุด พรุ่งนี้ท่านจะต้องเดินทางไปที่บ้านสวน”
“ทำไมถึงได้เร็วเช่นนี้”
“ฮูหยินกล่าวว่าคุณหนูรักฮูหยินผู้เฒ่ามากล้น หากออกเดินทางช้าจะผิดต่อบรรพบุรุษตระกูลเยว่ ที่มีหลานอกตัญญูเช่นท่าน”
“มีอะไรจะสั่งอีกรึไม่!” เธอถามน้ำเสียงไม่พอใจ นี่คิดจะใช้ความกตัญญูเป็นข้ออ้างไล่นางออกจากจวนสิท่า
“ท่านสามารถนำสาวใช้ติดตัวไปรับใช้ได้แค่คนเดียว”
“หากเจ้าพูดจบแล้วก็ไสหัวออกจากเรือนข้าไปได้แล้ว!” หวังหลี่น่าไม่อาจเก็บความโกรธเกรี้ยวไว้ในใจได้อีก จึงได้ไล่ตะเพิดสาวใช้ออกจากเรือนอย่างไม่ไว้หน้า
“ข้าจะฟ้องฮูหยินว่าท่านกล้าไล่ข้า!”
“หวังเยี่ยน เจ้าไปเอาเกลือมา ข้าจะสาดไล่ตัวกาลกิณี!”
ครานี้เธอจำยอมต้องจากจวนตระกูลเยว่ไป เพื่อตั้งหลักรอเอาคืน และหาหลักฐานที่นางจิ้งจอกตัวนี้ทำร้ายย่าของนางจนถึงแก่ความตายให้จงได้!
หวังหลี่น่าจ้องมองป้ายหน้าจวนอีกครา ก่อนจะตัดใจหมุนตัวกลับขึ้นรถม้า ทว่าเสียงของฮูหยินเยว่ดังขึ้นเสียก่อน
“เยว่ซูฮวา เจ้าคิดว่าข้าจะให้เจ้าไปอยู่ที่นั่นอย่างสุขสบายงั้นรึ อาจิง เจ้าไปตรวจดูข้าวของที่นางนำติดตัวไปด้วย ว่ามีของมีค่าอันใดหรือไม่”
เมื่อได้ยินคำสั่งนายหญิงของตน สาวใช้ผู้นั้นรีบแจ้นทำตามคำสั่งด้วยความรวดเร็ว
“เรียนฮูหยิน ข้าพบเงินสองร้อยตำลึงเงินอยู่บนรถม้าของคุณหนูเจ้าค่ะ”
“แล้วเกวียนพวกนั้นล่ะ เจอของมีค่าอันใดหรือไม่”
