เคียดแค้น
“อาสะใภ้ของเจ้าก็ส่งคนไปทำร้ายคุณชายพวกนั้นด้วย ยังไม่พอนางยังให้คนไปปล่อยข่าวว่าเจ้ามีดวงพิฆาตสามี หากย้อนกลับไปข้าคงไม่ให้นางแต่งเข้าตระกูลเยว่ของเรา นิสัยมาดร้ายริษยาผู้อื่นไปทั่วของนางทำข้าเอือมระอา”
“ที่จริงหลานก็ไม่ได้อยากแต่งงานอยู่แล้ว ไม่นำข่าวโคมลอยพวกนั้นมาใส่ใจหรอกเจ้าค่ะ”
“ย่ารู้ เพียงแต่หากเจ้าออกเรือนไปแล้วย่าถึงจะวางใจ”
“เจ้าค่ะ ๆ” หวังหลี่น่าขานรับเสียงหวานเอาใจผู้เป็นย่า
ณ เรือนฮูหยินเยว่
“นางพูดเช่นนี้จริงรึ” เจียฝูถามย้ำ หลังจากที่ฟังสาวใช้คนสนิทพูดจนจบ
“จริงเจ้าค่ะ ดูเหมือนว่าทั้งเหล่าฮูหยินกับคุณหนูซูฮวาจะรู้ว่าท่านอยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมด”
“เห็นทีข้าคงปล่อยให้นางมีชีวิตอยู่นานเกินไปเสียแล้วกระมัง อะไรที่ควรจัดการก็ควรไปทำเสีย”
“แล้วคุณหนูซูฮวาล่ะเจ้าคะ”
“ตอนนี้ยังไม่ต้องทำอันใด ถึงเวลาเมื่อไหร่ข้าจะบอกเจ้าเอง” ว่าเสียงเหี้ยม เดิมทีนางควรได้แต่งกับเยว่ฉือ บิดาของเยว่ซูฮวา ทว่าอยู่ดี ๆ มารดาของนางไม่รู้ว่าโผล่มาจากที่ใดกลับมาแทนที่ ทั้งยังได้แต่งเป็นฮูหยินใหญ่ของตระกูลเยว่แทนตนเองอีก เรื่องนี้นางยังรู้สึกเคียดแค้นไม่หาย แม้ตอนนี้เจียฝูจะได้ขึ้นมาเป็นนายหญิงของตระกูลเยว่แล้วก็ตาม
“แค่ก ๆ” ฮูหยินผู้เฒ่าไอใส่ผ้าเช็ดหน้าไม่หยุด อาการของนางเริ่มทรุดลงเรื่อย ๆ ครั้นเปิดผ้าดูก็พบรอยเลือดสีแดงติดอยู่
“ฮูหยิน” เซียวอวี๋สาวใช้คนสนิทเอ่ยเรียกอย่างตกใจที่เห็นเลือด
“เห็นทีนางคงอยากให้ข้าตายไว ๆ ถึงได้ให้คนใส่ยาพิษในยาของข้าเพิ่ม”
“ฮูหยิน ในเมื่อท่านรู้ว่ายานั่นมีพิษ แล้วเหตุใดจึงกินล่ะเจ้าคะ”
“ที่ข้ายอมกินเพระข้ารู้ตัวดีว่าสุขภาพของข้าเป็นเช่นไร ไม่มีประโยชน์อันใดที่จะขัดขืน” พูดจบก็ยื่นของบางอย่างให้สาวใช้ เซียวอวี๋รับของสิ่งนั้นมาเก็บไว้กับตัว
“ข้ามีเวลาไม่มากแล้ว”
“ฮูหยิน ท่านไม่จำเป็นต้องทำเช่นนี้เลยนะเจ้าคะ”
“หากข้าไม่ทำเป็นคล้อยตาม ทุกอย่างจะไปลงที่ซูฮวา ข้าใช้ชีวิตคุ้มค่าแล้ว แต่หลานข้านางยังไม่เคยแม้แต่จะได้ออกจากจวนอย่างอิสระ ข้าหวังเพียงให้นางได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุข แม้จะต้องแลกด้วยชีวิต ข้าก็ไม่เสียใจ”
“ท่านอย่าพูดเป็นลางร้ายเช่นนี้สิเจ้าคะ หากตระกูลเยว่ขาดท่านไป แล้วคุณหนูจะมีใครให้พึ่งพิงล่ะเจ้าคะ นายท่านไม่ค่อยอยู่ติดกับเรือนด้วย นานทีปีหนถึงจะได้กลับมาสักครา”
“เรียนฮูหยินผู้เฒ่า คุณหนูซูฮวามาเจ้าค่ะ”
“เชิญนางเข้ามาเร็วเข้า” บอกเสียบแหบแห้ง พร้อมกับยื่นผ้าเช็ดหน้าให้สาวใช้เอาไปทิ้ง เพื่อไม่ให้หลานสาวของตนเห็นเข้า
“ท่านย่า วันนี้ข้านำดอกบัวใส่แจกันมาให้ท่านด้วย”
“เจ้าจัดแจกันสวยใช้ได้เลยนี่” เอ่ยชมหลานสาวด้วยรอยยิ้ม
“ท่านย่าชมข้าเกินไปแล้วกระมัง แค่จัดดอกไม้แค่นี้ หลับตาจัดยังจทำได้เลยเจ้าค่ะ”
“ซูฮวา ย่ามีของจะให้เจ้าด้วย แต่เจ้าต้องสัญญากับย่าก่อนว่าจะไม่เปิดดูจนกว่าย่าจะจากไป”
“ท่านย่า เหตุใดท่านถึงพูดเช่นนี้ สุขภาพท่านแม้จะไม่ค่อยดี แต่ก็ใช่ว่าจะทรุดจนรักษไม่ได้แล้ว”
“รับปากย่าก่อน”
“เจ้าค่ะ หลานจะไม่เปิดดู”
“ดีมาก เจ้านำไปเก็บไว้ให้ดีในที่ ๆ มีเพียงข้ากับนางที่รู้” เหล่าฮูหยินหันไปบอกเซียวอวี๋ นางจึงนำของสิ่งนั้นไปเก็บตามคำสั่ง
ไม่นานนักฮูหยินผู้เฒ่าก็อาการทรุดหนัก ไอเป็นเลือดไม่หยุด หวังหลี่น่าเห็นเลือดไหลจากปากผู้เป็นย่าของตนก็ตกใจ แต่ทว่าทุกอย่างกลับสายเกินไปเสียแล้ว
“ซูฮวา ย่าขอโทษที่ไม่ได้อยู่รอจนถึงงานแต่งงานของเจ้า จงใช้ชีวิตให้ดี...” เอ่ยจบหญิงชราก็สิ้นใจ หวังหลี่น่าเอื้อมมือเข้าไปกอดศพฮูหยินผู้เฒ่าไว้แน่น เสียงร่ำไห้ของนางดังออกไปถึงนอกเรือน ตั้งแต่ทะลุมิติมาอยู่ที่นี่ก็มีเพียงฮูหยินผู้เฒ่าที่ดีกับนางอย่างแท้จริง ทั้งคู่คุยกันถูกคอจนเกิดความผูกพันขึ้นอย่างไม่รู้ตัว
