ภัยคืบคลาน
กระทั่งได้ยินเสียงคนเปิดประตู้ไม้ผุพังเข้ามาด้านใน สายตาของนางก็ปะทะเข้ากับร่างสูงใหญ่ของบุรุษผู้หนึ่งเข้า
“เจ้าฟื้นแล้วหรือ”
“ท่านเป็นคนช่วยข้าไว้หรือ” นางถามกลับทันที
“แม้ไม่อยากช่วย แต่ก็ต้องทำ เจ้าน่ะยังชอบหาเรื่องใส่ตัวเหมือนเคยเลยนะ”
“นะ...นี่เจ้า!” พอมองหน้าเขาดี ๆ ก็พบว่าเขาคือหย่งจวิน สหายคู่กัดของตนเอง เจ็ดปีที่ผ่านมานี้ทั้งคู่ไม่ได้เจอหน้ากันแม้ครา ไม่แปลกที่ตอนแรกหวังเยี่ยนจะจำเขาไม่ได้
“ข้ารู้ว่าเจ้าจะถามอะไร นายท่านสั่งให้ข้าตามคุณหนูมาที่นี่”
“แต่เจ้าเลิกรับใช้ตระกูลเยว่ไปแล้วมิใช่รึ แล้วเหตุใด...” ไม่ทันที่นางจะได้พูดจบ หย่งจวินก็แทรกขึ้นมาเสียก่อน
“มีเรื่องอีกมากที่เจ้ายังไม่รู้ อีกอย่างที่ข้าตามมาเพราะคุณหนูหาใช่เพื่อตระกูลเยว่” บอกนางเสียบเรียบ ทว่าแววตาแฝงความขุ่นเคืองไว้อย่างปิดไม่มิด เจ็ดปีที่แล้วเกิดอันใดขึ้นกับเขากันแน่ หวังเยี่ยนคิดอย่างสงสัย
จวนตระกูลเยว่
“พวกเจ้ามันไม่ได้เรื่อง เลี้ยงเสียข้าวสุกจริง ๆ!” เสียงฮูหยินเยว่ตวาดดังไปทั่วทั้งเรื่อง
“ท่านแม่ เกิดอันใดขึ้นหรือเจ้าคะ” เย่วอันถามมารดา นางเพิ่งเดินทางกลับมาถึงจวนเมื่อไม่กี่ชั่วยามก่อน
“ปะ...เปล่า เยว่อัน เจ้าไปพักผ่อนก่อนเถิด” เอ่ยปฏิเสธ ก่อนจะบอกให้ลูกของตนกลับไปพักผ่อนที่เรือน
ตั้งแต่ที่นางกลับมาถึงที่จวนแต่กลับไม่พบร่างของลูกพี่ลูกน้องอย่างเยว่ซูฮวา จึงได้ถามมารดา
“ท่านแม่ พี่ซูฮวา นางไปที่ใดหรือเจ้าคะ ตั้งแต่กลับมาถึงลูกยังไม่เห็นหน้านางเลยนะเจ้าคะ”
“จะเห็นหน้านางได้อย่างไรล่ะเจ้าคะ ก็ฮูหยินไล่นางให้ไปอยู่บ้านสวน”
“อาจิง เจ้าหุบปากเสีย!”
“บ้านสวนงั้นหรือ นางไปตั้งแต่เมื่อใดกัน”
“เมื่อวานเจ้าค่ะ”
“เช่นนั้นก็เรียกนางกลับมาเถิด งานเลี้ยงของลูกหากไม่มีนางมาร่วมงาน เห็นที่คงมีแต่คนคิดสงสัยว่านางหายไปที่ใด อีกอย่างท่านพ่อส่งจดหมายมาบอกลูกว่าจะกลับมาร่วมงานเลี้ยงในครั้งนี้ด้วย”
“ฮูหยิน ทำเช่นไรดีเจ้าคะ”
“เจ้าก็ให้คนไปรับนางกลับมาสิ! หากท่านพี่กลับมาแล้วไม่พบนางเดี๋ยวก็ซวยกันหมด” เจียฝูบอกอย่างอารมณ์เสีย
แผนการสั่งคนให้ไปลอบฆ่าเยว่ซูฮวาก็ไม่สำเร็จ ไม่ได้เรื่องเลยสักคน ช่างน่าหงุดหงิดใจนัก!
“คุณหนู” เสียงหวังเยี่ยนดังมาแต่ไกล ก่อนตัวของนางจะปรากฏเสียอีก
“หวังเยี่ยน เจ้าไปอยู่ที่ใดมา ข้าเป็นห่วงเจ้ามากรู้หรือไม่”
“ข้าได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ยังดีที่ได้เขาช่วยชิวิตไว้ มิเช่นนั้นเห็นทีข้าคงไม่ได้กลับมาหาคุณหนูอีกแล้ว”
“เจ้าบาดเจ็บงั้นรึ” ว่าแล้วก็จับตัวนางมายืนใกล้ ๆ สำรวจร่างของหญิงสาวตรงหน้า ก็พบบาดแผลมากมายบนลำตัวของนาง
“นี่น่ะหรือ บาดเจ็บเล็กน้อยของเจ้า” เธอเอ่ยเสียงสะอื้น น้ำตาไหลอาบแก้ม หากหวังเยี่ยนเป็นอะไรไปเธอคงไม่ให้อภัยตัวเอง
“คุณหนู อย่าร้องไห้เลยเจ้าค่ะ บ่าวไม่ได้เป็นอันใดมากเสียหน่อย” บอกกับคุณหนูของตน พร้อมกับเข้าสวมกอดกันอย่างไม่อายสายตาของบุรุษทั้งสองคนที่ยืนมองพวกนางอยู่
“กลับกันเถิด”
“กลับงั้นรึ” เธอถามย้ำ เมื่อร่างสูงตรงหน้าเอ่ยเพียงสั้น ๆ ทำราวกับว่ารู้จักนางมานานเสียอย่างนั้น
“หากเจ้าไม่กลับตอนนี้ เห็นทีคงไม่มีที่ให้กลับไปอีกแล้ว”
“นี่ท่านหมายความว่าเยี่ยงไร”
“ข้าคิดว่านักฆ่าเมื่อคืนมันต้องย้อนกลับมาทำร้ายเจ้าแน่ หากเจ้ายังอยู่ที่นี่โอกาสที่จะมีคนมาช่วยเจ้าอีกครั้งแทบไม่มี”
“ขอบคุณที่เป็นห่วง แต่ข้าจะรออยู่ที่นี่”
“รองั้นรึ”
“เชื่อข้าเถิด อีกไม่นานคงมีคนมารับข้ากลับจวน”
“เช่นนั้น ข้าจะรออยู่ที่นี่ด้วย”
“เราคุยกันมาเสียนาน ข้ายังไม่รู้จักชื่อแซ่ของท่านเลย” หวังหลี่น่าถามขึ้นอีกครา เหตุใดเขาถึงได้ดูเป็นห่วงเป็นใยนางนัก
“ข้าแซ่เฉิง เจ้าเรียกข้าว่าเฉิงอันปั๋วก็พอ”
