คนที่ได้พบ
“อะไรของท่าน หากไม่ให้เรียกชื่อท่านแล้วจะให้ข้าเรียกว่าอะไร คุณชาย องค์ชาย หรือท่านอ๋องเช่นงั้นรึ ท่านนี่ช่างมีอารมณ์ขันนัก” เธอเอ่ยติดตลก
“คุณหนู แล้วท่านไม่บอกชื่อตัวเองให้ เอ่อ คุณชายท่านนี้รู้หรือเจ้าคะ” หวังเยี่ยนถาม เมื่อไม่เห็นทีท่าว่าคุณหนูของตนจะแนะนำตนเองเสียที นางเปรยตามองบุรุษตรงหน้า เมื่อเห็นชุดที่เขาสวมจึงเอ่ยเรียกว่าคุณชายอย่างไม่มั่นใจนัก เหตุเพราะจะมีคุณชายสูงศักดิ์ผู้ใดกันสวมเสื้อผ้าซอมซ่อเช่นนี้
“ท่านอยากรู้จักข้างั้นรึ” เธอถามเขา เขาเพียงพยักหน้าเป็นคำตอบ เธอจึงต้องแนะนำตัวเองอย่างเสียไม่ได้
“ข้าชื่อ เยว่ซูฮวา เป็นบุตรสาวของใต้เท้าเยว่ฉือ แต่ตอนนี้ข้ากลายเป็นเด็กกำพร้า เพราะพ่อแม่ตายจากไปตั้งแต่ข้ายังเด็ก แม้ข้าจะเป็นคุณหนูตระกูลดัง แต่ก็มีชื่อเสียงฉาวโฉ่ ข้าถูกคุณชายจากตระกูลสูงศักดิ์ถอนหมั้นถึงสามครา จนกระทั่งตอนนี้ไม่มีบุรุษใดอยากแต่งกับข้า พวกเขากล่าวว่าข้ามีดวงกินสามี” หวังหลี่น่าร่ายยาวบอกคนตรงหน้าด้วยท่าทีสบาย ๆ ไม่ได้มีท่าทีทุกข์ร้อนอันใด
“หึ” เขาแสยะยิ้มที่มุมปากเป็นเชิงไม่ใส่ใจ นางช่างแปลกคนเสียจริง มีสตรีใดบ้างที่กล่าวว่าจาดูถูกตัวเองเช่นนี้ เห็นทีคงมีแต่นาง สตรีนางอื่นต่างยกยอข้อดีของตัวเองขึ้นมา ทั้งยังอวดอ้างอำนาจบิดาของตนเอง เพื่อข่มคนอื่นให้อยู่ต่ำกว่า
เวลาผ่านไปราว ๆ ครึ่งก้านธูป เสียงรถม้าดังมาแต่ไกลเรียกความสนใจจากคนที่ยืนอยู่ ณ เรือนหลังเก่าได้เป็นอย่างดี หวังหลี่น่ายกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เมื่อรู้อยู่แล้วว่าอาสะใภ้ของตนจะต้องส่งคนมารับกลับจวนแน่
ย้อนเวลากลับไปก่อนที่ฮูหยินเยว่จะส่งเธอมาที่นี่
“คุณหนู ทำเช่นนี้จะดีหรือเจ้าคะ”
“ดีสิ ข้าไม่ยอมถูกรังแกอยู่ฝ่ายเดียวแน่”
“ท่านทำเช่นนี้จะไม่รบกวนนายท่านหรือเจ้าคะ” หวังเยี่ยน ถามอย่างเป็นกังวล ทั้งที่มือรับจดหมายที่เจ้านายของตนเขียนเอาไว้แล้ว
“รบกวนอันใดกัน ข้าว่าท่านอาคงรู้อยู่เต็มอกว่าฮูหยินของตนเป็นคนเช่นไร อีกอย่างข้าได้ยินมาว่าเยว่อันจะกลับมาเมืองหลวงในไม่ช้า จวนของเราจะต้องจัดงานเลี้ยงต้อนรับนางกลับมาแน่ ท่านอาที่เป็นบิดาของนางก็คงกลับมาร่วมฉลองด้วยเช่นกัน เจ้ารีบให้คนที่ไว้ใจได้นำจดหมายนี้ส่งให้ท่านอาเต๋อตงเถิด”
“หากคุณหนูว่าเช่นนั้น บ่าวคงปฏิเสธอันใดไม่ได้”
ฝั่งของเยว่เต๋อตงที่บัดนี้มาสืบราชการที่ลั่วหยางได้เปิดอ่านจดหมายของบุตรสาวกับหลานสาวของตนที่ส่งมาในระยะเวลาไล่เลี่ยกัน เขาอ่านจดหมายทั้งสองฉบับด้วยความรู้สึกต่างกันชัดเจนเมื่อเปิดอ่านจดหมายของเยว่อัน เขาอ่านข้อความในนั้นด้วยความปิติยินดี แต่ทว่ายามเปิดอ่านจดหมายของเยว่ซูฮวา เขากลับมีสีหน้าบึ้งตึง ทั้งที่คิดไว้อยู่แล้วว่าฮูหยินของตนจะต้องทำเรื่องลำบากใจให้หลานสาวคนนี้แน่ ในยามที่เขาไม่อยู่ที่จวน แต่ก็อดรู้สึกไม่พอใจมิได้ นับวันนางยิ่งเหิมเกริมขึ้นทุกวัน เหตุผลที่ทำให้นางทำเรื่องเช่นนี้คงเป็นเพราะตระกูลเจียเริ่มกลับมีอำนาจในราชสำนักกระมัง
ปัจจุบัน
“คนที่จวนมารับข้าแล้ว พวกท่านจะกลับพร้อมข้าเลยหรือไม่” เธอหันไปถามชายหนุ่มทั้งสอง
“ไม่รบกวนแม่นาง ข้ากับคุณชายมีธุระที่ต้องไปทำต่อ คงกลับพร้อมท่านไม่ได้” หย่งจวินตอบแทนเจ้านายของตน
“เช่นนั้นพวกข้าขอลาตรงนี้ หากมีวาสนาคงได้พบกันอีก” เอ่ยจบก็เตรียมหันหลังก้าวเท้าขึ้นรถม้า ทว่าก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นเสียก่อน
“วาสนาหรือจะสู้ลิขิตเอง ในไม่ช้านี้เจ้าก็เตรียมตัวไว้ให้ดี ไม่แน่อาจมีคนไปสู่ขอที่จวน”
“พูดอะไรของท่านกัน ข้าฟังไม่เข้าใจ” หวังหลี่น่าตอบกลับสีหน้างุนงง ก่อนจะขึ้นรถม้าไปไม่ได้เอ่ยอันใดอีก
