บท
ตั้งค่า

บทที่ 1.2

ใบหน้าหล่อเหลาภายใต้ผิวพรรณซีดขาวโผล่ออกมามองผู้ที่ขี่ม้าอยู่ไม่ไกล เส้นผมยาวสลวยพลิ้วไหลตามแรงลม ทันทีที่ม่านรถม้าถูกเปิด เนื่องจากชายหนุ่มไม่ได้รวบขึ้นสูงเหมือนผู้อื่น เพียงมัดหลวม ๆ เอาไว้แล้วปล่อยยาวสยายลงมาปกปิดจอนผม ซึ่งมองเห็นชัดเจนว่ามีสีขาวแซม

ในบรรดาทายาทสายตรงของตระกูลหลี่ หลี่เทียนเสียงร่างกายอ่อนแอไม่อาจฝึกวรยุทธ์ แม้เขาจะปราดเปรื่อง และเป็นถึงผู้ดูแลกิจการทั้งหลายของเหลียนหัวซาน

กระนั้นเขาก็ไม่ใคร่จะได้ออกไปพบปะผู้คน เนื่องจากสุขภาพที่ไม่เอื้ออำนวย ดังนั้นจึงมีน้อยคนนักที่มีโอกาสได้พบและสนทนากับเขา

เสียงแผ่วเบาดังขึ้น “น้องสาม”

“พี่รอง” หลี่เทียนลู่ไสม้าเข้าไปใกล้ม่านรถม้า

เขาคือคุณชายสามที่ได้รับขนานนามว่าเป็นคุณชายเจ้าสำราญ เนื่องจากใบหน้าอันหล่อเหลาและนิสัยร่าเริงขี้เล่น สตรีมากมายที่ได้พบและสนทนากับหลี่เทียนลู่ ต่างก็ยอมสยบแทบเท้าเขาจนสิ้น

สมุดบัญชีเล่มหนึ่งถูกโยนออกมา เขารับไว้อย่างคล่องแคล่ว

“เจ้าไม่ต้องไปด้วยตัวเอง เพียงส่งชิวหลิงไปจัดการก็พอ”

“ขอรับ” หลี่เทียนลู่โยนสมุดบัญชีเล่มดังกล่าวไปให้คนสนิท

หากสมุดบัญชีถูกส่งกลับ นั่นย่อมหมายถึงมีบางอย่างไม่ถูกต้อง ยิ่งหากมีคำสั่งให้เขาออกไปตรวจสอบด้วยตัวเอง นั่นย่อมหมายถึงเงินที่ถูกยักยอกไปนั้นเป็นจำนวนที่ไม่น้อย

ครั้งนี้หลี่เทียนเสียงให้เขาส่งชิวหลิงไป แสดงว่าไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวล

หลี่เทียนเสียงยังคงไม่ปล่อยมือจากม่านรถม้า เขารู้ดีว่าหากเขาออกมาภายนอกเช่นนี้ ย่อมต้องจ่ายค่าตอบแทนสูงลิบ แต่กระนั้นเขากลับรู้สึกสดชื่นยิ่งนัก เมื่อมีโอกาสได้มองบรรยากาศของผู้คนกำลังเดินอยู่บนท้องถนน

“ได้ออกมาสักครั้ง แม้ต้องนอนซมไปอีกสักสองเดือนจะเป็นไรไปเล่า” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเบากับตัวเอง

ดวงตาเศร้าสร้อยในยามอยู่เพียงลำพังหรุบลงต่ำ เมื่อวางมือลงไปยังหน้าขา แล้วบางอย่างหล่นจากแขนเสื้อ หยกแกะสลักรูปผีเสื้อครึ่งซีกสีขาวนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นพรมใต้พนักวางเท้า

ความทรงจำเมื่อนานมาแล้วปรากฏขึ้น ภาพใบหน้าของสหายตัวน้อยกุมมือเขาเอาไว้ด้วยแววตาตื่นตระหนก ก่อนที่เจ้าตัวจะถูกพรากไปโดยทิ้งเอาไว้เพียงหยกชิ้นเดียว

‘ช่วยข้าด้วย! อย่าให้นางพาข้าไป!’

จากวันนั้นเมื่อเขารู้สึกตัวขึ้นก็พบว่าตัวเองถูกพิษร้ายแรง กว่าจะสามารถผ่านพ้นช่วงเลวร้ายมาได้กระทั่งถึงทุกวันนี้ เขาเองก็จำไม่ได้แล้วว่าเขาเคยคิดอยากตายไปกี่ครั้ง

ทว่าทุกครั้งที่เขาคิดจะปลิดชีพตัวเอง ใบหน้าของสหายตัวน้อยผู้นั้นจะปรากฏขึ้นเสมอ และความรู้สึกประหลาดบางอย่างก็ทำให้เขารู้สึกผิด

ความจริงแล้วหลี่เทียนเสียงจดจำไม่ได้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร ไม่รู้และไม่มีผู้ใดในตระกูลหลี่บอกเขาได้ เขาลืมเลือนเรื่องทั้งหมดก่อนหน้านั้นไปจนสิ้น

สิ่งที่จำได้มีเพียงใบหน้าสิ้นหวัง และดวงตาร้องขอความช่วยเหลือในยามที่อีกฝ่ายถูกพรากไป

มือเรียวงามขาวซีดปล่อยม่านรถม้าลง ก่อนก้มลงหยิบหยกขึ้นมา ปลายนิ้วของเขาลูบไล้ลวดลายแกะสลักบนเรือนหยกอย่างทะนุถนอม

เขาเก็บมันเอาไว้กับตัวจากวันนั้นจนถึงวันนี้ เป็นเวลาสิบห้าปีแล้ว ชะตากรรมของสหายตัวน้อยผู้นั้นจะเป็นเช่นไรเขาก็สุดรู้

“สิบห้าปีแล้ว...เจ้าอยู่ที่ใด จะเป็นตายร้ายดีเช่นไรบ้าง ตลอดมานับจากวันนั้นข้าก็ตามหาเจ้ามาโดยตลอด”

ชายหนุ่มถอนหายใจก่อนจะเก็บหยกเข้าไปในอกเสื้อ

ความพยายามในการตามหาหยกอีกครึ่งหาเป็นผลไม่ ราวกับหยกที่เขามีนั้นเป็นเพียงหยกชิ้นเดียวที่มีในโลก ทั้งที่เขามั่นใจว่าหยกแบบเดียวกันนี้เคยมีสองอันผูกเอาไว้ด้วยด้ายสีแดง

ในวันนั้นเขาไม่อาจรั้งข้อมือน้อย ๆ ของอีกฝ่ายเอาไว้ได้ เพราะหยกทั้งสองถูกดึงขาดออกจากกัน หยกผีเสื้อคู่สีขาวในยามนี้มีเพียงหนึ่งในมือเขาเท่านั้น

หลี่เทียนเสียงได้แต่หวังว่าจะพบร่องรอยหยกอีกครึ่ง อย่างน้อยก็เพื่อให้เขาได้ไถ่ถอนความรู้สึกผิด ทั้งที่เขาเองก็ไม่เคยเข้าใจว่าทำไมเขาต้องรู้สึกผิด และทำไมเขาจึงรู้สึกว่าตัวเขาต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้น

เนื่องจาก...ตัวเขาเองก็จดจำเรื่องราวในวันนั้นไม่ได้...
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel