
บทย่อ
หนึ่งแดง หนึ่งขาว ใต้มีหุบเขาอัคคี เหนือคือธารน้ำแข็ง สองนางมารไร้เทียมทานแห่งวังบุปผา ผู้ครอบครองกระบี่หั่วซาน และพัดปิงเหอ ..... ณ หวงยี่ซาน ดินแดนแห่งขุนเขาและเหล่ายอดฝีมือ เยว่ป่ายเหอ นางมารน้ำแข็งผู้เย็นชาฉลาดเฉลียว หญิงสาวมีอันต้องตกลงไปกับดักแสนอันตรายของกลุ่มคนปริศนา พร้อมกันนั้นนางยังมีภาระตัวเป็น ๆ อย่าง หลี่เทียนเสียง คุณชายรองที่ร่างกายอ่อนแอ ไม่มีแรงแม้กระทั่งฆ่าไก่ หนึ่งยอดยุทธ์หญิง กับอีกหนึ่งบุรุษผู้ปราดเปรื่องร่วมมือกันไขปริศนา แต่ถึงอย่างนั้นสี่เท้ายังรู้พลาดนักปราชญ์ยังรู้พลั้ง ทั้งสองไหนเลยจะคิดว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังนั้นเป็นคนใกล้ตัว ทั้งยังเป็นผู้ที่สร้างรอยแผลและความเจ็บปวดให้คนทั้งสองได้มากที่สุด
บทนำ 1
“กรี๊ด!!” เสียงกรีดร้องของสาวใช้ดังขึ้น ทำให้เหล่าผู้คุ้มกันคฤหาสน์ตื่นตัว เสียงฝีเท้าสับสนวิ่งตรงไปยังต้นเสียง ทำให้ผู้คนตื่นตระหนก กระนั้นไม่นานผู้คุ้มกันคฤหาสน์ก็สามารถควบคุมเหตุการณ์ ให้กลับมาสงบได้อย่างรวดเร็ว
เว้นก็แต่...
“เกิดอะไรขึ้น” พ่อบ้านหม่าเอ่ยถามองครักษ์ที่บัดนี้มาถึงที่เกิดเหตุ
“เรียนท่านพ่อบ้าน มีคนร้ายบุกเข้ามาสังหารคนภายในคฤหาสน์ขอรับ”
“เป็นผู้ใด” พ่อบ้านหม่าขมวดคิ้วมองไปยังร่างสองร่างที่นอนจมกองเลือดอยู่บนทางเดินใกล้กำแพง ข้าง ๆ กันนั้นยังมีสาวใช้นางหนึ่ง นั่งตัวสั่นงันงก เดาว่านางก็คือเจ้าของเสียงกรีดร้องเมื่อครู่ และเป็นผู้ที่เห็นเหตุการณ์เพียงคนเดียว
“เมื่อครู่เป็นเจ้าหรือที่กรีดร้อง” พ่อบ้านหม่าเพิ่งจะถามจบ เสียงฝีเท้าของคนหลายคนก็ใกล้เข้ามา เขาหมุนกายไปยังต้นเสียง ก่อนต้องขมวดคิ้วด้วยความหนักใจ เพราะผู้ที่เพิ่งมาถึงไม่พูดไม่จา กลับพุ่งตรงไปยังร่างแน่นิ่งที่นอนจมกองเลือดอยู่
“ฮูหยินเกิดอะไรขึ้น ใคร! มันผู้ใด! ฮูหยินเจ้าลืมตามองข้า ลืมตาสิ เป็นใครกันเป็นใครที่กล้าลงมือกับคนสกุลโจว ไม่! ฮูหยินเจ้าลืมตามองข้า” โจวจิ้งเหล่ยตะโกนเสียงดังลั่นด้วยความโศกเศร้า
เขากวาดสายตาโกรธแค้นและอาฆาตมาดร้ายไปยังผู้คนโดยรอบ แขนสองข้างกอดร่างไร้ลมหายใจของเซียวฟู่หรง โดยไม่รังเกียจว่าคราบเลือดจะเปรอะเปื้อนไปยังร่างของตน
ยังไม่ทันที่พ่อบ้านหม่าจะได้เอ่ยปาก เสียงตะโกนด้วยความทุกข์ระทมพลันดังขึ้นอีกครั้ง เกาซวี่ไห่พุ่งปราดเข้าไปยังร่างที่นอนไร้ลมหายใจของบุตรชาย
“ชิงหลิว เหตุใดจึงเป็นเจ้า ผู้ใดกล้าลงมือกับบุตรชายข้า!!”
ท่ามกลางความกดดันของตระกูลใหญ่ซึ่งมีอิทธิพลต่อยุทธภพ ตระกูลหม่าผู้รับหน้าที่เป็นเจ้าภาพในการจัดงานชุมนุม เพื่อคัดเลือกเจ้ายุทธภพคนต่อไป ต้องรับมือกับคำถามมากมายที่ตามมา
คฤหาสน์ตระกูลหม่าเป็นสำนักคุ้มภัยอันดับหนึ่งซึ่งมีการป้องกันแน่นหนา แต่กลับปล่อยให้เกิดคดีฆาตกรรมขึ้นกับแขกของคฤหาสน์ ทั้งยังเป็นคนจากสองตระกูลที่มีอิทธิพลในยุทธภพพอกัน
เรื่องนี้ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในแง่ลบขึ้น จนถึงขั้นมีข่าวลือว่าตระกูลหม่ารู้เห็นเป็นใจกับฆาตกร
เหล่าผู้อาวุโสจากสี่ตระกูลก้าวเข้ามายังที่เกิดเหตุ หลี่เซวียนก้าวเข้ามา ก่อนแนะนำให้หม่าชิงเหลยผู้นำตระกูลหม่าสั่งการให้กันผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องออกไป ทั้งนี้เพื่อป้องกันการสับสน อีกทั้งสถานที่เกิดเหตุสมควรต้องคงสภาพเอาไว้เพื่อตรวจสอบหาหลักฐาน
“พี่หลี่” หม่าชิงเหลยเดินเข้ามาหาเขา พร้อมส่งหลักฐานบางอย่างให้หลี่เซวียน “คนของข้าพบสิ่งนี้ใกล้กับศพของโจวฮูหยิน”
“กระพรวนบุปผา” หลี่เซวียนขมวดคิ้วในยามที่รับสร้อยข้อมือเส้นเล็กมาถือไว้
สร้อยข้อมือทองคำบริสุทธิ์กรุลายบุปผานานาพรรณหลากสีสัน เสียงกรุ๋งกริ๋งของกระพรวนขนาดเล็กนับสิบ ซึ่งร้อยรวมกันกับบุปผากรุลาย ทำให้คนของวังบุปผา และคนของหุบเขาพยัคฆ์เพลิงก้าวเข้ามาทันที
“เป็นไปไม่ได้ คนของวังบุปผาอยู่กับข้าครบทุกคน” ป๋ายฉานซึ่งมีฐานะเป็นผู้คุมกฎของวังบุปผาเอ่ยออกมาเสียงเครียด
หญิงสาวเอ่ยจบก็มองไปยังคนของตนที่ยืนอยู่ด้านหลัง คนของวังบุปผาทั้งสามชูมือขึ้น เพื่อสำรวจกระพรวนบุปผาของตน เพราะกระพรวนบุปผาคือสัญลักษณ์ที่ใช้แสดงตน ดังนั้นไม่มีทางที่พวกนางจะไม่ให้ความสำคัญ
“กระพรวนของพวกนางก็ยังอยู่ครบ”
“เดรัชฉาน! เอาชีวิตฮูหยินของข้าคืนมา แลกชีวิตพวกเจ้ามาเดี๋ยวนี้!”
โจวจิ้งเหล่ยที่ยังคงอยู่ในอาการโกรธแค้นเศร้าโศกพุ่งกายเข้ามา กระบี่ยาวคมกริบเฉียดลำคอป๋ายฉานไปเพียงปลายนิ้ว หากนางไม่ขยับหลบแน่นอนว่านางคงเป็นศพรายต่อไปที่ต้องนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น
“พวกเจ้าฝ่ายมารลงมือฆ่าคนในงานชุมนุมเช่นนี้มีจุดประสงค์ใด” เกาซวี่ไห่เองก็ก้าวเข้ามาประจันหน้ากับป๋ายฉานเช่นกัน
หลินเจ๋ออี้ไม่อาจดูดาย เขาก้าวเข้ามาขวางก่อนเอ่ยออกมาเสียงเครียด “หมายความว่าอย่างไรที่ท่านพูดว่า ‘พวกเราฝ่ายมาร’ หุบเขาพยัคฆ์เพลิงเองก็เป็นคนของฝ่ายมารพวกท่านฝ่ายธรรมะส่งเทียบเชิญเพื่อให้เรามาหารือเราก็มา เกิดคดีฆาตกรรมขึ้นในการคุ้มครองดูแลของฝ่ายธรรมะ ต้องเป็นคนของฝ่ายมารลงมือเสมอไปเช่นนั้นหรือ”
“หากไม่ใช่พวกเจ้าแล้วจะเป็นใคร!”
“เกาซวี่ไห่ ท่านเป็นถึงผู้อาวุโสตระกูลเกา ทั้งยังเป็นที่นับหน้าถือตาของชาวยุทธ์ ท่านกล่าวหาคนฝ่ายมาร ทั้งที่หลักฐานยังไม่แน่ชัดเช่นนี้คิดว่าถูกต้องแล้วหรือ” ป๋ายฉานเอ่ยเสียงเย็น
นางหันมามองหลี่เซวียนด้วยใบหน้าโกรธขึ้น “กระพรวนบุปผานี่เป็นของปลอม"