บท
ตั้งค่า

บทที่ 4 คลื่นใต้น้ำ

แสงแดดอ่อนทะลุผ่านม่านหมอกยามเช้า ส่องกระทบกระเบื้องเคลือบสีทองบนหลังคาตำหนักใหญ่ ลี่อินลืมตาตื่นขึ้นมาพร้อมกับอาการปวดศีรษะที่ทุเลาลงบ้างแล้ว ร่างกายของนางยังคงอ่อนเพลีย แต่ไข้ที่รุมเร้าเมื่อคืนได้ลดลงไปมาก ซูเจียวเดินเข้าไปในห้องพร้อมกับอ่างน้ำทองเหลือง ใบหน้าจิ้มลิ้มส่งยิ้มหวานให้อย่างเคย

“ลี่อิน เจ้าฟื้นแล้ว สีหน้าดูดีขึ้นมากทีเดียว” ซูเจียวพูดพร้อมกับบิดผ้าชุบน้ำหมาดๆ ยื่นให้เพื่อนสนิท “เมื่อคืนเจ้านอนละเมอเพ้อไข้ ข้าต้องคอยเปลี่ยนผ้าต้มน้ำร้อนให้ทั้งคืน โชคดีที่ตื่นมาไข้ลดลงแล้ว”

ลี่อินรับผ้ามาเช็ดหน้าเช็ดตาด้วยความซาบซึ้งใจ “ขอบใจเจ้ามากเจียวเจียว หากไม่ได้เจ้า ข้าคงแย่แน่ แล้วเรื่องเสื้อคลุมขององค์ชายห้าเล่า ทางตำหนักว่าอย่างไรบ้าง”

“ขันทีหน้าตำหนักรับไปตรวจสอบแล้ว ไม่ได้มีรับสั่งตำหนิอันใดกลับมา แสดงว่าฝีเข็มของเจ้าผ่านการประเมินแล้ว เจ้าวางใจเถิด” ซูเจียวตอบพลางเก็บอ่างน้ำ ทว่าในใจกลับนึกชิงชังที่สหายรอดพ้นเงื้อมมือขององค์ชายผู้เอาแต่ใจไปได้อย่างง่ายดาย

ลี่อินลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก เปรียบเสมือนกับภูเขาหินที่ทับอยู่บนอกถูกยกออกไปในที่สุด นางพยุงร่างกายลุกขึ้นนั่ง พิงหลังกับหัวเตียงไม้ พลันความคิดก็ล่องลอยไปถึงเจ้าของถุงหอมลายดอกเหมย ป่านนี้เขาคงกำลังฝึกซ้อมอย่างหนักอยู่ที่ลานทหาร นางได้แต่ภาวนาให้เขาปลอดภัยและได้เลื่อนยศตามที่หวังไว้โดยเร็ว

ทว่าในสถานที่ที่ห่างไกลจากความเงียบสงบของกองภูษา คลื่นใต้น้ำแห่งราชสำนักกำลังก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบและรุนแรง

ณ ลานฝึกทหารองครักษ์รักษาพระองค์ เสียงดาบปะทะกันดังสนั่นก้องไปทั่วบริเวณ หานตงในชุดเกราะหนังสีเข้มกำลังประลองเพลงกระบี่กับเฉินรุ่ยสหายรัก เหงื่อเม็ดโป้งไหลซึมตามไรผม การเคลื่อนไหวของบุรุษทั้งสองรวดเร็วและหนักหน่วง ดาบไม้ในมือของหานตงตวัดพลิกแพลงไล่ต้อนจนเฉินรุ่ยต้องถอยร่นไปหลายก้าว ก่อนที่ปลายดาบจะหยุดลงตรงหน้าลำคอของสหายพอดิบพอดี

“ข้าแพ้แล้ว” เฉินรุ่ยยกมือขึ้นยอมจำนน หอบหายใจหนักหน่วง “เพลงดาบของเจ้าก้าวหน้าขึ้นมากตงตง หากมีการประลองคัดเลือกองครักษ์ขั้นสามในเดือนหน้า ตำแหน่งนั้นคงไม่หนีไปไหนแน่”

หานตงลดดาบลง รอยยิ้มพึงพอใจจุดขึ้นบนมุมปาก “ข้าเพียงแต่ต้องพยายามให้มากกว่าผู้อื่น ข้ามีเป้าหมายที่ต้องทำให้สำเร็จ”

ปลายนิ้วหยาบกร้านเผลอแตะไปที่ถุงหอมสีขาวหม่นซึ่งผูกซ่อนไว้ใต้เกราะอกขณะพูด เฉินรุ่ยมองตามกิริยานั้นแล้วได้แต่ส่ายหน้ายิ้มๆ เขารู้ดีว่าเป้าหมายที่สหายพูดถึงคือสิ่งใด

ยังไม่ทันที่ทั้งสองจะได้พักดื่มน้ำ ทหารยามนายหนึ่งก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาแจ้งข่าว “ท่านองครักษ์หาน ท่านองครักษ์เฉิน ท่านผู้บัญชาการเรียกตัวพวกท่านให้ไปพบที่จวนบัญชาการด่วนขอรับ”

หานตงและเฉินรุ่ยสบตากันด้วยความประหลาดใจ การถูกเรียกตัวกะทันหันเช่นนี้ย่อมมิใช่เรื่องปกติ ทั้งสองรีบคว้าเสื้อคลุมและสาวเท้าตามทหารยามไปอย่างรวดเร็ว

ภายในจวนบัญชาการที่ปิดประตูหน้าต่างมิดชิด ผู้บัญชาการองครักษ์ยืนไพล่หลังมองแผนที่แคว้นที่กางอยู่บนโต๊ะ สีหน้าของเขาเคร่งเครียด เมื่อเห็นชายหนุ่มทั้งสองก้าวเข้ามา จึงพยักหน้าให้ทหารยามออกไปรักษาการณ์ด้านนอก

“คารวะท่านผู้บัญชาการ” ทั้งสองประสานมือทำความเคารพ

“ไม่ต้องมากพิธี” ผู้บัญชาการเอ่ยเสียงขรึม “ที่ข้าเรียกพวกเจ้ามาวันนี้ เพราะมีภารกิจลับและสำคัญยิ่งยวดจะมอบหมายให้ทำ”

ผู้บัญชาการพูดพร้อมกับเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าของหานตง ทอดสายตามองชายหนุ่มด้วยความไว้วางใจ “ราชสำนักยามนี้ดูเหมือนสงบ แต่เบื้องหลังกลับมีขุนนางฉ้อฉลลักลอบยักยอกเสบียงทหารทางใต้ ฝ่าบาททรงมีรับสั่งลับให้สืบสวนเรื่องนี้ และตอนนี้คนของเราได้จับกุมพยานปากสำคัญไว้ได้แล้ว เป็นสมุห์บัญชีเมืองเจียงหนานที่กำรายชื่อขุนนางกังฉินทั้งหมดไว้”

ผู้บัญชาการเว้นจังหวะไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ “ปัญหาคือ มีคนไม่อยากให้พยานผู้นี้มีชีวิตรอดมาถึงเมืองหลวง ข้าต้องการให้พวกเจ้าสองคนนำกำลังยอดฝีมือจำนวนหนึ่ง ปลอมตัวเป็นพ่อค้าเดินทางไปรับตัวพยานผู้นี้ที่จุดนัดพบชายป่าชานเมือง แล้วคุ้มกันเขากลับมาเข้าเฝ้าฝ่าบาทให้จงได้ ภารกิจนี้อันตรายถึงชีวิตและไม่อาจแพร่งพรายให้ผู้ใดรู้ พวกเจ้าเต็มใจรับคำสั่งหรือไม่”

เลือดในกายของหานตงเดือดพล่านทันทีที่ได้ฟังคำสั่งจากผู้บัญชาการ นี่คือโอกาสทองที่เขาเฝ้ารอ หากทำภารกิจนี้สำเร็จ ความดีความชอบที่ได้รับย่อมเพียงพอให้เขาเลื่อนยศและขอพระราชทานรางวัลจากฮ่องเต้ได้อย่างสมเกียรติ เขาประสานมือคุกเข่าลงข้างหนึ่งทันที

“ข้าน้อยหานตง ยินดีรับคำสั่ง จะขอใช้ชีวิตเป็นเดิมพัน คุ้มกันพยานกลับมาให้จงได้ขอรับ”

เฉินรุ่ยคุกเข่าลงตามสหาย แม้ในใจจะรู้สึกถึงลางสังหรณ์แปลกประหลาด แต่หน้าที่ขององครักษ์คือการทำตามคำสั่ง “ข้าน้อยเฉินรุ่ย ยินดีรับคำสั่งขอรับ”

“ดีมาก คืนนี้ยามจื่อ พวกเจ้าจงเตรียมตัวออกเดินทางทางประตูทิศเหนือ ขอให้สวรรค์คุ้มครอง”

ในขณะที่หานตงกำลังวาดฝันถึงอนาคตที่สดใส อีกฟากหนึ่งของวังหลวง ณ ตำหนักขององค์ชายแปด หยางเจี้ยน บรรยากาศกลับแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง

ศาลาริมสระบัวกว้างขวางถูกตกแต่งอย่างวิจิตรตระการตา กลิ่นชาชั้นดีชนิดหลงจิ่งลอยกรุ่นไปทั่วบริเวณ หยางเจี้ยน ในชุดสวมใส่สบายสีขาวบริสุทธิ์ ขลิบด้ายทองลายเมฆา กำลังนั่งโปรยอาหารให้ฝูงปลาคาร์ปสีทองในสระด้วยท่วงทีสง่างามและผ่อนคลาย ใบหน้าของเขามักประดับด้วยรอยยิ้มละมุนละไม เป็นมิตรกับผู้คน ทำให้เหล่าขุนนางต่างแซ่ซ้องว่าเขาคือองค์ชายผู้ทรงธรรมและเปี่ยมเมตตา

แต่ทั้งหมดนั้นเป็นเพียงฉากหนึ่งที่พระองค์สร้างขึ้นอย่างชาญฉลาด ผู้ที่รู้จักองค์ชายแปดอย่างแท้จริงย่อมรู้ดีว่า ภายใต้รอยยิ้มอ่อนโยนและท่าทีไม่ถือสาผู้ใดนั้น ซ่อนจิตใจที่เย็นเยียบยิ่งกว่าน้ำในสระบัวตรงหน้า

องค์ชายแปดไม่จำเป็นต้องลงมือด้วยพระองค์เอง คมดาบขององค์ชายจึงไม่เคยถูกชักออกจากฝัก เพราะมันถูกเคลือบด้วยยาพิษและซุกซ่อนอยู่ใต้ความอ่อนโยนอย่างแนบเนียน

และในขณะที่หยางเจี้ยนกำลังมองดูฝูงปลาอย่างสบายใจนั้น...

ฟึ่บ!

เงาดำสายหนึ่งพลิ้วกายลงมาจากหลังคาศาลาอย่างไร้สุ้มเสียง บุรุษในชุดดำปกปิดใบหน้าคุกเข่าลงเบื้องหลังของหยางเจี้ยน

“กราบทูลองค์ชาย สายข่าวของเราในจวนบัญชาการองครักษ์รายงานมาว่า มีการมอบหมายภารกิจลับให้ไปคุ้มกันสมุห์บัญชีเมืองเจียงหนานพ่ะย่ะค่ะ”

มือที่กำลังโปรยอาหารปลาชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มบนใบหน้าของหยางเจี้ยนยังคงไม่จางหาย แต่ดวงตาที่ทอดมองผิวน้ำกลับเย็นเยียบลงจนน่าขนลุก สมุห์บัญชีผู้นั้นกุมหลักฐานการยักยอกเสบียงที่เชื่อมโยงมาถึงขุมกำลังของเขาโดยตรง หากหลักฐานนั้นตกไปอยู่ในมือขององค์ชายห้าหรือฮ่องเต้ แผนการใหญ่ที่เขาวางรากฐานมานับสิบปีคงต้องพังทลายลง

“เสด็จพ่อทรงเดินหมากตานี้ได้รวดเร็วนัก” หยางเจี้ยนเอ่ยกลั้วหัวเราะ น้ำเสียงราบเรียบราวกับกำลังพูดเรื่องดินฟ้าอากาศ เขาโยนอาหารปลาที่เหลือในมือลงสระจนหมด ฝูงปลาแย่งกันฮุบเหยื่อจนน้ำแตกกระจาย “แล้วผู้ใดเป็นคนนำขบวนคุ้มกัน”

“เป็นองครักษ์หนุ่มนามว่า หานตง กับเฉินรุ่ย พ่ะย่ะค่ะ พวกเขาจะออกเดินทางคืนนี้ทางประตูทิศเหนือ”

“หานตง...” หยางเจี้ยนทวนชื่อนั้นช้าๆ พร้อมกับเดินกลับมาประทับที่โต๊ะน้ำชา ก่อนจะรินชาใส่จอกกระเบื้องเคลือบด้วยท่าทีเนิบนาบ “ข้าเคยได้ยินชื่อนี้ เป็นเด็กหนุ่มที่มีฝีมือเพลงดาบโดดเด่น อนาคตไกล น่าเสียดายที่ต้องมาทิ้งชีวิตตั้งแต่อายุยังน้อย”

“องค์ชายจะให้กระหม่อมส่งนักฆ่าเงาไปจัดการตัดรากถอนโคนพวกมันระหว่างทางเลยหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”

หยางเจี้ยนไม่ตอบในทันที เขายกจอกชาขึ้นจิบช้าๆ กลิ่นหอมของชาชั้นดีไม่ได้ทำให้จิตใจของเขาสงบลงเลยแม้แต่น้อย “คนตายไม่อาจฟื้นขึ้นมาพูดได้ จัดการสมุห์บัญชีผู้นั้นซะ อย่าให้เหลือซาก ส่วนองครักษ์ที่ชื่อหานตง...”

ครานี้ดวงตาขององค์ชายแปดหรี่ลงอย่างใช้ความคิดในขณะพูด “มังกรจะผงาดได้ ย่อมต้องมีกรงเล็บที่แหลมคม หากเราสามารถหักเขี้ยวเล็บของเสด็จพ่อ แล้วนำมาเป็นสุนัขรับใช้ของเราได้ ย่อมเกิดประโยชน์มากกว่าการฆ่าทิ้งเปล่าๆ สืบประวัติของหานตงผู้นี้มาให้ข้า ดูว่าเขามีจุดอ่อนสิ่งใดให้เราหยิบยืมมาเป็นหมากบนกระดานได้บ้าง”

“รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ” บุรุษชุดดำรับคำสั่งก่อนจะเร้นกายหายไปในสายลมอย่างรวดเร็วราวกับภูตผี

หยางเจี้ยนวางจอกชาลงบนโต๊ะ เขาทอดสายตามองไปยังทิศทางของตำหนักองค์ชายห้า รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้นชั่วครู่ พลางคิดในใจว่าพี่ห้าผู้เย่อหยิ่งของเขาคงกำลังชะล่าใจ คิดว่าตนเองมีท่านตาเป็นถึงอัครเสนาบดีแล้วจะสามารถเหยียบย่ำผู้ใดก็ได้

“หึ”

ศึกชิงบัลลังก์ครั้งนี้ไม่จำเป็นต้องรีบร้อน ผู้ใดเผยไพ่ก่อน ผู้นั้นย่อมเป็นฝ่ายเสียเปรียบ เพราะในวังหลวงแห่งนี้ สิ่งที่น่ากลัวที่สุดมิใช่คมดาบที่มองเห็น หากเป็นมือที่ซ่อนอยู่ในเงามืด ซึ่งกำลังค่อย ๆ ขยับหมากไปทีละก้าว

และนับจากวันนี้เป็นต้นไป ศึกสายเลือดเพื่อแย่งชิงบัลลังก์มังกร ได้เปิดฉากขึ้นแล้วอย่างแท้จริง

ตกดึกคืนนั้น ลมหนาวพัดโหมกระหน่ำรุนแรงกว่าทุกคืน หานตงในชุดผ้าฝ้ายสีทึบของพ่อค้าสามัญชนกำลังผูกอานม้าเตรียมตัวออกเดินทาง เขาแหงนหน้ามองดวงจันทร์ที่ถูกเมฆดำบดบังไปครึ่งดวง บรรยากาศรอบกายเงียบสงัดจนได้ยินเพียงเสียงลมหายใจของม้าศึก

ชายหนุ่มล้วงมือเข้าไปในเสื้อ สัมผัสเนื้อผ้าของถุงหอมลายดอกเหมยที่แนบอยู่ตรงตำแหน่งหัวใจ รอยยิ้มของลี่อินผุดขึ้นมาในห้วงความคิด เป็นดั่งแสงสว่างเดียวที่ส่องนำทางท่ามกลางความมืดมิด

‘รอข้าก่อนนะอินเอ๋อร์ ข้าจะกลับมาพร้อมกับยศถาบรรดาศักดิ์ และจะพาเจ้าออกไปจากวังหลวงแห่งนี้ให้จงได้’

หลังจากความคิดนี้ หานตงก็กระโดดขึ้นหลังม้าอย่างทะมัดทะแมง เฉินรุ่ยและทหารองครักษ์ฝีมือดีอีกสิบนายที่ปลอมตัวเป็นผู้ติดตามขบวนสินค้าก็พร้อมอยู่ก่อนแล้ว ขบวนม้าควบออกไปทางประตูทิศเหนือ ทิ้งเมืองหลวงที่หลับใหลไว้เบื้องหลัง

ทว่าสิ่งที่รอคอยพวกเขาอยู่เบื้องหน้า หาใช่เกียรติยศและเส้นทางอันโรยด้วยกลีบกุหลาบอย่างที่ชายหนุ่มวาดฝันไว้ไม่ หากแต่เป็นพายุลูกใหญ่ที่อัดแน่นไปด้วยคมดาบ การทรยศ และหลุมพรางที่ถูกขุดดักรอไว้อย่างมิดชิด คลื่นใต้น้ำที่ก่อตัวขึ้นจากความทะเยอทะยานของราชวงศ์ กำลังจะม้วนกวาดเอาชีวิตและความรักของคนธรรมดาผู้หนึ่งให้จมดิ่งลงสู่ห้วงลึกที่ไม่อาจปีนป่ายกลับขึ้นมาได้อีกเลย

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel