แต่งงานออกไปไกลถึงชายแดน
หนึ่งอาทิตย์ต่อมา
นางนั่งขมวดคิ้วครุ่นคิดเรื่องแต่งงานตั้งแต่เช้าตรู่ โลกภายนอกจะเป็นเช่นไรกันนะ คนอย่างนางที่ไม่เคยแม้แต่จะย่างกรายออกจากวังได้แต่นั่งจินตนาการถึงสังคมนอกวังไปต่าง ๆ นานา กระทั่งเซียนเซียนเรียกนาง สติจึงกลับคืนมา
“องค์หญิง...องค์หญิง” เซียนเซียนที่เห็นองค์หญิงของตนนิ่งงัน ไม่ได้ยินที่ตนเรียก นางจึงเรียกผู้เป็นนายเสียงดังขึ้น
“เซียนเซียน เจ้าเรียกข้าทำไมกัน”
“ฝ่าบาทให้อวี้กงกงมาเชิญท่านไปพบเพคะ”
“บอกอวี้กงกง ข้าจะรีบไปเข้าเฝ้าฝ่าบาทเดี๋ยวนี้”
“เพคะ”
หลังจากให้อาเซียนไปบอกอวี้กงกง นางก็รีบตรวจดูความเรียบร้อยของชุดที่สวมรวมทั้งเครื่องประดับ คล้อยหลังอวี้กงกงไม่นานนัก นางก็นั่งเกี้ยวมาเข้าเฝ้าฮ่องเต้ ผู้เป็นเสด็จอาของตน นางรู้ดีว่าฝ่าบาทเรียกนางมาเข้าเฝ้าด้วยเรื่องอะไร อวี้กงกงที่เห็นนางจึงให้ขันทีที่ประจำอยู่หน้าตำหนักให้แจ้งฮ่องเต้ว่านางมาเข้าเฝ้า
“ฝ่าบาท องค์หญิงหนิงอันมาเข้าเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ”
“ให้นางเข้ามา” ฮ่องเต้เอ่ยตอบ นางจึงเดินเข้าไปในตำหนักของพระองค์ด้วยท่วงท่าอันงดงามสมกับเป็นองค์หญิงแห่งต้าถัง
“ฝ่าบาทเรียกหม่อมฉันมาเพราะเรื่องแต่งงานใช่ไหมเพคะ” นางถามอย่างตรงไปตรงมา ฮ่องเต้ที่เห็นนางถามเช่นนี้ พระองค์ถอนหายใจเล็กน้อย ก่อนจะตอบคำถามนาง
“เจ้ายังคงพูดตรงไปตรงมาเช่นเคย หนิงอัน เจ้าโกรธข้าหรือไม่”
“โกรธรึเพคะ หม่อมฉันจะโกรธพระองค์เรื่องอันใดกัน หากพระองค์หมายถึงเรื่องแต่งงาน หม่อมฉันไม่โกรธพระองค์เลยเพคะ ดีเสียอีกที่หม่อมฉันจะได้ออกไปเจอโลกภายนอกเสียบ้าง หม่อมฉันเบื่อการแก่งแย่งชิงดีในวังเต็มทน” นางบอกฮ่องเต้พร้อมกับยิ้มน้อย ๆ ให้พระองค์ ที่นางตอบไปเช่นนั้น เหตุเพราะไม่อยากให้พระองค์ทรงลำบากพระทัยเรื่องของนาง อีกประการหนึ่งนางเบื่อชีวิตในวังตามที่บอกองค์ฮ่องเต้ นางอยากลองออกไปใช้ชีวิตนอกวังเฉกเช่นสตรีธรรมดา
“ข้ารู้ดีว่าเจ้าไม่อยากให้ข้าลำบากใจเรื่องของเจ้า เจ้าจึงตอบข้าเช่นนี้ ยิ่งเจ้าพูดเยี่ยงนี้ข้ายิ่งรู้สึกผิดต่อพ่อของเจ้า”
“หากพระองค์รู้สึกผิด พระองค์ก็ประทานสินเดิมให้หม่อมฉันเยอะ ๆ สิเพคะ เสด็จพ่อที่อยู่บนสวรรค์จะได้ไม่เป็นห่วงว่าหม่อมฉันจะไม่มีข้าวกิน” นางพูดติดตลก
“เจ้านี่นะ” พระองค์ลูบหัวนางอย่างเอ็นดู ก่อนจะเอ่ยบางอย่างออกมา
“หนิงอัน เจ้ารู้ใช่ไหม แต่งงานออกไปคราวนี้ไกลถึงชายแดน เจ้าจะต้องเผชิญกับความลำบากอย่างที่ไม่เคยประสบมาก่อน”
“หม่อมฉันรู้ดี แล้วอย่างไรเล่า หากความลำบากที่ต้องพบเจอแลกกับการได้ใช้ชีวิตนอกวัง หม่อมฉันเต็มใจอย่างยิ่ง ฝ่าบาท พระองค์ไม่ต้องเป็นห่วงหม่อมฉันหรอกเพคะ พระองค์ก็รู้ว่าหม่อมฉันดูแลตัวเองได้ อีกอย่างหม่อมฉันไม่ได้ออกจากวังไปคนเดียวนี่เพคะ ยังมีอาเซียน กับจงรุ่ยที่ตามหม่อมฉันไปด้วย”
“ข้ารู้ แต่ข้าก็อดเป็นห่วงเจ้าไม่ได้”
“หม่อมฉันดูแลตัวเองได้เพคะ” นางส่งยิ้มให้ฮ่องเต้ เป็นการยืนยันว่านางดูแลตัวเองได้จริง ๆ
“หนิงอัน เจ้าช่วยข้าเรื่องหนึ่งได้รึไม่”
“เรื่องอะไรรึเพคะ”
“ข้าสงสัยว่าที่ชายแดนมีการทุจริต เงินที่ข้าส่งไปที่ชายแดนนั้นส่งไปกี่คราล้วนไม่พอ เจ้าช่วยเป็นหูเป็นตาให้ข้าได้ไม่หรือไม่”
“เพคะ แล้วที่ชายแดนมีใครที่ข้าพอไว้ใจได้รึไม่”
“เว่ยเฉิง ว่าที่สามีเจ้าอย่างไรเล่า เขาเป็นคนรายงานเรื่องนี้ให้ข้าทราบ ข้าว่าเจ้าลองถามรายละเอียดจากเขาดู ได้เรื่องอะไรค่อยส่งม้าเร็วมาบอกข้า”
“ฝ่าบาท พระองค์ไว้ใจเว่ยเฉิง เหตุเพราะเขาจะมาเป็นหลานเขยของพระองค์รึเพคะ หม่อมฉันว่ายังเร็วเกินไปที่จะเชื่อใจเขา”
“ไม่ใช่แค่นี้หรอกนะ เขาเป็นลูกของใต้เท้าเว่ย ขุนนางผู้เดียวที่ข้าไว้ใจ”
“เขาเป็นถึงลูกของใต้เท้าเว่ย แล้วเหตุใดเขาจึงได้ไปเป็นแม่ทัพที่ชายแดนกัน” นางถามอย่างใคร่รู้
