ช่างบังอาจ
“ข้าส่งเขาไปเอง เมื่อหลายปีก่อนเขารบชนะ ถือว่าทำผลงานได้ดียิ่ง เดิมทีข้าจะแต่งตั้งให้เขาประจำการอยู่ที่เมืองหลวง แต่ขุนนางหลายคนคัดค้าน กลัวว่าใต้เท้าเว่ยจะมีอำนาจมากกว่าตัวเอง จึงได้ถวายกีฎาให้ข้าส่งเขาไปประจำการที่ชายแดนแทน ข้ากับใต้เท้าเว่ยจำใจต้องส่งเว่ยเฉิงไปที่นั่น”
“หม่อมฉันได้ยินมาว่าพระสนมจ้าวกุ้ยเฟยสั่งให้ขุนนางพวกนั้นมากดดันพระองค์เรื่องแต่งงานของหม่อมฉันด้วยใช่ไหมเพคะ”
“เจ้ารู้เรื่องนี้ได้ยังไงกัน”
“เรื่องนี้ง่ายมาก จ้าวกุ้ยเฟยเป็นที่โปรดปรานของฝ่าบาท อีกทั้งพระนางยังมีพระโอรสและพระธิดา หม่อมฉันไม่แปลกใจที่นางจะอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้”
“เจ้าช่างฉลาดยิ่งนัก หากเซียวซีฉลาดได้เสี้ยวหนึ่งของเจ้าก็คงดี”
“ฝ่าบาท พระองค์อย่าเอาข้าไปเปรียบเทียบกับนางเลยเพคะ นางยิ่งไม่ชอบขี้หน้าหม่อมฉันอยู่”
“เจ้าอย่าถือสานางเลย นางยังเด็กนัก”
“หม่อมฉันทราบดีเพคะ หากพระองค์ไม่มีอันใดจะตรัสกับหม่อมฉันแล้ว หม่อมฉันขอทูลลา” ฮ่องเต้พยักหน้าเล็กน้อย นางจึงโน้มตัวทำความเคารพ ก่อนจะออกจากห้องไป
“องค์หญิง ฝ่าบาทว่ายังไงบ้างเพคะ” เซียนเซียนถามขึ้น
“จะว่าอะไรได้เล่า พระองค์เรียกข้ามาเพราะเรื่องแต่งงานก็เท่านั้น” นางว่า พลางขึ้นเกี้ยวไป
“จงรุ่ย เจ้าบอกคนยกเกี้ยวให้ไปส่งข้าที่สวนหลวง ข้าจะไปเชยชมดอกไม้แก้เบื่อเสียหน่อย”
“พ่ะย่ะค่ะ องค์หญิง”
ณ สวนหลวง ดอกไม้นานาพันธ์ส่งกลิ่นหอมรัญจวนไปทั่วอณู หนิงอันเดินชื่นชมดอกไปนั้นอย่างเพลิดเพลิน กระทั่งเดินชนเข้ากับบุคคลหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่ใครที่ไหน องค์หญิงเซียวซีนั่นเอง
“นี่เจ้า! บังอาจนักเดินมาชนองค์หญิงของข้า” สาวใช้ที่มัวแต่พยุงนายของตน ไม่ได้เงยหน้ามาดูว่าใครกันที่เดินชน
“เจ้าช่างกล้านักนะ แหกตาดูเสียบ้างว่าคนที่เจ้าด่าเป็นใครกัน” เซียนเซียนว่ากลับ
“อาเซียน ช่างเถอะ ข้าไม่เป็นไร” หนิงอันบอกสาวใช้ของตน
“อะ...องค์หญิง” สาวใช้คนนั้นเบิกตากว้างอย่างตกใจ เมื่อเห็นว่านางเป็นใคร
“ข้าก็นึกว่าใคร ที่แท้ก็องค์หญิงหนิงอันผู้สูงส่งนี่เอง” องค์หญิงเซียวซีพูดเหน็บแนม
“เซียวซี เจ้าออกมาที่นี่ได้อย่างไร ฝ่าบาทรับสั่งไม่ให้เจ้าออกจากตำหนักมิใช่รึ”
“ข้าออกมาได้เยี่ยงไรนั้น ไม่เกี่ยวกับเจ้า”
“เกี่ยวหรือไม่ เดี๋ยวเจ้าก็รู้ จงรุ่ย ไปทูลฝ่าบาทว่าองค์หญิงเซียวซีขัดพระราชโองการ”
“ขอรับ” จงรุ่ยรับคำ แล้วเดินไปอีกทาง ทิ้งให้นางอยู่กับเซียนเซียน
“เจ้า!”
“อย่ามาโทษข้า เจ้าล้วนทำตัวเอง ข้าจะรอดูว่าฝ่าบาทจะลงโทษเจ้าเช่นไร อาเซียนเราไปกันเถิด”
“เพคะ องค์หญิง”
“เจ้าคิดว่าจะเดินหนีไปเฉย ๆ งั้นรึ ไป๋ถิง จับนางไว้!”
“องค์หญิง บ่าวมิกล้า” ไป๋ถิงตอบเบา ๆ
“เจ้ากล้าขัดคำสั่งข้ารึ!” ไป๋ถิงที่ไม่อาจขัดคำสั่งของเจ้านายจึงเข้ารวบตัว หวังจะจับองค์หญิงหนิงอันไว้ อาเซียนที่เร็วกว่าเข้ามายืนขวางไว้ ทั้งคู่จึงปะทะกันอย่างเลี่ยงไม่ได้ อาเซียนตบหน้าไป๋ถิงไปหนึ่งที ไป๋ถิงโมโหมากที่ตัวเองถูกตบ นางตบอาเซียนคืน นางที่ทนเห็นสาวใช้ของตนถูกทำร้ายไม่ได้ จะเข้าไปห้าม แต่ไม่ทันการณ์องค์หญิงเซียวซีจับบ่านางไว้ พลางดึงทึ้งผมของนาง หนิงอันรู้สึกเจ็บที่หัว นางจึงใช้เท้ากระทืบไปที่เท้าของเซียวซีเต็มแรง
“โอ๊ย!” องค์หญิงเซียวซีร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวด นางเข้ามากระชากอาภรณ์ขององค์หญิงหนิงอันอย่างแรง ก่อนจะง้างมือตบหน้าองค์หญิงหนิงอันไปฉาดใหญ่ ฮ่องเต้ที่เห็นว่าบุตรีของตนกำลังทำร้ายร่างกายหลานรักอย่างหนิงอัน พระองค์ตะโกนเสียงดังให้องครักษ์มาดึงร่างทั้งสองออกจากกัน
“เซียวซี เจ้าช่างบังอาจนัก! เจ้ากล้าขัดคำสั่งข้ารึ!”
