หารือ
“ที่ข้าลดตำแหน่งของจ้าวกุ้ยเฟยกับปลดเซียวซีไม่ใช่เพราะเจ้าเพียงอย่างเดียว แต่หากต้องการลดทอนอำนาจของตระกูลจ้าวพร้อมกับเตือนพวกเขาเป็นนัย ๆ ว่าอย่าท้าทายอำนาจของฮ่องเต้อย่างข้า”
“เอาล่ะ ๆ อย่าถกเถียงกันเรื่องนี้อีกเลย ฮ่องเต้ เจ้าเสด็จมาถึงตำหนักของแม่ เจ้าจะพูดคุยกับแม่เรื่องใดรึ” ไทเฮาถาม
“ลูกอยากหารือกับท่านเรื่องของหนิงอัน”
“ฮ่องเต้ เจ้าหมายถึงเรื่องแต่งงานของนางใช่รึไม่”
“ใช่ พ่ะย่ะค่ะ”
“งั้นเราควรถามความเห็นของนางด้วย หนิงอัน เจ้ามานั่งข้างย่า”
“เพคะ เสด็จย่า”
“งานแต่งงานของเจ้าสำคัญกับข้ามาก เจ้าเป็นบุตรีคนเดียว ของพี่ชายข้า ข้าย่อมจัดงานให้สมเกียรติที่สุด หากแต่...”
“แต่อะไรรึ” ไทเฮาถามขึ้น
“หากแต่ติดปัญหาตรงที่ข้ากับไทเฮาไม่สามารถไปร่วมงานแต่งของเจ้าได้ เนื่องจากธรรมเนียม อีกประการหนึ่งเจ้าแต่งงานไปที่ชายแดน ที่นั่นชาวบ้านต่างทุกข์ยาก หากจัดงานใหญ่โตเกินไปนักจะถูกครหาได้ว่าฮ่องเต้อย่างข้ากับราชสำนักไม่สนใจความเป็นอยู่ของราษฎร ฉะนั้นข้าคิดว่า...”
“ฝ่าบาท พระองค์ไม่ต้องกังวลเรื่องนี้ หม่อมฉันไม่ได้ให้ความสำคัญกับการจัดงานแต่งงานเอิกเกริกใหญ่โตเฉกเช่นสตรีอื่นหม่อมฉันหวังเพียงแค่จะได้ใช้ชีวิตหลังแต่งงานอย่างผาสุก”
“หนิงอัน เจ้าคิดเช่นนี้จริง ๆ รึ”
“เพคะ”
“ฮ่องเต้ แม้หนิงอันไม่ต้องการจัดงานใหญ่โต แต่เจ้าอย่าได้ลืมนะว่านางเป็นถึงองค์หญิงของต้าถัง ในฐานะที่ข้าเป็นย่าแท้ ๆ ของนาง ข้าไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ นางควรได้แต่งงานอย่างสมเกียรติ จะได้ไม่มีใครมานินทาลับหลังได้ว่าข้าเป็นคนลำเอียงรักหลานไม่เท่ากัน” ไทเฮาคัดค้านเสียงแข็ง
“เสด็จย่า หม่อมฉันว่า...”
“หนิงอัน เรื่องนี้เจ้าต้องเชื่อฟังย่า”
“งั้นเอาเช่นนี้ดีหรือไม่ ถึงแม้จะจัดงานใหญ่โตให้นางไม่ได้ ลูกจะจัดสินเดิมให้นางไม่ให้น้อยหน้าใครอย่างแน่นอน” ฮ่องเต้ยื่นข้อเสนอ
“เสด็จย่า เอาตามที่เสด็จอาว่าเถอะเพคะ หลานไม่เป็นไรจริง ๆ” นางบอกไทเฮาเสียงออดอ้อน
“หากเป็นความต้องการของเจ้า หญิงชราอย่างข้าจะทำอันใดได้เล่า” ไทเฮาว่า พลางถอนหายใจออกมา
“ตกลงเอาตามนี้นะพ่ะย่ะค่ะ” ฮ่องเต้ถามย้ำ ไทเฮาจึงพยักหน้าเป็นคำตอบ
“ฝ่าบาท ใต้เท้าจ้าว มาขอพบพระองค์พ่ะย่ะค่ะ”
“เขามาทำไมรึ”
“บ่าวไม่ทราบ ใต้เท้าจ้าวบอกเพียงว่ายังไงก็ต้องขอเข้าพบพระองค์ให้ได้พ่ะย่ะค่ะ” อวี้กงกงตอบ
“ดื้อด้าน! เห็นทีเขาคงมาพบข้าเพราะเรื่องจ้าวกุ้ยเฟย กับเซียวซีเป็นแน่ บอกเขาไปว่าข้ายุ่งราชกิจไม่ว่างไปพบ” เมื่อได้ยินดังนั้น อวี้กงกงจึงเดินหันหลังกลับไปสั่งขันทีอีกคนให้ไปแจ้งใต้เท้าจ้าวตามที่ฮ่องเต้ทรงรับสั่ง
“ฮ่องเต้ หากเจ้าใจอ่อนเร็วนัก ขุนนางคนอื่นจะเอาเป็นเยี่ยงอย่างได้ พวกเขาจะไม่เห็นเจ้าอยู่ในสายตา”
“ลูกเข้าใจแล้วพ่ะย่ะค่ะ เสด็จแม่ลูกขอตัวก่อน”
“ส่วนเจ้าดูแลตัวเองให้ดี เดือนหน้าเจ้าต้องแต่งงานแล้ว” ฮ่องเต้ว่า ก่อนจะเดินออกไปจากตำหนักฉู่ซิว
หลังจากที่ฮ่องเต้เดินจากไป ไทเฮากับนางได้พูดคุยกันอย่างสนุกสนานตามประสาย่าหลาน
“หนิงอัน อีกไม่นานเราสองคนก็ต้องจากกันแล้ว ย่าไม่อยากให้เจ้าแต่งงานไปที่ชายแดนเลย” ไทเฮาบอกนางหน้าเศร้า
“หลานก็ไม่อยากแต่งไปไกลเช่นกันเพคะ แต่จะทำอะไรได้ทุกอย่างล้วนถูกกำหนดไว้แล้ว” นางตอบเสียงนิ่ง
“แล้วจัดเตรียมอาภรณ์ที่จะใส่ไว้มากพอหรือยัง ที่ชายแดนคงยากที่เจ้าจะหาชุดสวย ๆ ใส่ เหมือนในวัง”
“เรื่องนี้พระองค์ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกเพคะ หม่อมฉันได้จัดเตรียมไว้นานแล้ว เหลือเพียงสินเดิมเท่านั้น”
“เรื่องนี้ให้เป็นหน้าที่ข้าเถิด ย่ากับฮ่องเต้จะจัดสินเดิมให้เจ้ามากกว่าผู้อื่น เจ้าจะได้ไม่ลำบาก เมื่อต้องไปอยู่ที่นั่น”
“ขอบพระทัยเพคะ งั้นหม่อมฉันขอกลับไปพักผ่อนที่ตำหนักก่อนนะเพคะ”
“เจ้าไปเถอะ”
