ออกเดินทาง
เมื่อมาถึงตำหนัก นางก็บอกให้เซียนเซียนจัดเตรียมที่นอนให้นาง นางจะได้นอนพักผ่อน รอยบวมแดงที่หน้าทำเอานางรู้สึกเจ็บระบมอยู่ไม่น้อย
“อาเซียน ข้าจะพักผ่อนเสียหน่อย ห้ามใครมารบกวนข้า หากใครมาขอพบก็ปฏิเสธไปเสีย” นางสั่ง ก่อนจะเดินขึ้นเตียงแล้วหลับไปในที่สุด
หนึ่งเดือนผ่านไปเร็วเหมือนหนึ่งวัน หนิงอันสวมอาภรณ์สีแดงสดตัดกับเครื่องประดับสีทองนั่งอยู่บนรถม้า ใบหน้าของนางถูกคลุมด้วยผ้าสีแดงเหมือนชุดที่สวม รถม้าเริ่มเคลื่อนตัวออกจากวังไปอย่างเชื่องช้า ก่อนจะเร่งความเร็วขึ้น เพื่อให้ถึงจุดหมายปลายทาง กว่านางจะได้ออกเดินทางทั้งไทเฮาและฮองเฮาต่างมาร่ำลานางพักใหญ่ ทั้งสองพระองค์ไม่อยากให้นางแต่งงานออกไปไกล ขณะที่ฮ่องเต้มาพูดคุยกับนางเพียงครู่ ก่อนจะเข้าประชุมกับเหล่าขุนนาง พระองค์กล่าวขอโทษนางอย่างรู้สึกผิดที่อยู่ส่งนางขึ้นรถม้าไม่ได้
นางนั่งคิดถึงเรื่องราวในอดีตตั้งแต่ที่เสด็จพ่อและเสด็จแม่ต้องจากไป เพราะมีคนซุ่มโจมตี ทั้งสองเสียชีวิตเพราะปกป้องฮ่องเต้ที่ตอนนั้นยังเป็นเพียงองค์ชาย และทิ้งให้นางที่เพิ่งอายุได้หกขวบต้องกำพร้าบิดาและมารดาไป ตอนนั้นนางเป็นเพียงท่านหญิง แต่หลังจากที่ท่านทั้งสองได้จากไปนางก็ถูกรับเลี้ยงโดยไทเฮาและฮองเฮา เมื่อฮ่องเต้ขึ้นครองราชย์พระองค์แต่งตั้งให้บิดาและมารดาของนางดำรงตำแหน่งเป็นฮ่องเต้และฮองเฮา เพื่อรำลึกถึงคุณงามความดีที่ทั้งสองพระองค์ได้ทำไว้ ส่วนนางก็ถูกแต่งตั้งเป็นองค์หญิง นับตั้งแต่สูญเสียท่านทั้งสองไปนางต้องเผชิญเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในวังแห่งนี้เพียงลำพัง แม้จะมีไทเฮาและฮองเฮาอยู่เคียงข้าง แต่ทุกคนย่อมมีช่วงเวลาที่ยากลำบากกันทั้งนั้น รวมทั้งนางด้วย บัดนี้ต้องออกไปใช้ชีวิตนอกวังเพียงลำพังทั้งรู้สึกใจหายและดีใจในเวลาเดียวกัน
“องค์หญิง เชิญลงจากรถม้าก่อนเพคะ” เซียนเซียนเรียกนาง
“มีอะไรรึ”
“ถึงเวลาพักแล้วเพคะ พระองค์ควรลงมาเสวยอาหารนะเพคะ”
“เอางั้นก็ได้” นางตอบ ก่อนจะลงจากรถม้า เดินทางครั้งนี้อวี้กงกงก็ตามนางมาด้วย เหตุเพราะฮ่องเต้สั่ง
“องค์หญิง เป็นยังไงบ้างพ่ะย่ะค่ะ ทรงเหนื่อยรึไม่” อวี้กงกงถามนาง
“ข้าเหนื่อยนิดหน่อย แต่ไม่เป็นไรหรอก หากเทียบกับเมื่อก่อนที่ฮ่องเต้ให้ท่านกับท่านอาจารย์ซูมาสอนข้า ครานั้นช่างหนักหนานัก” นางว่า พลางส่งยิ้มให้อวี้กงกง
“เป็นเพราะฮ่องเต้ทรงใส่ใจพระองค์จึงได้ทำเช่นนั้น เวลาช่างผ่านไปเร็วนัก เมื่อก่อนพระองค์เป็นเพียงเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นสตรีแสนงดงาม กระหม่อมภูมิใจแทนพระองค์จริง ๆ ที่มีหลานเช่นท่าน ฉลาด งดงาม จิตใจดี เพียบพร้อม ใครได้แต่งกับท่านถือว่ามีวาสนาสูงส่ง”
“อวี้กงกง ท่านชมข้าเกินไป ข้าไม่ได้เพียบพร้อมทุกอย่างเหมือนที่เจ้าว่าเสียหน่อย ทุกคนย่อมมีข้อด้อย” นางตอบอวี้กงกง
“แต่บ่าวยังไม่เห็นข้อด้อยของพระองค์เลยนะพ่ะย่ะค่ะ”
“ท่านเลิกชมข้าสักทีเถิด หากชมมากกว่านี้เห็นทีข้าคงบินได้แล้วกระมัง” อวี้กงกงที่ได้ยินที่นางพูดได้แต่ส่งยิ้มมาให้นาง
การเดินทางแสนเหน็ดเหนื่อยสิ้นได้สุดลง เมื่อนางเดินทางมาถึงจวนของแม่ทัพอย่างเว่ยเฉิง จวนตกแต่งไปด้วยผ้าสีแดง บ่งบอกถึงงานมงคล หน้าจวนห้อมล้อมไปด้วยผู้คน หนิงอันรู้สึกตื่นเต้นนิดหน่อยที่จะได้เจอหน้าสามีของนาง
“องค์หญิงถึงแล้วเพคะ” เซียนเซียนบอกนาง นางจึงค่อย ๆ ก้าวขาลงจากรถม้า เว่ยเฉิงที่มายืนรอต้อนรับว่าที่ฮูหยินของตน เขายืนมองร่างบางตรงหน้าด้วยหน้าตาเรียบนิ่ง เพราะทั้งคู่ไม่เคยเจอหน้ากัน หลังจากที่เขารายงานเรื่องทุจริตในกองทัพให้ฮ่องเต้ทรงทราบ ไม่นานนักพระองค์ก็มีคำสั่งลงมาว่าจะประทานพระราชมงคลสมรสให้กับเขา
