บทที่ 3 ผู้ที่สมควรจะถูกอิจฉา
ลั่วมู่จิ่นเดินกลับเรือนโม่โฉวด้วยจิตใจเลื่อนลอยเล็กน้อย ทางเดินมีคบไฟจุดสว่างไสวไปตลอดทาง แต่เด็กหญิงตัวน้อยกลับหยุดยืนแหงนหน้ามองท้องฟ้าด้วยหัวใจที่หนักอึ้งเล็กน้อย
พระจันทร์เต็มดวงทำให้ท้องฟ้าดูสว่างไสว นับตั้งแต่ที่นางฟื้นขึ้นมาใหม่อีกครั้ง คราวนี้นางตัดสินใจแล้วว่าจะเป็นลั่วมู่จิ่นชดเชยทุกอย่างให้แก่ทุกคนในตระกูลลั่วเท่านั้น ไม่คิดจะเอื้อมมือไปใคว่คว้าคว้าพระจันทร์ที่อยู่สูงเกินเอื้อมมาครอบครองอีกต่อไปแล้ว แต่ทว่าฐานะของคุณหนูสามจวนฝูกั๋วกงย่อมจะไม่มีอำนาจมากพอในการปกป้องทุกคนได้
ในชีวิตที่แล้วท่านหญิงซินอี๋แอบรู้สึกอิจฉา เสด็จป้าของพระนางเย่อซื่อผู้เป็นฮองเฮายิ่งนัก ที่แม้ว่าจะสิ้นชีพจากไปนานแล้วแต่ยังคงครอบครองพระทัยของฮ่องเต้จงเหวินเต๋อได้ ต่อมาท่านหญิงซินอี๋จึงได้รู้ว่าความคิดเช่นนี้ของตนช่างไร้เดียงสายิ่งนัก ผู้ที่คู่ควรจะได้รับความอิจฉาอิจฉามากที่สุดคือมารดาที่เลี้ยงดูนางมาอย่างฮูหยินซื่อจื่อฝูกั๋วกงเย่วเล่อต่างหาก
ลั่วหย่งเซินเมื่อแต่งเย่วเล่อเข้าจวนฝูกั๋วกงมาแล้ว เขาจัดการเรื่องสาวใช้ห้องข้างที่เคยปรนนิบัติเขาไล่ออกจากจวนจนหมดทุกคน หลังจากนั้นก็ไม่เคยมีสาวใช้คอยปรนนิบัติและไม่เคยรับอนุเข้าเรือนมาทำให้ฮูหยินของเขาต้องทุกข์ใจอีกเลย สองสามีภรรยารักใคร่กลมเกลียว มีบุตรชายสามคนและมีบุตรสาวที่เป็นนางอีกหนึ่งคนเท่านั้น
ในขณะที่เย่วซือฮองเฮาในยามที่เป็นพระชายาเอกเฉิงอ๋อง คนที่เฉิงอ๋องรักใคร่ใส่พระทัยอย่างแท้จริงคือพระชายารองสกุลลั่ว ไม่ใช่สาวงามจากต่างแคว้นเช่นพระนาง แม้ว่าในภายหลังเฉิงอ๋องกลายเป็นฮ่องเต้จงเหวินตี้แล้วแต่งตั้งเย่วซื่อเป็นฮองเฮาก็ตาม
แต่ในพระทัยของฮ่องเต้ผู้สูงส่งยังทรงห่วงใยและคิดแต่จะปกป้องพระสนมลั่วเสียนเฟยและพระโอรสที่เกิดกับพระนางอย่างสุดกำลัง ทรงใช้องค์ชายรองที่เกิดจากเย่วซื่อฮองเฮาผลักดันออกมาเป็นเป้าล่อขนาดใหญ่ อีกทางก็ผลักดันองค์ชายใหญ่ให้มีความสามารถโดดเด่นขึ้นมา เพื่อไม่ให้องค์ชายสามถูกผู้อื่นเพ่งเล็งจนโดนปองร้าย
ในชีวิตนั้นของนางแม้ว่าองค์ชายสามจะพิการจนหมดสิทธ์ครองบัลลังก์เป็นแน่แท้แล้ว แต่ฮ่องเต้จงเหวินตี้ยังทรงแต่งตั้งองค์ชายสามให้เป็นชางอ๋องมอบอำนาจทางทหารให้ท่านอ๋องผู้พิการดูแลแทบทั้งหมด ดังนั้นฮองเฮาที่ตายไปแล้ว ได้ถูกดึงพระนามนำออกมาใช้เพื่อเป็นการปกป้องสตรีคนอื่นเท่านั้น เสด็จป้าของนางผู้นี้จึงถือได้ว่าเป็นสตรีที่น่าสงสารมากที่สุด
ส่วนพระมารดาผู้ให้กำเนิดท่านหญิงซินอี๋แม้จะได้ขึ้นชื่อว่าเป็นพระชายาเอก แต่หนิงอ๋องเฟิงเจวี๋ยหร่านยังมีสนมและพระชายารองอีกมากมายหลายคน ความจริงแล้วท่านหญิงซินอี๋ยังมีพี่ชายต่างมารดาอีกหลายคน มีบางคนที่แอบหลบหนีไปยังแคว้นฉินได้ และก็มีหลายคนที่ต้องเสียชีวิตลงภายหลังการก่อกบฏครั้งใหญ่คราวนั้น
ดังนั้นผู้ที่ท่านหญิงควรจะแอบรู้สึกอิจฉาย่อมต้องเป็นมารดาผู้เลี้ยงดูนางมาจนเติบโตผู้นี้มากกว่า แต่ท่านหญิงซินอี๋ในยามนั้นถูกอำนาจราชศักดิ์อำพรางตาจนมืดบอด ไม่รู้และไม่เคยเข้าใจเรื่องราวต่างๆ ที่ลึกซึ้งมากกว่านั้น กว่าจะรู้ตัวว่าตนหลงเดินผิดทางมานานก็สายเกินไปเสียแล้ว…
“คุณหนูสาม เหตุใดจึงมายืนเหม่อลอยตากน้ำค้างอยู่เช่นนี้ล่ะเจ้าค่ะ พวกเจ้าก็ช่างกระไรไม่รู้จักเอ่ยห้ามคุณหนู ดูสิน้ำค้างลงแรงถึงเพียงนี้ถ้าคุณหนูป่วยหนักอีกครั้งจะทำอย่างไร”
“แม่นมเจิ้ง ท่านอย่าดุด่าพวกนางเลยเจ้าค่ะ เป็นตัวข้าเองที่เลอะเลือน แท้พวกนางจะเอ่ยเตือนใช่ว่าข้าจะเชื่อฟังและยอมทำตาม น้ำค้างเริ่มลงหนักแล้วพวกเรารีบเดินกลับเรือนโม่โฉวกันเถิด”
“คุณหนูคนดีของข้า หลายวันมานี้เห็นคุณหนูมีนิสัยเปลี่ยนไปไม่ดื้อรั้นและรู้ความมากขึ้น ตัวข้าต้องแอบไปจุดธูปจุดเทียนนั่งสวดมนต์ที่หอพระแทบจะทุกวันด้วยความขอบคุณ แต่ในวันนี้คุณหนูก็เปลี่ยนกลับมาไม่รู้ความอีกแล้ว”
ลั่วมู่จิ่นส่งเสียงหัวเราะเดินไปกอดแขนของแม่นมเจิ้งอย่างออดอ้อนแล้วพูดขึ้นว่า “แม่นมถึงกลับต้องกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อขอให้ข้าไม่ดื้อรั้นไม่ซุกซนเชียวหรือ”
“ก็ใช่นะสิเจ้าค่ะ เพราะเอ่ยปากพูดบ่นไปคุณหนูก็ไม่ฟัง”
แม่นมเจิ้งไม่ใช่สตรีธรรมดาทั่วไป นางเป็นสตรีวัยกลางคนที่มีวรยุทธ์ล้ำเลิศ เลี้ยงดูมู่จิ่นตั้งแต่เล็กจนเติบโต ในชีวิตที่แล้วเพื่อสังหารองค์ชายใหญ่ให้แก่องค์รัชทายาทท่านหญิงซินอี๋ช่างใจดำถึงกลับส่งแม่นมไปทำงานที่เสี่ยงอันตรายเช่นนั้น การลอบสังหารประสบความสำเร็จ องค์ชายใหญ่มู่หรงอี้หานสิ้นชีพแต่แม่นมเจิ้งก็เป็นร่างที่ไร้ลมหายใจถูกคนแบกหามกลับคืนมาหาท่านหญิงซินอี๋เช่นกัน
คนที่รักห่วงใยนางอย่างแท้จริงและคอยดูแลปกป้องนางรอบด้านเช่นนี้ ลั่วมู่จิ่นจะไม่ยอมสูญเสียคนผู้นี้เพียงเพื่อบุรุษคนหนึ่งอีกแล้ว…
“แม่นม…ต่อไปนี้ข้าจะสวดมนต์ไหว้พระร่วมทำบุญเป็นเพื่อนท่านดีหรือไม่”
“ไอ้หย๊า~ นี่บ่าวเช่นข้าหูฝาดเฝื่อนไปแล้วใช่หรือไม่ จึงได้ยินถ้อยคำที่ไม่น่าจะหลุดออกมาจากปากของคุณหนูสามได้”
แม่นมเจิ้งทำเสียงตกใจจนเกินพอดี จึงสามารถเรียกเสียงหัวเราะสดใสของลั่วมู่จิ่นได้ เด็กน้อยกอดแขนแม่นมของตนเอาไว้แน่น โดยมีสาวใช้อีกสองสามคนเดินตามพวกนางสองคนอยู่ทางด้านหลังด้วยสีหน้าอมยิ้ม…
