บท
ตั้งค่า

บทที่ 2 ชีวิตในวัยเด็กของลั่วมู่จิ่น

ชางเหวินปีที่หนึ่ง

ฮ่องเต้จงเหวินตี้ขึ้นครองบัลลังก์ต่อจากพระเชรษฐาของพระองค์อย่างชอบธรรมโดยไร้ซึ่งสงครามภายในทำให้แคว้นอู่เจริญรุ่งเรื่องมากขึ้นและสงบสุขเป็นอย่างมาก แคว้นอู่เป็นแคว้นที่มีพรมแดนติดกับแคว้นเซิงและแคว้นฉิน ทั้งสามแคว้นนี้พยายามรักษาความสัมพันธ์ที่ดีเป็นมิตรต่อกัน โดยใช้วิธีการเชื่อมสัมพันธ์ผ่านการแต่งงานระหว่างแคว้นทำให้ปราศจากการสู้รบระหว่างแคว้นมานานเกือบยี่สิบปีแล้ว

ณ.เมืองเจี้ยนคัง แคว้นอู่

คุณหนูสามลั่วมู่จิ่นหลังจากที่ป่วยหนักเนื่องจากซุกซนวิ่งเล่นฝ่าพายุหิมะกับพี่ชายฝาแฝดของนางลั่วมู่เหยียนแล้ว คุณหนูสามผู้ซุกซนพลันมีนิสัยเปลี่ยนไปจนผู้อื่นสังเกตุเห็นได้อย่างชัดเจน จากเด็กน้อยผู้ซุกซนเอาแต่ใจตนเองเปลี่ยนเป็นเรียบร้อยเชื่อฟังและทำตัวติดกับผู้เป็นมารดาของตนไปแทบจะทุกที่

ฮูหยินใหญ่เย่วเล่อทำสีหน้าเอือมระอาผู้เป็นบุตรสาวก่อนจะพูดขึ้นว่า “ก่อนหน้านี้เจ้าชอบทำตัวติดกับมู่เหยียนจะต้องร้องขอออกไปเล่นซนที่ด้านนอกจวนพร้อมกับเขาอยู่ทุกวัน จนมารดาอย่างข้าแทบจะไม่ได้พบเห็นหน้าของเจ้านานข้ามวันเลยก็มี แต่ในยามนี้ช่างดีนัก ดึกดื่นค่อนคืนแล้วแต่ตัวเจ้าก็ยังไม่ยอมกลับไปนอนที่เรือนของตนเอง”

“ท่านแม่กำลังรู้สึกรำคาญจิ่นเอ๋อร์อยู่หรือเจ้าคะ”

มู่จิ่นพูดด้วยน้ำเสียงน้อยใจ ทำให้เย่วเล่อพลันใจอ่อนแล้วรีบพูดปลอบใจบุตรสาวของตนในทันทีว่า “แม่ไม่ได้รำคาญ แต่ในยามนี้ดึกมากแล้วตัวเจ้าเองก็ดวงตาปรือแทบจะปิดอยู่แล้วแต่ยังดื้อดึงจะขอนั่งคัดตำราในห้องแม่ให้ได้ มีอะไรหรือเปล่า”

ลั่วมู่จิ่นแอบตำหนิร่างกายเด็กน้อยของตนเองในทันที ทั้งๆ ที่อยากจะอยู่กับท่านแม่ให้นานมากกว่านี้แต่ตนเองก็ยังรู้สึกง่วงนอนจนแทบจะสัปหงกอยู่ได้

“อีกไม่กี่วันท่านปู่และท่านย่าจะเดินทางกลับมาที่เมืองเจี้ยนคังแล้ว ท่านย่าสั่งให้จิ่นเอ๋อร์คัดคัมภีร์บทสวดพระธรรมจำนวนสิบบท จิ่นเอ๋อร์ยังทำไม่สำเร็จเลยเจ้าค่ะ”

“เจ้าเด็กคนนี้ ปกติก็ใช้ให้พี่ชายของเจ้าช่วยคัดให้คัมภีร์บทสวดพระธรรมแทนเจ้ามาด้วยตลอดเหตุใดวันนี้จึงขยันผิดปกติเสียได้”

“ก็มิใช่ว่าเป็นเพราะบุตรสาวอยากจะอยู่ใกล้ชิดกับท่านแม่ให้นานขึ้นอีกสักหน่อยหรือเจ้าคะ ช่วงนี้ท่านพ่อไม่อยู่จวนเป็นเพราะต้องเข้าเมืองหลวงเพื่อดำเนินการขอตำแหน่งซื่อจื่อฝูกั๋วกง จิ่นเอ๋อร์จึงได้ใช้ช่วงเวลานี้อยู่กับท่านแม่อย่างใกล้ชิดได้เจ้าค่ะ”

“เจ้าเด็กผู้นี้พูดจาแปลกประหลาดอีกแล้ว ทำอย่างกับว่าท่านพ่อของเจ้าขัดขวางไม่ให้เจ้าใกล้ชิดกับแม่เสียอย่างนั้น”

“ใช่แล้วเจ้าค่ะ ท่านพ่อหวงท่านแม่มากชอบยึดเวลาของท่านแม่ไปครอบครองเพียงคนเดียวเท่านั้น”

มู่จิ่นเบ้ปากแล้วแกล้งพูดถึงนายท่านใหญ่ลั่วหย่งเซินด้วยน้ำเสียงน้อยใจ ทำให้เย่วเล่อยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาปิดปากส่งเสียงหัวเราะ เหล่าสาวใช้ทั้งหลายต่างก็ส่งเสียงคิกคักหัวเราะด้วยความขบขันเช่นกัน

ลัวมู่จิ่นอมยิ้มและมองบรรยากาศรอบกายด้วยดวงตาเป็นประกาย ในยามที่นางเป็นท่านหญิงซินอี๋อยู่ในวังหลวงที่แสนเย็นชา นางแอบคิดถึงจวนฝูกั๋วกงที่แสนอบอุ่นอยู่เป็นประจำ และแล้วนางก็มีโอกาสย้อนกลับมาอยู่ในช่วงเวลานี้อีกครั้ง

ในวัยเด็กเช่นนี้นางมัวแต่เล่นซุกซนอยู่กับพี่ชาย จวบจนฮ่องเต้จงเหวินตี้คืนฐานะเดิมให้นาง มู่จิ่นหรือท่านหญิงซินอี๋ก็ไม่เคยได้รับสัมผัสที่แสนอบอุ่นจากท่านแม่ผู้นี้อีกเลย นางมัวแต่ลุ่มหลงฐานะใหม่ที่สูงส่งเมื่อรู้ตัวอีกทีจวนฝูกั๋วกงก็ตกต่ำลงแล้ว

ในชีวิตนั้นนางเลือกใช้ชีวิตเป็นท่านหญิงซินอี๋ที่สูงศักดิ์ละทิ้งฐานะคุณหนูสามแห่วงจวนฝูกั๋วกงทิ้งไป ช่วงเวลานั้นท่านแม่เพิ่งจะสูญเสียพี่ชายรองไปแล้วยังจะต้องมาเสียบุตรสาวอย่างนางไปอีกคนจึงป่วยหนักเพราะตรอมใจ

พระสนมลั่วเสียเฟยถูกใส่ร้ายว่าพระนางวางแผนสังหารไฉ่เหริ่นผู้หนึ่งที่เพิ่งตั้งครรภ์บุตรมังกรจนเสียชีวิต หลักฐานแน่นหนายากจะปฏิเสธฮ่องเต้จงเหวินตี้เห็นแก่ความสัมพันธ์เป็นสามีภรรยามาเนิ่นนานจึงไม่ได้ลดตำแหน่งของพระสนมลั่วเสียนเฟยแต่สั่งกักขังพระนางเอาไว้ในพระตำหนักฉางหนิง

จวนฝูกั๋วกงพลอยรับเคราะห์ถูกยึดตำแหน่งกั๋วกงและยึดศักดินา กลายเป็นสามัญชนที่ถูกผู้อื่นรังแกได้ง่ายในยามนั้นแม้ว่านางจะใช้ตำแหน่งท่านหญิงซินอี๋มาช่วยเหลือแต่ก็ไม่ทันการแล้ว ท่านปู่ท่านย่ารวมถึงท่านพ่อและท่านแม่ได้เสียชีวิต เพราะถูกคนลอบสังหารเพื่อไม่ให้พระสนมลั่วเสียนเฟยมีคนช่วยหนุนหลังได้อีก เมื่อคิดมาถึงตรงนี้มู่จิ่นพลันมือสั่นเพราะความเสียใจ

“จิ่นเอ๋อร์เจ้าไปพักผ่อนเถิด ดูสิมือสั่นจนตัวอักษรเสียหายกระดาษแผ่นนี้ใช้การไม่ได้แล้ว”

“ท่านแม่เจ้าคะ จิ่นเอ๋อร์คิดถึงพี่ชายใหญ่และพี่ชายรองแล้ว ท่านแม่เขียนจดหมายขอให้ท่านพ่อพาพี่ชายทั้งสองคนกลับมาที่เมืองเจี้ยนคังได้ไหมเจ้าคะ”

“พี่ชายทั้งสองคนของเจ้าจะต้องเรียนที่สำนักศึกษาหลวง ใช่ว่าอยากจะกลับบ้านมาได้ตามใจของเจ้า”

ลั่วมู่จินเม้มปากแน่นในชีวิตนี้นางจะต้องหาวิธีช่วยชีวิตของพี่ชายรองให้ได้ รวมถึงทุกคนในจวนฝูกั๋วกงแห่งนี้ด้วย

“ท่านแม่เจ้าคะ ถ้าอย่างนั้นพวกเราย้ายเข้าไปอยู่ในจวนฝูกั๋วกงที่เมืองหลวงดีไหมเจ้าคะ สายน้ำอยู่ไกลไม่อาจจะดับไฟใกล้ได้ทันเวลา ถ้าหากพวกเราอยู่ร่วมกันในเมืองหลวง เมื่อมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นจะได้รอดพ้นจากเภทภัยได้เจ้าค่ะ”

“เจ้าเด็กร้ายกาจผู้นี้ เป็นตัวเจ้าเองที่อยากจะไปเที่ยวเล่นในเมืองหลวงใช่หรือไม่ จึงได้หาข้ออ้างมากมายถึงเพียงนี้”

“ท่านแม่…”

“เอาล่ะ คืนนี้ดึกมากแล้วเจ้ารีบกลับไปนอนที่เรือนนอนของเจ้าจะดีกว่า แม่นมเจิ้งส่งคนมาตามเจ้าสองสามรอบแล้ว”

“ก็ได้เจ้าค่ะ เช่นนั้นจิ่นเอ๋อร์ขอตัวลาไปนอนก่อนเจ้าค่ะ”

ลั่วมู่จิ่นเอ่ยลาด้วยน้ำเสียงยอมแพ้ และได้แต่คิดแค้นใจตนเองที่ยังเป็นเพียงเด็กน้อยผู้หนึ่ง ช่างไร้กำลัง ไร้ความน่าเชื่อถือ แล้วนางจะแก้ไขเรื่องในอนาคตไม่ให้เกิดเรื่องร้ายซ้ำรอยเดิมได้อย่างไร ลั่วมู่จิ่นยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกกลุ้มใจ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel