บท
ตั้งค่า

บทที่ 2 นกน้อยในกรงทอง

“จ๊ะ....ฉันขอโทษด้วยนะเคียวจัง”

“ไม่เป็นไรหรอก ข้าวหอมไม่ไปก็ดีเหมือนกันจะได้ไม่มีคนมาสวยแข่ง แต่อย่าบ่นนะว่าไม่มีแฟนสักที อิอิ”

เพื่อนสาวแสนอารมณ์ดีทำให้หล่อนระบายยิ้มอย่างมีความสุข

“จ้า…ฉันไม่กล้าบ่นเคียวจังหรอก”

“อือ...ว่าแต่ฉันอิจฉาข้าวหอมจังเลยนะที่ได้อยู่ใกล้ชิดกับคุณโทคิยะ”

เคียวโกะทำหน้าตาเคลิบเคลิ้มเมื่อพูดถึงผู้ชายหน้าตาหล่อเหลาติดอันดับนิตยสารชื่อดัง

“โอ๊ย....ไหนจะบอดี้การ์ดของคุณโทคิยะอีก นี่ก็หล่อ อ่า....ฟินจะตาย กล้ามเป็นกล้าม อื้อหือ”

“ดูพูดเข้าเคียวจัง เดี๋ยวใครมาได้ยินเข้า”

นิสัยเรียบร้อยอย่างกุลสตรีมันเหมือนถูกฝังลึกผ่านดีเอ็นเอแม้ตนเองจะมาเติบโตที่แดนปลาดิบก็ตาม

“ไม่เห็นเป็นอะไรเลย ใครๆ เขาก็พูดกัน แล้ว ข้าวหอมเคยตื่นเต้นหวั่นไหวกับคุณโทคิยะบ้างไหมล่ะ”

หล่อนหลุบสายตามองต่ำทันทีเมื่อเพื่อนสาวถามถึงความรู้สึกที่มีต่อผู้อุปการะ จะเรียกว่าอุปการะคงไม่ใช่เพราะหล่อนถูกเขาซื้อมาบำเรอความใคร่

“รีบไปเรียนเถอะถึงเวลาแล้วเดี๋ยวไม่ทันเช็คชื่อนะ” ข้าวหอมรีบพูดตัดบทซึ่งได้ผลอย่างดี

เคียวโกะยกนาฬิกาล้อมเพชรที่ข้อมือของตนเองขึ้นมอง

“เออ...จริงด้วย เดี๋ยวนะวิชาแรกวิชาอะไรน่ะ”

“อืม...ถ้าจำไม่ผิดคณิตศาสตร์หรือเปล่า”

เคียวโกะตาโตด้วยความตะหนกทันที

“รีบไปกันเถอะฉันไม่อยากเข้าเรียนสาย”

ร่างบอบบางของเพื่อนสาวที่สูงกว่าหล่อนนิดหน่อยเดินนำหน้าทันที

“เคียวจังทำไมต้องรีบร้อนขนาดนี้ด้วย”

หล่อนตามอารมณ์เพื่อนสาวแทบไม่ทันเมื่อสักครู่ยังไม่มีท่าทีรีบร้อนแต่อย่างใด

เคียวโกะหยุดเดินหันมาพูดกับหล่อน

“วิชาคณิตศาสตร์ใช่ไหมล่ะ”

“อืม ใช่...”

หล่อนพยักหน้าหงึกๆ แต่ยังไม่เข้าใจว่าทำไมต้องรีบร้อนนักทั้งที่มันยังมีเวลาเหลืออีกสิบห้านาที ตามปกติแล้วเคียวโกะจะชวนหล่อนไปนั่งเล่นที่สนามบาสก่อน เพื่อส่องรุ่นพี่หล่อๆ

“หื้มมมม....ยังไม่รู้อีกหรอข้าวหอม”

ข้าวหอมยังคงงุนงงไม่เข้าใจ คนพูดจึงรีบเฉลยออกมาก่อนที่จะเข้าเรียนสาย

“ก็อาจารย์คนใหม่ที่มาสอนวิชาคณิตศาสตร์ไงล่ะ”

“อ่อ....”

หล่อนเข้าใจทันที เพราะอาจารย์คนใหม่ที่มาสอนวิชาคณิตศาสตร์คือลูกพี่ลูกน้องคู่กัดของเพื่อนสาว

“ฉันต้องรีบไปไม่อย่างนั้นหมอนั่นคงเอาฉันไปพูดให้พ่อฟังแน่ ฉันรู้ว่าตานั่นคอยหาเรื่องฉันอยู่”

“เคียวจังคิดไปเองหรือเปล่า”

หล่อนไม่เห็นจะรู้สึกว่าคนที่ถูกพูดถึงจะเป็นคนอย่างนั้นแม้แต่น้อย แต่ทว่าเพื่อนสาวกลับเข่นเขี้ยวตั้งตนเป็นศัตรู

“ข้าวหอมไม่รู้อะไร ตานั่นน่ะคอยจ้องจะเล่นงานฉันตลอด เอาเป็นว่ารีบไปกันเถอะ”

“จ๊ะๆๆ”

ข้าวหอมรีบกึ่งวิ่งกึ่งเดินตามเพื่อนสาวที่แทบจะพุ่งตัวอย่างรวดเร็วเพื่อเข้าคลาสเรียน วิชาคณิตศาสตร์

“ข้าวหอม ข้าวหอม”

เสียงเรียกของเพื่อนสาวดังขึ้นทำให้คนที่นั่งเหม่อลอยได้สติ

“ว่า ว่าไงหรือเคียวจัง”

“เธอเห็นแล้วใช่ไหมว่าไอ้หมอนั่นมันจงใจหาเรื่องฉัน”

เคียวโกะหมายถึงอาจารย์ประจำวิชาคณิตศาสตร์ที่กำลังจะก้าวเดินออกจากคลาสเรียน

ข้าวหอมมีสีหน้าลังเลเล็กน้อยก่อนจะบอกกับเพื่อนสาวตามที่คิด

“แต่ฉันว่าอาจารย์เขาก็ปกติดีนะ”

เพื่อนสาวหน้าหงิกทันที

“ข้าวหอมน่ะไม่รู้อะไร เธอดูนี่”

เคียวโกะส่งชีทของตนเองยื่นให้เพื่อนสาวดูพร้อมกับสีหน้าที่เต็มไปด้วยความขุ่นเคือง

“ดูนี่....ทำไมชีททดสอบของฉันมันถึงได้ยากกว่าคนอื่น”

ข้าวหอมคว้าชีทของเพื่อนมาดูก่อนจะพบว่ามันเป็นเรื่องจริง ขนาดหล่อนที่ทำคะแนนได้สูงอันดับต้นๆ ของห้องยังไม่สามารถแก้โจทย์ที่ซับซ้อนได้ กับเคียวโกะไม่ต้องพูดถึงเพราะรายนั้นเรียนอ่อนทุกวิชา

“ข้าวหอมวันนี้เลิกเรียนแล้วไปห้องพักครูเป็นเพื่อนฉันหน่อยนะ”

“ห้องพักครู....เคียวจังจะไปทำอะไร”

“ฉันก็จะไปจัดการไอ้หมอนั่นน่ะสิ”

เท็ตสึยะ !

มือบางกำกระดาษในมือแน่นจนมันยับย่นดวงตากลมโตเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองจมูกโด่งเชิดรั้นยิ่งแสดงให้เห็นถึงความดื้อดึงของเด็กสาว

“จะดีหรือเคียวจัง”

“ดีสิฉันรู้ว่าหมอนั่นจงใจแกล้งฉัน”

หล่อนเป็นห่วงเพื่อนสาวเพราะถึงแม้ เคียวโกะจะเป็นบุตรสาวของเจ้าของสถานศึกษาแต่ทว่าการเป็นบุตรสาวนั้นไม่ได้เป็นที่โปรดปรานของตระกูลยาชิตะ

เคียวโกะยกมือขึ้นเคาะประตูตรงหน้าอย่างไม่มีความกริ่งเกรงแน่นอนว่าหล่อนไม่รีรอให้เจ้าของห้องอนุญาตแต่กลับเปิดมันเข้าไปทันที

“ขออนุญาตนะคะ”

ประหม่า....ความรู้สึกแบบนี้อีกแล้วที่แล่นเข้าสู่ร่าง เท็ตสึยะที่ใส่แว่นใบหน้าเคร่งขรึมไร้รอยยิ้มแต่หล่อนรู้ว่าเขามีความสามารถในการกวนโทสะหล่อนได้เป็นอย่างดี

เคียวโกะรีบเก็บพับความรู้สึกนั้นลงไปอย่างรวดเร็วก่อนจะเดินตรงเข้าไปหาคนที่นั่งอยู่ด้านหลังโต๊ะไม้สีชามันสร้างความน่าเกรงขามไม่น้อยให้กับชายหนุ่ม

“เธอมีธุระอะไรกับฉันอย่างนั้นหรือ”

เท็ตสึยะ ยาชิตะ หรือ เท็น วัย 29 ชายหนุ่มที่เต็มไปด้วยความเพียบพร้อมทั้งคุณสมบัติและรูปลักษณ์เขาจบการศึกษาด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง

เขาเป็นอัจฉริยะด้านการคำนวณ และที่สำคัญเขาสามารถจดจำเรื่องราวทุกสิ่งอย่างได้เป็นอย่างดีฉะนั้นการที่ชายหนุ่มมาเป็นครูวิชาคณิตศาสตร์ให้กับสถานศึกษาแห่งนี้ทำให้ โทโยะ ยาชิตะ ผู้เป็นลุงพึงพอใจเป็นอย่างมาก

สายตาของเขาจดจ้องมองมาที่ข้าวหอมโดยที่มองผ่านคนตรงหน้าไป มันยิ่งทำให้คนที่ถูกเมินขุ่นเคืองทวีคูณ

“นี่ นาย ! ฉันมีธุระจะคุยกับนาย”

มือบางกำแน่นด้วยความโมโห ยิ่งเขานิ่งเฉยมันเหมือนยิ่งกระตุ้นต่อมเดือดให้กับหญิงสาว

เท็ตสึยะ ละสายตาหันมามองผู้หญิงตรงหน้าก่อนจะก้มลงมองเอกสารด้วยท่าทีไม่แยแส

“นี่....นาย !!! หูหนวกหรือยังไงฮะ”

มือบางทุบลงบนโต๊ะทำงานเต็มแรงจนเกิด เสียงดัง ใบหน้าเนียนสวยแดงก่ำด้วยโทสะแต่ชายหนุ่มกลับไม่ได้มีทีท่าอะไรนอกจากใบหน้าเรียบเฉยมีเพียงแววตาเท่านั้นที่ดูกระด้างขึ้น

“ใจเย็นก่อนนะเคียวจัง”

ข้าวหอมกระซิบบอกเพื่อนและพยายามดึงเรียวแขนของเคียวโกะให้ออกไปจากห้อง

“ขอโทษด้วยนะคะอาจารย์ อย่าถือสาพวกเราเลยนะคะ”

เท็ตสึยะยิ้มเล็กน้อยแต่คนมองอย่าง เคียวโกะยิ่งรู้สึกว่ากำลังถูกเขาเย้ยหยัน

“ถ้าเธออยากคุยกับฉันก็ได้ แต่ฉันสะดวกคุยแค่ตามลำพัง”

สายตาของเขาตวัดขึ้นมองหล่อนนิ่งงัน ร่างกายสาวมันสั่นสะท้านหวามไหวทันทีอย่างที่ไม่เข้าใจกลไกของร่างกาย

“ทำไมฉันต้องคุยตามลำพัง”

“เธอกลัวฉันว่างั้น....”

เมื่อถูกท้าทายมีหรือที่หล่อนจะยอม

“ฉันไม่ได้กลัว”

เคียวโกะหันมาหาข้าวหอมที่ยืนอยู่เคียงข้างด้วยสีหน้ากังวลใจ

“ข้าวหอมออกไปรอฉันข้างนอกก่อนนะ”

“เคียวจัง....”

“ไปเถอะไม่มีอะไรหรอก ใครจะกล้าทำอะไรฉันล่ะอย่าลืมสิฉันลูกใคร”

“จ๊ะ...งั้นฉันรอด้านนอกนะมีอะไรก็เรียกฉันได้เลยนะ”

เท็ตสึยะยิ้มมุมปากก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วเดินตรงเข้าไปหาเด็กสาวที่ยืนหันหลังให้

เคียวโกะหันกลับมาเพื่อเผชิญหน้ากับเขาอีกครั้งแต่ทว่าร่างบางกลับปะทะกับแผงอกแน่นหนั่นของเขาอย่างจังจนเซถลา หากไม่มีมือของเขารวบเอวของหล่อนเอาไว้คงล้มไม่เป็นท่า

“ระวังหน่อยสิเคียวจัง”

จากเดิมที่น้ำเสียงราบเรียบไร้ความรู้สึกยามนี้มันเต็มไปด้วยความทะเล้น ใบหน้าเรียบเฉยยามนี้เต็มไปด้วยรอยยิ้มกวนประสาท

นี่ไง....ตัวตนของ เท็ตสึยะ ยาชิตะ เวลาที่อยู่กับหล่อนเพียงลำพัง

“ปล่อยฉันนะไอ้บ้า”

แน่นอนว่าเขาปล่อยหล่อนทันที

“ว๊าย....”

ร่างบางล้มลงกองกับพื้นทันที มือบางจับที่สะโพกด้วยความเจ็บเมื่อลุกขึ้นมาได้ก็ต่อว่าคนตรงหน้าทันที

“นี่นาย นายมัน มันกวนประสาท”

เท็ตสึยะระบายยิ้มรับคำต่อว่าของเด็กสาวที่อายุห่างจากตนสิบกว่าปีอย่างไม่ยี่หระ

มือหนาตะปบบ่าบอบบางของหล่อนเอาไว้ทั้งสองข้างก่อนจะโน้มใบหน้าลงหา ทำเอาเด็กสาวตัวแข็งทื่อด้วยความหวาดหวั่น

“ทำ...ทำบ้าอะไรของนาย”

“ชู่ววว์....พูดจาอะไรระวังหน่อยเพราะตอนนี้ฉันเป็นอาจารย์และแน่นอนว่าเธออาจไม่ผ่านวิชาคณิตศาสตร์”

เขาผละตัวออกห่างก่อนจะเดินกลับไปที่เก้าอี้ตัวโตที่ดูแล้วมันเกินฐานะของอาจารย์ที่เพิ่งเข้ามาเริ่มงาน แล้วทิ้งตัวลงนั่งด้วยอิริยาบทผ่อนคลาย

“นี่...นาย นายยอมรับแล้วใช่ไหมว่าจงใจแกล้งฉัน”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel