บทที่ 1 นางบำเรอ
“อ๊า....อ๊ะ คุณโทคิ อ๊ะ....เจ็บค่ะ อ๊ะ ข้าวหอมเจ็บ อ๊า....”
ท่อนเนื้อที่มีขนาดใหญ่ยาวถึงเก้านิ้วมันบุกทะลวงเข้าใส่ร่องกลีบที่แสนฟิตและคับแคบไม่ยั้ง
เสียงร้องของเด็กสาวไม่ได้ทำให้เขาผ่อนจังหวะกระแทกกระทั้นแม้แต่น้อยมิหน่ำซ้ำยังเพิ่มแรงอัดกระหน่ำมากกว่าเดิม มีเพียงเสียงหอบสะท้านยามที่เขาโยกคลึงบดอัดสะโพกถี่ระรัว
ตั่บ ตั่บ ตั่บ ตั่บ เสียงเนื้อช่วงล่างกระทบกันดังสนั่น น้ำเสียวจากกลีบอวบอูมกระฉอกไหลย้อย
“แฮ่ก....แฮ่ก อ่า....ซี๊ดดด โอ้ววว....ตอดดีมาก โอ้วว....ซี๊ดดดด”
จะไม่ให้เขาหอบสะท้านได้อย่างไรในเมื่อมันเป็นการสอดประสานนับครั้งไม่ถ้วนของค่ำคืนนี้
“อ๊ากกกก.....ซี๊ดดดดดด โอ้ววว....”
น้ำเสียวระเบิดใส่ร่างของเด็กสาวเต็มแรงเขากดแช่ท่อนเอ็นอยู่อย่างนั้นก่อนจะชักมันออกมา
ดวงตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวจ้องมอง เด็กสาวใต้ร่างที่งดงามไม่ต่างจากตุ๊กตากระเบื้อง ใบหน้ารูปหัวใจ ดวงตากลมโต เส้นผมสีดำขลับยาวสยายถึงกลางหลัง
“หมดหน้าที่ของเธอแล้วกลับห้องไปได้”
เด็กสาวร่างกายบอบช้ำเพราะถูกเขากระแทกกระทั้นเสียยับเยินพยายามยันกายลุกขึ้นจากเตียงด้วยหัวใจที่ปวดร้าว
“ค่ะคุณโทคิ”
เด็กสาวลุกขึ้นก่อนจะสวมเสื้อคลุมอย่าง ลนลาน ทุกคำพูดของเขาถือเป็นสิทธิ์ขาดที่ทุกคนต้องปฏิบัติตาม
แม้จะเจ็บร้าวไปทั้งร่างโดยเฉพาะตรงนั้น...กลีบสาว แต่หล่อนกัดฟันแน่นข่มความเจ็บปวดนำพาตนเองออกจากห้องนอนของเขา
หลังจากที่ปิดประตูลงร่างสาวทรุดลงกองกับพื้นทันที ความเจ็บปวดที่เป็นได้แค่เครื่องบำบัดความใคร่ของโทคิยะ อาซากาวะ เจ้าพ่อธุรกิจสีเทามันคงไม่ทรมานนักหากไม่ตกหลุมรักเขาจนหมดหัวใจ
น้ำตาที่มีมันไหลรินออกมาอย่างสุดกลั้นร่าง บอบบางของเด็กสาวสะท้อนเพราะแรงสะอื้นร่ำไห้
“ข้าวหอมเป็นไงบ้างครับ”
เสียงของเคนซึกิคนสนิทของโทคิยะดังขึ้นทำให้คนที่นั่งร่ำไห้อยู่รีบปาดน้ำตาทิ้งพร้อมกับพยายามหยัดกายขึ้น
“ข้าวหอมไม่เป็นอะไรค่ะ”
เด็กสาววัยสิบเจ็ดปีตรงหน้าสวยหวานละมุนชนิดที่สาวแดนปลาดิบเทียบไม่ติด หล่อนไม่ต่างจากตุ๊กตามันคงไม่แปลกที่โทคิยะจะเก็บหล่อนเอาไว้ข้างกายถึงสามปีเต็ม
“โอ๊ย....”
ความเจ็บปวดกลางร่างทำเอาเด็กสาวแทบทรุดลงกองกับพื้นหากไม่มีฝ่ามือของคนตรงหน้าที่ โอบกระชับเอาไว้
“ขอโทษครับ...”
เคนซึกิรีบชักมือของตนเองออกจากร่างของเด็กสาวทันที เขารู้ว่าหล่อนเป็นของรักของหวงของเจ้านาย ถึงแม้ว่าตนเองจะรู้สึกดีกับเด็กสาวก็ตามแต่ไม่เคยคิดจะล้ำเส้น
“วันนี้คุณโทคิยะอารมณ์ไม่ค่อยดีเพราะมีปัญหากับหุ้นส่วนครับ”
“ค่ะข้าวหอมพอจะรู้ว่าคุณโทคิอารมณ์ไม่ดี”
เด็กสาวรู้ดีว่าตนเองเป็นได้แค่ที่ระบายอารมณ์สำหรับเขา เซ็กซ์ในค่ำคืนนี้มันเต็มไปด้วยความดุดันไร้ความปรานี
“ข้าวหอมไปพักผ่อนเถอะครับพรุ่งนี้ต้องไปเรียนอีก”
“ขอบคุณนะคะพี่เคนซึกิ”
มันคงมีแต่เคนซึกิเท่านั้นที่ห่วงใยหล่อนหาก โทคิยะเมตตาหล่อนบ้างสักนิดคงดีไม่น้อย
เด็กสาวเดินอย่างอ่อนแรงก่อนจะหายลับเข้าไปในห้องนอนส่วนตัวในขณะที่เคนซึกิได้แต่มองตามด้วยความรู้สึกเป็นห่วงแต่มิอาจยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของเจ้านายได้
โดยที่ชายหนุ่มไม่ทันได้สังเกตุเห็นสายตาคู่หนึ่งที่จ้องมองมาที่ตนเองด้วยความปวดร้าว
เมฆขลา ภัทรเกียรติ หรือ ข้าวหอม วัย 17 ปี ใบหน้ารูปหัวใจ เส้นผมดำขลับ ดวงตาสีนิลกลมโต ผิวพรรณไม่ได้ขาวดุจไข่มุกแต่กลับนวลผ่องน่าหลงใหล ความงดงามของเด็กสาวที่ไม่ต่างจากชื่อมันบ่งบอกถึงเชื้อชาติที่แท้จริงของเด็กสาวได้อย่างดี
หล่อนเติบโตในสถานบันเทิงเริงรมณ์แห่งหนึ่งของประเทศไทย มันน่าสมเพชนักที่หล่อนเป็นผลผลิตที่ไม่รู้ต้นตอ ไม่มีแม้แต่คนเป็นแม่ที่คอยโอบกอดให้ความอบอุ่น
ร่างกายผอมบางแต่กลับมีสัดส่วนเย้ายวนตาอยู่ในชุดล่อแหลม แต่หากจะเรียกให้ถูกต้องมันคงเป็นเศษผ้าที่แทบจะห่อหุ้มเรือนกายไม่มิด
แสงไฟที่สาดส่องมามันทำให้มึนงงไม่น้อยคงเป็นเพราะอาหารที่ได้รับมันน้อยนิดจนทำให้ไร้เรี่ยวแรง
เสียงของผู้คนรอบข้างที่อื้ออึงพร้อมกับเสียงของจำนวนเม็ดเงินที่พุ่งทะยานขึ้นเรื่อยๆ ร่างของหล่อนนอนคุดคู้อย่างไม่รู้ชะตากรรมบนเวที
ได้ยินเพียงเสียงแว่วอื้ออึงของจำนวนเงินที่ผู้คนต่างพากันตะโกนแข่งเสียงดังเซ็งแซ่
หล่อนนอนกองอยู่บนเวทีไม่ต่างจากเศษขยะไร้ค่า ก่อนจะมองเห็นผู้ชายคนหนึ่งรูปร่างสูงใหญ่ ผิวขาว ดวงตารียาว เดินก้าวเข้ามาชิดใกล้และนั่นก็เป็นภาพสุดท้ายที่จำได้....ก่อนจะสิ้นสติ
ดวงตากลมโตหลับลงอย่างช้าๆ ก่อนจะลืมขึ้นเมื่อคิดถึงความหลังที่ผ่านมา ก่อนที่จะมาเป็นหล่อนในทุกวันนี้
บรรยากาศภายในรถมันมีแต่ความเงียบงันจนแทบได้ยินเสียงของลมหายใจที่สูดเข้าปอด ยานพาหนะจอดเทียบหน้าสถานศึกษาอันดับหนึ่งของเมือง รถลีมูซีนคันยาวสีดำสนิท บ่งบอกถึงฐานะที่แสนมั่งคั่งของ โทคิยะ อากาซาวะ ได้เป็นอย่างดี
“ข้าวหอมไปก่อนนะคะสวัสดีค่ะคุณโทคิ สวัสดีค่ะพี่เคนซึกิ”
มีเพียงเคนซึกิเท่านั้นที่ระบายยิ้มบางๆ ให้หล่อน ส่วนผู้ชายอีกคนที่นั่งอยู่ด้านข้างแต่เสมือนมีกำแพงสูงลิบขวางกั้นกลับนิ่งเฉยไม่แม้แต่จะปรายตามองหล่อนแม้แต่น้อย
เด็กสาวยิ้มเศร้าหมอง ก่อนจะบอกตนเองให้ชินชากับท่าทางเฉยเมยของ โทคิยะ อากาซาวะ ฝ่ามือบอบบางเปิดประตูรถก่อนจะก้าวเดินออกไป
เคนซึกิเห็นเจ้านายของตนเองเอาแต่มองเด็กสาวที่ลงจากรถไปทั้งที่ตอนนั่งอยู่เคียงข้างไม่แม้แต่จะปรายตามอง
“รออะไรอยู่ รีบไปได้แล้ว”
น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความดุดันหากเป็นคนอื่นคงกลัวลนลานหัวหด แต่สำหรับเคนซึกิแล้วเป็นเรื่องปกตินั่นเป็นเพราะคนทั้งคู่เติบโตมาด้วยกัน
“ครับคุณโทคิยะ”
“ฉันมีประชุมช่วงเช้านายอย่าลืม”
โทคิยะ อากาซาวะ วัย 35 เขาคือเจ้าพ่อธุรกิจ สีเทา บารมีของตระกูล อากาซาวะ ทำให้ไม่มีใครกล้ายื่นมือเข้ายุ่งเกี่ยว
โทคิยะ อากาซาวะ เขาเป็นหนุ่มแดนปลาดิบที่มีเครื่องหน้าหล่อเหลาลงตัวได้อย่างน่าอัศจรรย์ ผิวขาว ดวงตารียาวแต่เต็มไปด้วยอำนาจ ริมฝีปากกระด้าง จมูกโด่งเป็นสันได้รูป ทุกสิ่งล้วนทำให้เขาไม่ต่างจากเทพบุตรเดินดิน
ความร่ำรวยเต็มไปด้วยอิทธิพล แน่นอนว่าเขาใช้ผู้หญิงได้สิ้นเปลืองไม่ต่างจากเศษกระดาษชำระ แต่ทว่านั่นคือสิ่งที่เขาเคยกระทำเมื่อสองปีก่อน ก่อนที่จะได้ลิ้มรสชาติของเด็กสาวที่ตนซื้อมาบำเรอสวาท
รถลีมูซีนคันยาวที่เคลื่อนตัวออกไปจากสถานศึกษาด้วยความเร็ว แต่กระนั้นเด็กสาวก็ยังคงยืนมองจนลับสายตาไป ทำแบบนี้ทุกวันเพราะมันทำให้รู้สึกเหมือนได้ส่งเขา...โทคิยะ ไปทำงาน
“ข้าวหอมมาแล้วหรอ”
เคียวโกะ ยาชิตะ วัย 17 ปี บุตรสาวของ โทโยะ ยาชิตะ เจ้าของสถานศึกษาอันดับหนึ่งของเมืองนี้
เคียวโกะคือเพื่อนสนิทคนเดียวที่หล่อนมีเพราะที่นี่ไม่ค่อยมีใครอยากคบหากับหล่อนเพราะบารมีของโทคิยะ อาซากาวะ
เสียงของเพื่อนสาวทำให้หล่อนละสายตาหันกลับมามองเพื่อน
“จ๊ะ เพิ่งมาถึงเมื่อครู่นี้เอง”
“นี่ๆ เย็นนี้เขามีนัดบอดกันข้าวหอมสนใจไปด้วยกันไหม”
นัดบอดคือการนัดเดทจับคู่ของเด็กวัยรุ่นของแดนปลาดิบโดยเกิดจากการแนะนำของเพื่อนหรือนัดหมายจากทางอินเทอร์เน็ต
เคียวโกะมองหน้าเพื่อนสาวพร้อมกับชิงพูดขึ้นมาก่อน
“ไม่ไปหรอกจ๊ะ ฉันไปไม่ได้ ถูกไหม นี่คือสิ่งที่เธอกำลังจะบอกฉันใช่ไหมข้าวหอม”
หล่อนได้แต่ยิ้มเจือน เพราะสิ่งที่เพื่อนพูดมันคือเรื่องจริง ชีวิตของหล่อนมีแค่โรงเรียนและคฤหาสน์ตระกูลอาซากาวะ เพราะโทคิยะไม่เคยอนุญาติให้หล่อนไปไหน
