บำเรอรักซาตาน

48.0K · จบแล้ว
ผัดบวบ
21
บท
31.0K
ยอดวิว
7.0
การให้คะแนน

บทย่อ

บำเรอรักซาตานเป็นเรื่องราวของข้าวหอม และ โทคิยะ อากาซาวะ เจ้าพ่อนักธุรกิจชาวญี่ปุ่นที่บังเอิญได้พบเจอกับเด็กสาวที่กำลังถูกประมูลซื้อขายไม่ต่างจากสินค้า เพียงวินาทีแรกพบสบตามันทำให้เขาตัดสินใจคว้าตัวหล่อนมาทันที แต่เขาก็ปากแข็งมากเหลือเกินที่จะบอกว่าทุกสิ่งที่ทำไปนั้นเพราะความรักแรกพบไม่ใช่เพราะบำเรอสวาท “อย่า...ได้โปรดอย่าทำข้าวหอม” หล่อนเจ็บปวดไม่น้อยเมื่อคิดว่าฝ่ามือคู่นี้ที่กำลังปรนเปรอกายตนมันเพิ่งโอบกอดผู้หญิงอื่น เขาตรึงมือของหล่อนทั้งสองข้างกดเอาไว้จนมันแทบจมหายไปกับเตียง “เธอเป็นของฉัน ฉันจะทำยังไงกับเธอก็ได้ ข้าวหอม...” เขาจ้องมองหล่อนด้วยสายตาว่างเปล่าหัวใจสาวแหลกละเอียดไม่เหลือชิ้นดี ก่อนที่เขาจะพูดประโยคถัดมาที่มันยิ่งตอกย้ำความเจ็บปวด “ฉันไม่สนใจว่าเธอจะคิดอย่างไร เพราะเธอคือของฉัน ของฉันคนเดียว เป็นตุ๊กตาของฉัน” แววตาคมกริบไหววูบแต่เพียงแว่บเดียวเท่านั้นก่อนจะถูกฉาบทับด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความหิวกระหายเฉกเช่นทุกค่ำคืน “ปล่อยข้าวหอม ไปเถอะนะคะ ถ้า...ถ้าคุณโทคิ เบื่อข้าวหอมแล้ว”

นิยายปัจจุบันนิยายรักโรแมนติก

บทที่ 1 นางบำเรอ

“อ๊า....อ๊ะ คุณโทคิ อ๊ะ....เจ็บค่ะ อ๊ะ ข้าวหอมเจ็บ อ๊า....”

ท่อนเนื้อที่มีขนาดใหญ่ยาวถึงเก้านิ้วมันบุกทะลวงเข้าใส่ร่องกลีบที่แสนฟิตและคับแคบไม่ยั้ง

เสียงร้องของเด็กสาวไม่ได้ทำให้เขาผ่อนจังหวะกระแทกกระทั้นแม้แต่น้อยมิหน่ำซ้ำยังเพิ่มแรงอัดกระหน่ำมากกว่าเดิม มีเพียงเสียงหอบสะท้านยามที่เขาโยกคลึงบดอัดสะโพกถี่ระรัว

ตั่บ ตั่บ ตั่บ ตั่บ เสียงเนื้อช่วงล่างกระทบกันดังสนั่น น้ำเสียวจากกลีบอวบอูมกระฉอกไหลย้อย

“แฮ่ก....แฮ่ก อ่า....ซี๊ดดด โอ้ววว....ตอดดีมาก โอ้วว....ซี๊ดดดด”

จะไม่ให้เขาหอบสะท้านได้อย่างไรในเมื่อมันเป็นการสอดประสานนับครั้งไม่ถ้วนของค่ำคืนนี้

“อ๊ากกกก.....ซี๊ดดดดดด โอ้ววว....”

น้ำเสียวระเบิดใส่ร่างของเด็กสาวเต็มแรงเขากดแช่ท่อนเอ็นอยู่อย่างนั้นก่อนจะชักมันออกมา

ดวงตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวจ้องมอง เด็กสาวใต้ร่างที่งดงามไม่ต่างจากตุ๊กตากระเบื้อง ใบหน้ารูปหัวใจ ดวงตากลมโต เส้นผมสีดำขลับยาวสยายถึงกลางหลัง

“หมดหน้าที่ของเธอแล้วกลับห้องไปได้”

เด็กสาวร่างกายบอบช้ำเพราะถูกเขากระแทกกระทั้นเสียยับเยินพยายามยันกายลุกขึ้นจากเตียงด้วยหัวใจที่ปวดร้าว

“ค่ะคุณโทคิ”

เด็กสาวลุกขึ้นก่อนจะสวมเสื้อคลุมอย่าง ลนลาน ทุกคำพูดของเขาถือเป็นสิทธิ์ขาดที่ทุกคนต้องปฏิบัติตาม

แม้จะเจ็บร้าวไปทั้งร่างโดยเฉพาะตรงนั้น...กลีบสาว แต่หล่อนกัดฟันแน่นข่มความเจ็บปวดนำพาตนเองออกจากห้องนอนของเขา

หลังจากที่ปิดประตูลงร่างสาวทรุดลงกองกับพื้นทันที ความเจ็บปวดที่เป็นได้แค่เครื่องบำบัดความใคร่ของโทคิยะ อาซากาวะ เจ้าพ่อธุรกิจสีเทามันคงไม่ทรมานนักหากไม่ตกหลุมรักเขาจนหมดหัวใจ

น้ำตาที่มีมันไหลรินออกมาอย่างสุดกลั้นร่าง บอบบางของเด็กสาวสะท้อนเพราะแรงสะอื้นร่ำไห้

“ข้าวหอมเป็นไงบ้างครับ”

เสียงของเคนซึกิคนสนิทของโทคิยะดังขึ้นทำให้คนที่นั่งร่ำไห้อยู่รีบปาดน้ำตาทิ้งพร้อมกับพยายามหยัดกายขึ้น

“ข้าวหอมไม่เป็นอะไรค่ะ”

เด็กสาววัยสิบเจ็ดปีตรงหน้าสวยหวานละมุนชนิดที่สาวแดนปลาดิบเทียบไม่ติด หล่อนไม่ต่างจากตุ๊กตามันคงไม่แปลกที่โทคิยะจะเก็บหล่อนเอาไว้ข้างกายถึงสามปีเต็ม

“โอ๊ย....”

ความเจ็บปวดกลางร่างทำเอาเด็กสาวแทบทรุดลงกองกับพื้นหากไม่มีฝ่ามือของคนตรงหน้าที่ โอบกระชับเอาไว้

“ขอโทษครับ...”

เคนซึกิรีบชักมือของตนเองออกจากร่างของเด็กสาวทันที เขารู้ว่าหล่อนเป็นของรักของหวงของเจ้านาย ถึงแม้ว่าตนเองจะรู้สึกดีกับเด็กสาวก็ตามแต่ไม่เคยคิดจะล้ำเส้น

“วันนี้คุณโทคิยะอารมณ์ไม่ค่อยดีเพราะมีปัญหากับหุ้นส่วนครับ”

“ค่ะข้าวหอมพอจะรู้ว่าคุณโทคิอารมณ์ไม่ดี”

เด็กสาวรู้ดีว่าตนเองเป็นได้แค่ที่ระบายอารมณ์สำหรับเขา เซ็กซ์ในค่ำคืนนี้มันเต็มไปด้วยความดุดันไร้ความปรานี

“ข้าวหอมไปพักผ่อนเถอะครับพรุ่งนี้ต้องไปเรียนอีก”

“ขอบคุณนะคะพี่เคนซึกิ”

มันคงมีแต่เคนซึกิเท่านั้นที่ห่วงใยหล่อนหาก โทคิยะเมตตาหล่อนบ้างสักนิดคงดีไม่น้อย

เด็กสาวเดินอย่างอ่อนแรงก่อนจะหายลับเข้าไปในห้องนอนส่วนตัวในขณะที่เคนซึกิได้แต่มองตามด้วยความรู้สึกเป็นห่วงแต่มิอาจยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของเจ้านายได้

โดยที่ชายหนุ่มไม่ทันได้สังเกตุเห็นสายตาคู่หนึ่งที่จ้องมองมาที่ตนเองด้วยความปวดร้าว

เมฆขลา ภัทรเกียรติ หรือ ข้าวหอม วัย 17 ปี ใบหน้ารูปหัวใจ เส้นผมดำขลับ ดวงตาสีนิลกลมโต ผิวพรรณไม่ได้ขาวดุจไข่มุกแต่กลับนวลผ่องน่าหลงใหล ความงดงามของเด็กสาวที่ไม่ต่างจากชื่อมันบ่งบอกถึงเชื้อชาติที่แท้จริงของเด็กสาวได้อย่างดี

หล่อนเติบโตในสถานบันเทิงเริงรมณ์แห่งหนึ่งของประเทศไทย มันน่าสมเพชนักที่หล่อนเป็นผลผลิตที่ไม่รู้ต้นตอ ไม่มีแม้แต่คนเป็นแม่ที่คอยโอบกอดให้ความอบอุ่น

ร่างกายผอมบางแต่กลับมีสัดส่วนเย้ายวนตาอยู่ในชุดล่อแหลม แต่หากจะเรียกให้ถูกต้องมันคงเป็นเศษผ้าที่แทบจะห่อหุ้มเรือนกายไม่มิด

แสงไฟที่สาดส่องมามันทำให้มึนงงไม่น้อยคงเป็นเพราะอาหารที่ได้รับมันน้อยนิดจนทำให้ไร้เรี่ยวแรง

เสียงของผู้คนรอบข้างที่อื้ออึงพร้อมกับเสียงของจำนวนเม็ดเงินที่พุ่งทะยานขึ้นเรื่อยๆ ร่างของหล่อนนอนคุดคู้อย่างไม่รู้ชะตากรรมบนเวที

ได้ยินเพียงเสียงแว่วอื้ออึงของจำนวนเงินที่ผู้คนต่างพากันตะโกนแข่งเสียงดังเซ็งแซ่

หล่อนนอนกองอยู่บนเวทีไม่ต่างจากเศษขยะไร้ค่า ก่อนจะมองเห็นผู้ชายคนหนึ่งรูปร่างสูงใหญ่ ผิวขาว ดวงตารียาว เดินก้าวเข้ามาชิดใกล้และนั่นก็เป็นภาพสุดท้ายที่จำได้....ก่อนจะสิ้นสติ

ดวงตากลมโตหลับลงอย่างช้าๆ ก่อนจะลืมขึ้นเมื่อคิดถึงความหลังที่ผ่านมา ก่อนที่จะมาเป็นหล่อนในทุกวันนี้

บรรยากาศภายในรถมันมีแต่ความเงียบงันจนแทบได้ยินเสียงของลมหายใจที่สูดเข้าปอด ยานพาหนะจอดเทียบหน้าสถานศึกษาอันดับหนึ่งของเมือง รถลีมูซีนคันยาวสีดำสนิท บ่งบอกถึงฐานะที่แสนมั่งคั่งของ โทคิยะ อากาซาวะ ได้เป็นอย่างดี

“ข้าวหอมไปก่อนนะคะสวัสดีค่ะคุณโทคิ สวัสดีค่ะพี่เคนซึกิ”

มีเพียงเคนซึกิเท่านั้นที่ระบายยิ้มบางๆ ให้หล่อน ส่วนผู้ชายอีกคนที่นั่งอยู่ด้านข้างแต่เสมือนมีกำแพงสูงลิบขวางกั้นกลับนิ่งเฉยไม่แม้แต่จะปรายตามองหล่อนแม้แต่น้อย

เด็กสาวยิ้มเศร้าหมอง ก่อนจะบอกตนเองให้ชินชากับท่าทางเฉยเมยของ โทคิยะ อากาซาวะ ฝ่ามือบอบบางเปิดประตูรถก่อนจะก้าวเดินออกไป

เคนซึกิเห็นเจ้านายของตนเองเอาแต่มองเด็กสาวที่ลงจากรถไปทั้งที่ตอนนั่งอยู่เคียงข้างไม่แม้แต่จะปรายตามอง

“รออะไรอยู่ รีบไปได้แล้ว”

น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความดุดันหากเป็นคนอื่นคงกลัวลนลานหัวหด แต่สำหรับเคนซึกิแล้วเป็นเรื่องปกตินั่นเป็นเพราะคนทั้งคู่เติบโตมาด้วยกัน

“ครับคุณโทคิยะ”

“ฉันมีประชุมช่วงเช้านายอย่าลืม”

โทคิยะ อากาซาวะ วัย 35 เขาคือเจ้าพ่อธุรกิจ สีเทา บารมีของตระกูล อากาซาวะ ทำให้ไม่มีใครกล้ายื่นมือเข้ายุ่งเกี่ยว

โทคิยะ อากาซาวะ เขาเป็นหนุ่มแดนปลาดิบที่มีเครื่องหน้าหล่อเหลาลงตัวได้อย่างน่าอัศจรรย์ ผิวขาว ดวงตารียาวแต่เต็มไปด้วยอำนาจ ริมฝีปากกระด้าง จมูกโด่งเป็นสันได้รูป ทุกสิ่งล้วนทำให้เขาไม่ต่างจากเทพบุตรเดินดิน

ความร่ำรวยเต็มไปด้วยอิทธิพล แน่นอนว่าเขาใช้ผู้หญิงได้สิ้นเปลืองไม่ต่างจากเศษกระดาษชำระ แต่ทว่านั่นคือสิ่งที่เขาเคยกระทำเมื่อสองปีก่อน ก่อนที่จะได้ลิ้มรสชาติของเด็กสาวที่ตนซื้อมาบำเรอสวาท

รถลีมูซีนคันยาวที่เคลื่อนตัวออกไปจากสถานศึกษาด้วยความเร็ว แต่กระนั้นเด็กสาวก็ยังคงยืนมองจนลับสายตาไป ทำแบบนี้ทุกวันเพราะมันทำให้รู้สึกเหมือนได้ส่งเขา...โทคิยะ ไปทำงาน

“ข้าวหอมมาแล้วหรอ”

เคียวโกะ ยาชิตะ วัย 17 ปี บุตรสาวของ โทโยะ ยาชิตะ เจ้าของสถานศึกษาอันดับหนึ่งของเมืองนี้

เคียวโกะคือเพื่อนสนิทคนเดียวที่หล่อนมีเพราะที่นี่ไม่ค่อยมีใครอยากคบหากับหล่อนเพราะบารมีของโทคิยะ อาซากาวะ

เสียงของเพื่อนสาวทำให้หล่อนละสายตาหันกลับมามองเพื่อน

“จ๊ะ เพิ่งมาถึงเมื่อครู่นี้เอง”

“นี่ๆ เย็นนี้เขามีนัดบอดกันข้าวหอมสนใจไปด้วยกันไหม”

นัดบอดคือการนัดเดทจับคู่ของเด็กวัยรุ่นของแดนปลาดิบโดยเกิดจากการแนะนำของเพื่อนหรือนัดหมายจากทางอินเทอร์เน็ต

เคียวโกะมองหน้าเพื่อนสาวพร้อมกับชิงพูดขึ้นมาก่อน

“ไม่ไปหรอกจ๊ะ ฉันไปไม่ได้ ถูกไหม นี่คือสิ่งที่เธอกำลังจะบอกฉันใช่ไหมข้าวหอม”

หล่อนได้แต่ยิ้มเจือน เพราะสิ่งที่เพื่อนพูดมันคือเรื่องจริง ชีวิตของหล่อนมีแค่โรงเรียนและคฤหาสน์ตระกูลอาซากาวะ เพราะโทคิยะไม่เคยอนุญาติให้หล่อนไปไหน