บทที่ 6 เศรษฐีใหม่ป้ายแดง กับการค้าขายไร้ต้นทุน
ยามอิ๋น (03.00-04.59 น.) ท้องฟ้ายังคงมืดมิดและปกคลุมไปด้วยหมอกหนาจัด ซูเจียวเจียวและซูต้าหลินเดินฝ่าความหนาวเหน็บออกจากกระท่อมร้างท้ายหมู่บ้าน
ทว่า ในเงามืดหลังต้นไม้ใหญ่ไม่ไกลนัก มีสายตาคู่หนึ่งกำลังจับจ้องพวกเขาอยู่... 'จางซื่อ' ป้าสะใภ้ใหญ่จอมหน้าด้านแห่งตระกูลซูที่ถูกแม่เฒ่าซูส่งมาซุ่มดูลาดเลานั่นเอง
"หึ! เดินตัวเปล่าเลื่อนลอยออกจากหมู่บ้านตั้งแต่ไก่ยังไม่โห่ สงสัยคงกะจะหนีภาษีรายหัวล่ะสิไอ้พวกบ้านรองเอ๊ย..." จางซื่อแค่นหัวเราะในลำคอ ก่อนจะรีบหมุนตัวกลับไปรายงานความดีความชอบให้แม่เฒ่าซูและลุงใหญ่ฟัง เพื่อเตรียมพาเจ้าหน้าที่ทางการมาจับผิดให้ถึงที่!
หารู้ไม่ว่า สองพ่อลูกที่เดิน 'ตัวเปล่า' นั้น แท้จริงแล้วกำลังแบกขุมทรัพย์มูลค่ามหาศาลเอาไว้ที่ข้อมือ!
...
ใช้เวลาเดินเท้าเกือบหนึ่งชั่วยาม (2 ชั่วโมง) ทั้งสองก็มาถึงหน้าประตูเมือง 'ชิงสุ่ย' ทหารยามที่เฝ้าประตูมองดูสองพ่อลูกในชุดปะชุนมอซอที่ไม่มีแม้แต่ห่อสัมภาระ ก็โบกมือไล่ให้เข้าไปอย่างรำคาญใจโดยไม่แม้แต่จะขอตรวจค้น
เมื่อเข้ามาในเมือง ซูเจียวเจียวก็ดึงแขนบิดาให้เลี้ยวเข้าไปในตรอกแคบๆ ที่ลับตาคน
"เจียวเจียว... เราจะเอาของออกมาเลยไหม?" ซูต้าหลินกระซิบถามด้วยความตื่นเต้น
"ยังเจ้าค่ะหมูป่าตัวใหญ่เกินไป ขืนเอาออกมาเดินลากกลางถนนคงเป็นที่สะดุดตา" เจียวเจียวตอบอย่างใจเย็น "เราจะไปขาย 'ของชิ้นเล็ก' กันก่อนเจ้าค่ะ"
เด็กสาวแตะที่รอยสักรูปใบไม้ 'ดึงเห็ดหลินจือแดงทั้งสองดอกออกมา!'
วูบ!
เห็ดหลินจือแดงขนาดเท่าฝ่ามือสองดอกที่ยังคงความสดใหม่และส่งกลิ่นหอมกรุ่น ปรากฏขึ้นในมือของซูเจียวเจียวทันที เธอหยิบผ้าเช็ดหน้าเก่าๆ ของบิดามาห่อมันไว้อย่างมิดชิด ก่อนจะพากันเดินตรงไปยังถนนสายหลักที่ตั้งของร้านขายยาที่ใหญ่ที่สุดในเมือง... 'โรงหมอไป๋เฉ่า'
แม้จะเพิ่งเช้าตรู่ แต่โรงหมอไป๋เฉ่าก็เปิดประตูรับลูกค้าแล้ว หลงจู๊วัยกลางคนร่างผอมสูงกำลังยืนดีดลูกคิดอยู่หลังโต๊ะไม้ตัวยาวหน้าร้าน เมื่อเห็นซูต้าหลินและซูเจียวเจียวในสภาพซอมซ่อก้าวเข้ามา เขาก็ขมวดคิ้วด้วยความรังเกียจทันที
"ไปๆ! ร้านเราไม่มีเศษอาหารแจกขอทานหรอกนะ ไปชิ่วๆ!" หลงจู๊โบกมือไล่ราวกับไล่แมลงวัน
ซูต้าหลินหน้าเสีย ก้มหน้าลงด้วยความประหม่าตามประสาชาวนาที่ไม่กล้ามีเรื่องกับคนในเมือง แต่ซูเจียวเจียวกลับหัวเราะเบาๆ ก้าวขึ้นมายืนบังหน้าบิดาพลางวางห่อผ้าลงบนโต๊ะไม้ตรงหน้า
"ดวงตาของท่านหลงจู๊คงจะฝ้าฟางไปแล้วกระมัง ถึงมองลูกค้าที่นำ 'สมบัติ' มาเสนอขาย เป็นขอทานไปได้" น้ำเสียงของเด็กสาวเรียบนิ่งแต่แฝงไปด้วยพลังอำนาจบางอย่างที่ทำให้หลงจู๊ชะงักไป
"สมบัติ? หึ! ชาวนาบ้านนอกอย่างพวกเจ้าจะมีสมบัติอะไร!" หลงจู๊แค่นเสียง แต่ดวงตาที่เป็นประกายด้วยความอยากรู้อยากเห็นก็ทรยศคำพูดตัวเอง
เจียวเจียวไม่พูดพร่ำทำเพลง เธอค่อยๆ เปิดห่อผ้าออก เผยให้เห็นเห็ดหลินจือแดงภูเขาทั้งสองดอกที่เปล่งประกายเงางาม กลิ่นหอมสมุนไพรเข้มข้นลอยเตะจมูกทันที
หลงจู๊เบิกตากว้างจนแทบถลนออกจากเบ้า เขาเป็นคนจับยามาทั้งชีวิต ทำไมจะดูไม่ออกว่านี่คือของล้ำค่า! แต่ด้วยสัญชาตญาณพ่อค้าหน้าเลือด เขาจึงรีบปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉย แสร้งทำเป็นหยิบเห็ดขึ้นมาพลิกดูด้วยท่าทีเหยียดๆ
"อืม... ก็แค่เห็ดหลินจือแดงธรรมดาๆ อายุไม่กี่ปี แถมเก็บมาไม่ระวังจนช้ำอีกต่างหาก... เอาล่ะ เห็นแก่ความพยายามที่อุตส่าห์แบกมา ข้าจะรับซื้อไว้ในราคา 'หนึ่งตำลึงเงิน' ก็แล้วกัน!"
หนึ่งตำลึงเงิน! ซูต้าหลินเบิกตากว้างด้วยความดีใจ แค่หนึ่งตำลึงก็ตั้งหนึ่งพันอีแปะแล้ว พอจ่ายภาษีสบายๆ! เขากำลังจะอ้าปากตกลง แต่ถูกมือเล็กๆ ของเจียวเจียวดึงแขนเสื้อไว้แน่น
หึ! คิดจะกดราคาผู้จัดการซูงั้นหรือ? อ่อนหัดไปร้อยปี!
ซูเจียวเจียวดึงห่อผ้ากลับมาทันที รอยยิ้มเย็นชาปรากฏบนใบหน้า
"เห็ดหลินจือแดงภูเขาแท้ อายุไม่ต่ำกว่าห้าสิบปี สังเกตได้จากวงแหวนที่สม่ำเสมอบนหมวกเห็ด และความหนาแน่นของสปอร์ที่ยังสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์เพราะเพิ่งเก็บมาไม่ถึงสามชั่วยาม... ของล้ำค่าระดับที่นำไปเป็นของกำนัลให้จวนเจ้านายในเมืองหลวงได้สบายๆ แต่ท่านหลงจู๊กลับตีราคาให้แค่ 'หนึ่งตำลึง'?"
หลงจู๊หน้าถอดสี เหงื่อเริ่มซึมที่หางตา เด็กบ้านนอกคนนี้ไปเอาความรู้พวกนี้มาจากไหน!
"ท่านพ่อ... ดูเหมือนโรงหมอไป๋เฉ่าจะไม่มีเงินทุนมากพอจะรับซื้อสมบัติชิ้นนี้เสียแล้ว พวกเราข้ามถนนไปขายให้ 'โรงหมอหุยชุน' ฝั่งตรงข้ามกันเถอะเจ้าค่ะ ได้ข่าวว่าเถ้าแก่ที่นั่นตาถึงและใจป้ำกว่าเยอะ" เจียวเจียวพูดเสียงดังฟังชัด ก่อนจะหันหลังเตรียมเดินออกจากร้าน
"ช้าก่อนแม่นางน้อย!"
ก่อนที่หลงจู๊จะทันได้รั้งตัว เสียงทุ้มต่ำและทรงพลังของชายชราผมขาวผู้หนึ่งก็ดังขึ้นจากหลังร้าน ชายชราก้าวออกมาในชุดคลุมสีเทาเรียบง่าย แต่รัศมีความน่าเกรงขามกลับแผ่ซ่านจนหลงจู๊ต้องรีบก้มหัวตัวสั่น
"ท่านหมอเทวดาไป๋..." หลงจู๊รีบหลบทาง
ชายชราผู้เป็นเจ้าของโรงหมอเดินตรงมาที่เจียวเจียว ดวงตาฝ้าฟางเพ่งมองหลินจือแดงในมือของเด็กสาว ก่อนจะสั่นสะท้านด้วยความตื่นเต้น
"ของดี! ของดีจริงๆ! แม่นางน้อยพูดถูกทุกประการ นี่คือหลินจือแดงอายุห้าสิบปีที่สมบูรณ์ที่สุดเท่าที่ข้าเคยเห็นมา!" ชายชราหันไปตวาดหลงจู๊
"ไอ้สวะตาบอด! ของล้ำค่าระดับนี้ เจ้ากล้าตีราคาหนึ่งตำลึงได้อย่างไร! ไสหัวไปล้างคอกม้าหลังร้านเดี๋ยวนี้!"
หลงจู๊หน้าซีดเผือด รีบวิ่งหนีหายไปหลังร้านทันที
เถ้าแก่ไป๋หันกลับมายิ้มแย้มให้สองพ่อลูก
"ต้องขออภัยที่คนของข้าเสียมารยาท แม่นางน้อยช่างมีความรู้แตกฉานนัก... ข้าขอรับซื้อเห็ดสองดอกนี้ในราคา 'ยี่สิบห้าตำลึงเงิน' (25,000 อีแปะ) ท่านทั้งสองพอใจหรือไม่?"
"ยี่สิบห้าตำลึง!" ซูต้าหลินอุทานลั่นจนแทบจะเป็นลม ขาอ่อนจนต้องเกาะขอบโต๊ะไม้ไว้
ซูเจียวเจียวลอบยิ้มในใจ ราคานี้สูงกว่าที่ระบบประเมินไว้เสียอีก ถือว่าเถ้าแก่คนนี้มีความจริงใจ
"ตกลงเจ้าค่ะ" เจียวเจียวยิ้มรับ
เพียงพริบตาเดียว ก้อนเงินแท่งขาวๆ น้ำหนักยี่สิบห้าตำลึงก็ถูกส่งมอบใส่มือของซูต้าหลิน ชายร่างใหญ่มือสั่นเทา เขาไม่เคยจับเงินก้อนใหญ่ขนาดนี้มาก่อนในชีวิต!
"ไปเถอะเจ้าค่ะท่านพ่อ เรายังมี 'ของชิ้นใหญ่' ต้องไปส่งอีก" เจียวเจียวกระซิบ
สองพ่อลูกเดินออกจากโรงหมอไป๋เฉ่าด้วยความรู้สึกเหมือนล่องลอยอยู่บนสวรรค์ เป้าหมายต่อไปของพวกเขาคือเหลาอาหารที่ใหญ่ที่สุดในเมือง 'ภัตตาคารจินเหลียน'
เมื่อไปถึงตรอกแคบๆ หลังครัวของภัตตาคาร เจียวเจียวก็ให้บิดาไปยืนดูลาดเลา เมื่อเห็นว่าไม่มีใครผ่านไปมา เธอก็แตะข้อมืออีกครั้ง
'ดึงซากหมูป่าเขี้ยวตันออกมา!'
ตึงงงงง!!
ร่างยักษ์ของหมูป่าหนักสามร้อยชั่งร่วงหล่นลงมาบนพื้นดิน เสียงดังสนั่นจนซูต้าหลินยังแอบสะดุ้ง
จากนั้น ซูต้าหลินก็รับหน้าที่เดินไปเคาะประตูหลังครัว เรียกเถ้าแก่ร้านอาหารมาดู ทันทีที่เถ้าแก่เห็นหมูป่าเขี้ยวตันที่เพิ่งตายใหม่ๆ เนื้อยังสดและเลือดอุ่นๆ เขาก็ดีใจจนแทบเนื้อเต้น เนื้อสัตว์ป่าหายากเช่นนี้ นำไปทำอาหารขึ้นโต๊ะให้เศรษฐีในเมืองได้กำไรมหาศาล!
หลังจากการเจรจาต่อรองแบบเขี้ยวลากดินของซูเจียวเจียวที่ทำเอาเถ้าแก่ร้านอาหารต้องปาดเหงื่อ หมูป่าตัวนี้ก็ถูกขายไปในราคา 'สิบสองตำลึงเงิน' กับอีก 'ห้าร้อยอีแปะ'!
รวมรายได้เช้าวันนี้: สามสิบเจ็ดตำลึงเงิน กับอีกห้าร้อยอีแปะ! (37,500 อีแปะ)
...
ภารกิจ [ถังทองใบแรกของครอบครัว] สำเร็จลุล่วงอย่างงดงาม ระบบแจ้งเตือนการปลดล็อก 'กระท่อมครัววิเศษ' และมอบ 'เมล็ดข้าวสาลีกลายพันธุ์' เข้าสู่คลังทันที!
"รวยแล้ว... เจียวเจียว พ่อไม่ได้ฝันไปใช่ไหม ครอบครัวเรารวยแล้ว!" ซูต้าหลินน้ำตาคลอเบ้า กอดก้อนเงินในอกเสื้อแน่น
"นี่แค่เริ่มต้นเจ้าค่ะท่านพ่อ" เจียวเจียวยิ้มกว้าง
"แต่ตอนนี้เราต้องรีบแล้ว! ท่านรีบไปเหมาซาลาเปาเนื้อร้อนๆ ข้าวสาร และเนื้อหมูสักสองชั่ง โยนเข้ามิติไปให้ท่านแม่เลยเจ้าค่ะ ส่วนเงินที่เหลือฝากไว้ในช่องเก็บของ เราต้องรีบกลับหมู่บ้านให้ทันก่อนที่พวกปลิงดูดเลือดจะมาเคาะประตู!"
สองพ่อลูกจัดการซื้อเสบียงชุดใหญ่ โยนเข้าช่องเก็บของล่องหนจนหมด แล้วสับเท้าวิ่งตัวเปล่ากลับไปยังหมู่บ้านด้วยความเร็วแสง!
...
ปัง! ปัง! ปัง!
"เปิดประตูเดี๋ยวนี้ไอ้พวกบ้านรอง! เจ้าหน้าที่ทางการมาเก็บภาษีแล้ว! ถ้าไม่มีสองร้อยอีแปะมาจ่าย ก็เตรียมตัวถูกจับกุมไปเป็นทาสหลวงได้เลย!"
เสียงกระแทกประตูและเสียงตะโกนอย่างย่ามใจของ 'ซูต้าหลง' (ลุงใหญ่) ดังลั่นอยู่หน้ากระท่อมร้างท้ายหมู่บ้าน โดยมีแม่เฒ่าซู จางซื่อป้าสะใภ้ใหญ่ และเจ้าหน้าที่ทางการหน้าโหดอีกสองคนยืนคุมเชิงอยู่
"ฮ่าๆๆ! ข้าล่ะอยากเห็นหน้าตอนที่พวกมันถูกล่ามโซ่จริงๆ เมื่อเช้ามืดจางซื่อบอกว่าเห็นต้าหลินกับนังเจียวเจียวเดินตัวเปล่าออกจากบ้าน ท่าทางจะหนีตายจนสติฟั่นเฟือนไปแล้วกระมัง" แม่เฒ่าซูหัวเราะเยาะอย่างสะใจ
เจ้าหน้าที่ทางการหมดความอดทน เขายกเท้าขึ้นถีบประตูไม้ผุๆ จนพังครืนลงมา!
"พวกหลบเลี่ยงภาษี! จับตัวพวกมันมัดไว้ซะ!"
เจ้าหน้าที่ตะโกนก้องและพุ่งตัวเข้าไปในกระท่อม พร้อมกับรอยยิ้มแสยะของพวกบ้านใหญ่ที่รอคอยความพินาศของครอบครัวบ้านรอง...
ทว่า ภาพที่ปรากฏแก่สายตาของทุกคนในกระท่อม กลับทำให้รอยยิ้มของพวกบ้านใหญ่แข็งค้าง และดวงตาเบิกกว้างราวกับเห็นผี!
