บันทึกสร้างตัว สร้างฐานทัพลับฉบับบ้านรอง

44.0K · อัพเดทล่าสุด
Phooto
20
บท
546
ยอดวิว
9.0
การให้คะแนน

บทย่อ

สลัดทิ้งจวนใจดำ แล้วนำครอบครัวสายรองพลิกชะตา ด้วยความทรงจำอดีตชาติและ 'มิติฐานทัพลับ' สุดโกงที่แชร์กันใช้ได้ทั้งบ้าน!

นิยายจีนโบราณพลิกชีวิตนางเอกเก่งระบบจีนโบราณนิยายย้อนยุคคนธรรมดาสัมพันธ์ครอบครัวพึ่งพาตัวเอง

บทที่ 1 ความทรงจำที่หวนคืน

​ปัง!

​"นังเด็กไร้ประโยชน์! แค่ซักผ้าแค่นี้ก็ชักช้า ยังมีหน้ามาขอข้าวเพิ่มอีกงั้นรึ! ไปตายซะ!"

​เสียงตวาดแหลมสูงดังทะลุแก้วหู ตามด้วยแรงผลักมหาศาลที่กระแทกเข้าที่ไหล่ ร่างผอมบางของเด็กสาววัยสิบห้าปีลอยคว้าง ก่อนที่ศีรษะจะฟาดเข้ากับขอบบ่อหินอย่างจัง...

​ติ๊ด... ติ๊ด...

​ในห้วงสติที่กำลังเลือนราง ซูเจียวเจียวไม่ได้เห็นยมบาล แต่เธอกลับเห็น... หน้าจอคอมพิวเตอร์?

​'ผู้จัดการซูคะ ยอดขายไตรมาสนี้ทะลุเป้าแล้วค่ะ!'

'ซูเจียวเจียว เธอคือพนักงานที่แข็งแกร่งที่สุดในแผนกของเรา!'

'เจียวเจียว... อย่าหักโหมนักเลย พักผ่อนบ้าง...'

​ภาพความทรงจำนับไม่ถ้วนไหลบ่าเข้ามาในหัวราวกับเขื่อนแตก ใช่แล้ว... เธอคือ ซูเจียวเจียว ผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อวัยสามสิบปี ผู้ไต่เต้าจากเด็กกำพร้าจนกลายเป็นสาวแกร่งแห่งวงการธุรกิจ ที่ทำงานหนักจนวูบคาโต๊ะประชุม!

​แต่ในขณะเดียวกัน ความทรงจำอีกสายหนึ่งก็ตีคู่ขึ้นมา... เด็กสาวที่ชื่อซูเจียวเจียวเหมือนกัน แต่วิถีชีวิตช่างต่างกันราวฟ้ากับเหว เกิดในแคว้นต้าฉู่ เป็นบุตรสาวคนโตของบ้านรองตระกูลซู เป็นกระสอบทรายให้ท่านย่าด่าทอ เป็นทาสรับใช้ให้ป้าสะใภ้ใหญ่สับโขก และเป็นคนที่เพิ่งถูกผลักจนหัวฟาดพื้นเพราะไปขอข้าวต้มเพิ่มให้ครอบครัว!

​"ปวดหัวชะมัด..."

​ซูเจียวเจียวครางออกมาเบาๆ พลางพยายามลืมตาขึ้น สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือกลิ่นเหม็นอับของฟางแห้ง และความแข็งกระด้างของแผ่นไม้ที่รองรับแผ่นหลัง

​"เจียวเจียว! ลูกฟื้นแล้ว! สวรรค์เมตตา... สวรรค์เมตตาจริงๆ!"

​เสียงแหบพร่าที่เต็มไปด้วยความสะอื้นไห้ดังขึ้นข้างเตียง เมื่อเจียวเจียวหันไปมอง เธอเห็นหญิงสาวรูปร่างผอมโซ ใบหน้าซีดเซียวแต่ยังคงเค้าความงดงาม สวมเสื้อผ้าที่ปะชุนจนแทบหาเนื้อผ้าเดิมไม่เจอ หญิงคนนั้นกำลังกุมมือเธอไว้แน่น น้ำตาอาบสองแก้ม

​'หลินหว่าน... ท่านแม่'

​ชื่อและสถานะผุดขึ้นมาในหัวโดยอัตโนมัติ ความรู้สึกผูกพันและปวดหนึบในอกที่เกิดขึ้น มันไม่ใช่ความรู้สึกของคนแปลกหน้าที่มาสวมร่าง แต่มันคือความรักที่หยั่งรากลึกของ 'ตัวเธอเอง'

​เจียวเจียวกวาดสายตามองไปรอบๆ ห้อง... ไม่สิ เรียกว่า 'เพิงหมาแหงน' น่าจะเหมาะกว่า หลังคามีรูโหว่จนแสงแดดลอดเข้ามาได้ มุมห้องมีเด็กชายตัวเล็กจิ๋วนอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนบางที่ขาดวิ่น ใบหน้าเล็กๆ นั้นแดงก่ำ ลมหายใจหอบถี่

​'ซูหมิง... น้องชายวัยแปดขวบของข้า'

​สมองที่เคยจัดการโปรเจกต์ระดับร้อยล้านเริ่มทำการประเมินสถานการณ์ทันที

สถานะทางการเงิน: ล้มละลาย

สภาพแวดล้อม: ติดลบ

ทรัพยากรบุคคล: แม่ที่อ่อนแอ น้องชายที่ป่วยหนัก และตัวเธอที่หัวแตก

สาเหตุของปัญหา: ระบบการปกครองแบบกงสีที่มี CEO (ท่านย่า) ลำเอียง และมีปลิงดูดเลือด (ครอบครัวลุงใหญ่) คอยสูบกินผลกำไร

​"ท่านแม่... หมิงเอ๋อร์ไข้ขึ้นสูงมาก" เจียวเจียวเอ่ยปาก เสียงของเธอแหบแห้ง แต่กลับนิ่งสงบจนหลินหว่านชะงักไป ปกติแล้วลูกสาวคนโตของเธอเป็นคนขี้กลัวและเอาแต่ร้องไห้เมื่อเจอเรื่องร้ายแรง

​"แม่รู้... แม่ให้พ่อของเจ้าไปกราบกรานขอเงินท่านย่าเพื่อตามหมอแล้ว แต่..." หลินหว่านสะอื้นหนักขึ้น

"แต่ป้าสะใภ้ใหญ่บอกว่า... เงินกงสีต้องเก็บไว้ให้ลุงใหญ่ของเจ้าสอบจอหงวน ไม่มีเศษอีแปะมารักษาตัวไร้ประโยชน์หรอก"

​หึ... ตัวไร้ประโยชน์งั้นหรือ? ดวงตาของซูเจียวเจียวหรี่ลง ประกายความเด็ดขาดแบบผู้จัดการสาวที่เคยฟาดฟันกับลูกค้างี่เง่าปรากฏขึ้นในแววตา ชาติที่แล้วเธอตายเพราะทำงานหนักให้คนอื่น ชาตินี้เธอได้โอกาสมีชีวิตใหม่ มีครอบครัวที่รักเธอจริงๆ แล้วเธอจะยอมให้พวกเห็บหมัดพวกนี้มากดหัวครอบครัวเธอจนตายอย่างนั้นหรือ?

​ไม่มีทาง! ฝันไปเถอะ!

​แอ๊ด...

​ประตูไม้ผุๆ ถูกผลักเข้ามา ชายร่างใหญ่กำยำเดินก้มหน้าเข้ามาในห้อง เขามีผิวสีทองแดงจากการกรำแดดทำไร่ไถนา แต่ตอนนี้บนใบหน้าซื่อๆ นั้นกลับมีรอยฟกช้ำขนาดใหญ่ที่โหนกแก้ม

​"ท่านพี่..." หลินหว่านรีบถลาเข้าไปหา

"ท่านย่าล่ะเจ้าคะ? ท่านย่ายอมให้เงินมารักษาหมิงเอ๋อร์หรือไม่? แล้วรอยช้ำนี่..."

​ซูต้าหลิน บิดาของซูเจียวเจียว ทรุดตัวลงนั่งคุกเข่ากับพื้นดิน สองมือหนาที่หยาบกร้านปิดหน้าตัวเองไว้ ก่อนจะปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อายใคร

​"ข้ามันไร้น้ำยา... ท่านแม่บอกว่าถ้าข้ายังดื้อด้านจะเอาเงินไปตามหมอ ก็ให้ข้าไสหัวออกจากตระกูลไปซะ... พี่ใหญ่ยังเตะข้าออกมา แล้วบอกว่าหมิงเอ๋อร์ป่วยก็แค่ปล่อยให้ตายไป จะได้ลดปากท้องลงไปหนึ่งปาก..."

​หลินหว่านได้ยินดังนั้นก็เข่าอ่อน ร่วงลงไปกองกับพื้น ครอบครัวสามคน (ที่ตื่นอยู่) ตกอยู่ในความสิ้นหวังอันมืดมิด กฎของยุคสมัยนี้ 'ความกตัญญู' ค้ำคออยู่ หากบิดามารดาไม่มอบให้ บุตรก็ห้ามเรียกร้อง หากแยกบ้านโดยพลการ จะถูกชาวบ้านประณามว่าอกตัญญูจนไม่มีที่ยืน

​แต่สำหรับซูเจียวเจียว... กฎบ้าบอพวกนั้น มันมีไว้แหก!

​เด็กสาวค่อยๆ พยุงตัวลุกขึ้นนั่งพิงผนัง แม้จะเวียนหัวนิดหน่อย แต่สติสัมปชัญญะของเธอกลับเฉียบคมยิ่งกว่าครั้งไหนๆ เธอจ้องมองบิดาที่เอาแต่ร้องไห้โทษตัวเองด้วยสายตาที่เย็นเยียบ

​"ท่านพ่อ"

​น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่ทรงพลังของลูกสาว ทำให้ซูต้าหลินเงยหน้าขึ้นมามองอย่างงุนงง

​"ท่านรักความกตัญญูที่มีต่อท่านย่า... มากกว่าชีวิตของลูกเมียตัวเองงั้นหรือเจ้าคะ?"

​"เจียวเจียว! เจ้าพูดอะไรน่ะ!" หลินหว่านตกใจจนหน้าซีด

​"ข้าพูดความจริง!" เจียวเจียวไม่หลบสายตา

"ท่านพ่อทำงานหนักที่สุดในบ้าน เป็นวัวเป็นม้าให้ตระกูลซูมาค่อนชีวิต แต่ผลคืออะไร? ข้าโดนผลักจนหัวแตกแทบตาย น้องชายกำลังจะตายเพราะไม่มีเงินหาหมอ ท่านแม่กินแต่น้ำต้มรำข้าว... ถ้าท่านยังยอมทนอยู่แบบนี้ พรุ่งนี้ท่านเตรียมขุดหลุมฝังศพพวกเราสามคนแม่ลูกได้เลย!"

​คำพูดที่ราวกับมีดกรีดลงกลางใจ ทำให้ซูต้าหลินเบิกตากว้าง ตัวสั่นสะท้าน เขามองดูลูกสาวที่หัวแตกเลือดเกรอะกรัง มองดูภรรยาที่ผอมจนหนังหุ้มกระดูก และมองดูลูกชายที่ลมหายใจรวยริน

​นั่นสิ... เขากตัญญูมาทั้งชีวิต แล้วชีวิตลูกเมียของเขาล่ะ?

​"ท่านพ่อ..." ซูเจียวเจียวยื่นมือที่ผอมแห้งไปจับมือที่หยาบกร้านของบิดา บีบมันเบาๆ แต่หนักแน่น

​"แยกบ้านเถอะเจ้าค่ะ ตัดขาดจากตระกูลนี้ซะ ก่อนที่เราจะถูกพวกเขาสูบเลือดสูบเนื้อจนไม่เหลือแม้แต่กระดูก... ออกไปตายดาบหน้า ยังดีกว่าถูกทรมานให้ตายคาบ้านหลังนี้!"

​ดวงตาของซูต้าหลินที่เคยยอมคนมาตลอด เริ่มสั่นไหว ก่อนที่ความโกรธแค้นและความเจ็บปวดจะควบแน่นกลายเป็นความเด็ดขาดอย่างที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อนในชีวิตชายวัยสามสิบห้าปีคนนี้

​เขาปาดน้ำตาลวกๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง หมัดทั้งสองข้างกำแน่น

​"ได้... พ่อจะไปทวงชีวิตของพวกเจ้าคืนมา... วันนี้เราจะแยกบ้าน!"