บทที่ 5 ปฏิบัติการปล้นภูเขายามวิกาล
แสงจันทร์เสี้ยวสาดส่องลงมากระทบยอดเขาสูงตระหง่านที่ตั้งตระหง่านอยู่ด้านหลังหมู่บ้าน ชาวบ้านต่างเรียกขานมันว่า 'เขาพยัคฆ์ทมิฬ' สถานที่ที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยของป่า แต่ก็ชุกชุมไปด้วยสัตว์ร้าย หมาป่า และงูพิษ ปกติแล้วแม้แต่พรานป่าที่เก่งกาจที่สุด ยังไม่กล้าเหยียบย่างเข้าไปในยามวิกาล
แต่คืนนี้... กฎเหล่านั้นกำลังจะถูกแหกโดยครอบครัวบ้านรอง!
ภายในมิติฐานทัพลับ ซูเจียวเจียวกำลังยืนเอามือไพล่หลัง ทำหน้าขรึมราวกับแม่ทัพใหญ่ที่กำลังบรีฟแผนการรบให้ลูกน้องฟัง เบื้องหน้าของเธอคือซูต้าหลินที่เพิ่งดื่มน้ำพุวิเศษไปอีกสองอึกจนพละกำลังเต็มเปี่ยม กล้ามเนื้อที่เคยลีบแบนจากการขาดสารอาหารเริ่มกลับมาตึงกระชับ
"ฟังนะเจ้าคะท่านพ่อ" เจียวเจียวเริ่มอธิบายแผนการ
"หน้าที่ของท่านคือการเป็น 'แนวหน้า' ท่านแค่ออกไปจากมิติ เดินหาของป่าที่มีค่า ไม่ว่าจะเป็นสมุนไพร เห็ดป่า หรือรังนก เจออะไรจับโยนเข้า 'ช่องเก็บของ' ที่ข้อมือให้หมด!"
"แล้วลูกกับแม่ล่ะ?" ซูต้าหลินถามด้วยความตื่นเต้นผสมประหม่า
"ข้ากับท่านแม่จะเป็น 'หน่วยสนับสนุน' อยู่ในมิตินี้เจ้าค่ะ" เจียวเจียวชี้ไปที่กล่องไม้ใบใหญ่ที่เพิ่งสานเสร็จหมาดๆ "ทันทีที่ท่านพ่อส่งของเข้ามา ของจะมาโผล่ในกล่องนี้ ข้ากับท่านแม่จะทำการคัดแยกและทำความสะอาดรอไว้เลย... อ้อ! แล้วถ้าท่านพ่อเจอสัตว์ร้าย ห้ามสู้เด็ดขาด! ให้รีบตั้งจิตแล้ววาร์ปหนีกลับเข้ามาในมิติทันที เข้าใจไหมเจ้าคะ?"
"เข้าใจแล้ว! พ่อจะกวาดสมบัติบนภูเขานั่นมาให้หมดเลย!" ซูต้าหลินทุบอกตัวเองดังปึก ความกลัวภูเขาพยัคฆ์ทมิฬมลายหายไปจนสิ้น เมื่อมีมิติวิเศษเป็นที่หลบภัย เขาก็เปรียบเสมือนมีป้ายทองอาญาสิทธิ์คุ้มครองชีวิต!
"รักษาตัวด้วยนะเจ้าคะท่านพี่" หลินหว่านเอื้อมมือไปจัดเสื้อผ้าให้สามีด้วยความเป็นห่วง
ซูต้าหลินพยักหน้า ก่อนจะหลับตาลงตั้งจิต เพียงพริบตาเดียว ร่างของชายร่างใหญ่ก็หายวับไปจากมิติ
...
ฟุ่บ!
ซูต้าหลินปรากฏตัวขึ้นที่ตีนเขาพยัคฆ์ทมิฬ อากาศยามดึกเย็นเยียบจนควันออกปาก เสียงหมาป่าหอนแว่วมาจากยอดเขาทำเอาขนลุกซู่ แต่ความปรารถนาที่จะหาเงินสองร้อยอีแปะมาช่วยลูกเมียนั้นมีมากกว่า เขากระชับท่อนไม้ไผ่ที่เตรียมมาในมือแน่น แล้วเริ่มเดินฝ่าความมืดขึ้นไปบนเขา
เพียงไม่ถึงเค่อ (15 นาที) สายตาที่คุ้นเคยกับการหาของป่าของเขาก็สะดุดเข้ากับพุ่มไม้เตี้ยๆ
"นั่นมัน... มันเทศป่า! หัวใหญ่ซะด้วย!"
ซูต้าหลินรีบใช้ไม้ขุดดินอย่างรวดเร็ว เมื่อได้มันเทศป่าหัวอวบอ้วนมา เขาก็แตะไปที่รอยสักรูปใบไม้ที่ข้อมือ 'ฝากเข้าคลัง!'
[ติ๊ง! มันเทศป่าปนเปื้อนดิน x3 ถูกจัดเก็บลงคลังส่วนกลาง]
ทางด้านในมิติ...
ปุ๊บ! ปุ๊บ! ปุ๊บ!
มันเทศป่าสามหัวร่วงหล่นลงมาในกล่องไม้ตรงหน้าซูเจียวเจียวและหลินหว่านอย่างแม่นยำ
"ว้าย! มาจริงๆ ด้วย" หลินหว่านตื่นเต้นจนตาเป็นประกาย รีบหยิบมันเทศไปล้างที่ริมลำธารเล็กๆ ในมิติทันที "มันเทศหัวใหญ่ขนาดนี้ เอาไปต้มน้ำขิงให้หมิงเอ๋อร์กินคงดีไม่น้อย"
ซูเจียวเจียวยิ้มกว้าง ระบบนี้มันทำงานได้ไร้รอยต่อจริงๆ การ 'ฟาร์มของ' แบบนี้คือความฝันของเกมเมอร์ชัดๆ!
ในขณะที่สองแม่ลูกกำลังคัดแยกมันเทศและเห็ดป่าธรรมดาๆ ที่ซูต้าหลินส่งเข้ามาเรื่อยๆ จู่ๆ การส่งของก็หยุดชะงักไป
...
ตัดกลับมาที่โลกภายนอก
ซูต้าหลินกำลังยืนตัวแข็งทื่ออยู่หลังโขดหินขนาดใหญ่ ห่างออกไปไม่ถึงสิบก้าว คือต้นสนโบราณที่ยืนต้นตาย และที่โคนต้นสนนั้น... มี 'เห็ดหลินจือแดง' ขนาดเท่าฝ่ามือสองดอกกำลังบานสะพรั่งส่งกลิ่นหอมสมุนไพรจางๆ!
เห็ดหลินจือป่า! แถมยังเป็นหลินจือแดงที่หายากสุดๆ! ซูต้าหลินใจเต้นระรัว แค่สองดอกนี้ อย่างต่ำๆ ก็ขายได้ดอกละสองตำลึงเงิน (สองพันอีแปะ) แล้ว! ปัญหาเรื่องภาษีรายหัวจะถูกแก้ทิ้งไปในพริบตา!
แต่ทว่า... อุปสรรคชิ้นใหญ่ก็ขวางอยู่ตรงหน้าเช่นกัน
ใต้โคนต้นสนนั้น มีร่างทะมึนของ 'หมูป่าเขี้ยวตัน' ขนาดเกือบสามร้อยชั่ง (ราวๆ 150 กิโลกรัม) กำลังนอนกรนเสียงดังสนั่น ขวางทางไปเก็บเห็ดหลินจืออยู่อย่างพอดิบพอดี!
ซูต้าหลินกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ถ้าเป็นเมื่อก่อน เขาคงหันหลังวิ่งหนีกลับบ้านไปแล้ว หมูป่าตัวใหญ่ขนาดนี้ พุ่งชนทีเดียวไส้แตกแน่นอน แต่เมื่อนึกถึงใบหน้าเย้ยหยันของพี่ใหญ่ และเงินภาษีที่ต้องจ่ายพรุ่งนี้เช้า...
เอาวะ! สู้โว้ย!
ซูต้าหลินล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อ แต่ก็พบว่าตัวเองไม่ได้พกมีดหรืออาวุธหนักๆ มาเลย เขารีบแตะรอยสักที่ข้อมือแล้วตั้งจิตสื่อสารเข้าไปในคลังส่วนกลาง หวังว่าลูกสาวที่ฉลาดหลักแหลมจะเข้าใจเจตนาของเขา
(เจียวเจียว! พ่อต้องการของหนักๆ! อาวุธอะไรก็ได้! ด่วนที่สุด!) ภายในมิติ...
เจียวเจียวที่กำลังล้างเห็ดอยู่ จู่ๆ ก็สัมผัสได้ถึงความร้อนรนผ่านรอยสัก เธอเปิดหน้าต่างระบบดู ก็เห็นข้อความขอเบิก 'อาวุธหนัก' จากบิดา
"ท่านพ่อต้องเจอสัตว์ใหญ่แน่ๆ!" เจียวเจียวหน้าตื่น หันซ้ายหันขวา ในมิตินี้ไม่มีดาบหรือหอกเลย เธอจะเอาอะไรส่งให้พ่อดี?
สายตาของอดีตผู้จัดการสาวสะดุดเข้ากับ 'ก้อนหินบดยา' ทรงกลมก้อนมหึมา (น้ำหนักเกือบสิบกิโลกรัม) ที่ตั้งอยู่ข้างบ่อน้ำพุ ซึ่งแถมมาตอนที่มิติเปิดใช้งาน เธอไม่รอช้า พุ่งเข้าไปแตะมันทันที
'ฝากก้อนหินบดยาเข้าคลัง!'
...
โลกภายนอก
ซูต้าหลินที่กำลังหลบอยู่หลังโขดหิน สัมผัสได้ถึงน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นในช่องเก็บของ เขาฉีกยิ้มกว้าง ลูกสาวของเขารู้ใจจริงๆ!
ชายร่างใหญ่สูดลมหายใจเข้าลึก ค่อยๆ ย่องเข้าไปใกล้หมูป่าที่กำลังหลับสนิท กะระยะให้แม่นยำที่สุด เมื่ออยู่ห่างเพียงสามก้าว หมูป่าก็หูผึ่ง มันลืมตาโพลงขึ้นมาและส่งเสียงคำรามขู่ ฟืดดด! เตรียมจะพุ่งชนผู้บุกรุก!
ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตาย แทนที่ซูต้าหลินจะเงื้อไม้ตี เขากลับยื่นมือขวาออกไปข้างหน้า แล้วตะโกนก้องในใจ
'ดึงของออกจากคลัง!!'
วูบบบ! โครมมมม!!!
ก้อนหินบดยาน้ำหนักสิบกิโลกรัม ปรากฏขึ้นกลางอากาศจากความว่างเปล่า และร่วงหล่นลงมากระแทกเข้ากลางแสกหน้าของหมูป่าที่กำลังพุ่งตัวเข้ามาพอดีด้วยแรงโน้มถ่วงแบบเต็มที่!
เอ๋งงง! หมูป่าร่างยักษ์ร้องลั่นได้คำเดียว ก่อนจะล้มตึงตาเหลือก ขาทั้งสี่ชี้ฟ้า สลบเหมือดไปในพริบตา!
"ฮ่าๆๆๆ! สำเร็จ!" ซูต้าหลินหัวเราะร่า นี่มันวิชาลอบสังหารที่โกงที่สุดในปฐพีชัดๆ! ไม่ต้องออกแรงฟันให้เปลืองแรง แค่เสกหินหล่นใส่หัวก็จบเรื่อง!
เมื่อแน่ใจว่าสัตว์ร้ายสิ้นฤทธิ์ ซูต้าหลินก็รีบพุ่งเข้าไปเด็ดเห็ดหลินจือแดงทั้งสองดอกอย่างระมัดระวัง จัดการโยนมันเข้าคลังเก็บของไปพร้อมกับซากหมูป่าหนักสามร้อยชั่ง (เนื่องจากมันตายแล้ว ระบบจึงอนุญาตให้เก็บได้)
จากนั้น เขาก็รีบตั้งจิต วาร์ปตัวเองกลับเข้าสู่มิติฐานทัพลับทันที!
...
ตุ้บ!
ร่างของซูต้าหลินปรากฏขึ้นกลางมิติ พร้อมกับเสียงร้องกรี๊ดของหลินหว่านที่ตกใจกับ 'ซากหมูป่ายักษ์' ที่เพิ่งโผล่ทะลุมิติมาหล่นดังตึงอยู่กลางสนามหญ้า!
"ท่านพี่! น... นี่มันอะไรกันเจ้าคะ!" หลินหว่านชี้ไปที่หมูป่า ปากคอสั่น
"อาหารเย็นของพวกเรา และแหล่งเงินก้อนใหญ่ยังไงล่ะ!" ซูต้าหลินยืดอกอย่างภาคภูมิใจ ก่อนจะแบมือโชว์เห็ดหลินจือแดงล้ำค่าให้ลูกสาวดู
"เจียวเจียว ดูนี่สิ! พ่อได้มันมาด้วย!"
ซูเจียวเจียวเบิกตากว้าง วิ่งเข้ามารับเห็ดหลินจือไปดูใกล้ๆ ผิวของมันเป็นเงางาม กลิ่นหอมฟุ้ง นี่คือของชั้นยอดที่เหลาหมอในเมืองต้องแย่งกันซื้อแน่นอน!
[ติ๊ง! ตรวจพบวัตถุดิบระดับหายาก: เห็ดหลินจือแดงภูเขา (อายุ 50 ปี)]
[ตรวจพบวัตถุดิบเนื้อสัตว์: ซากหมูป่าเขี้ยวตัน]
[ประเมินมูลค่ารวม: ประมาณ 15 ตำลึงเงิน!]
"สิบห้าตำลึงเงิน! (15,000 อีแปะ)" เจียวเจียวอุทานลั่น นี่มันมากกว่าสองร้อยอีแปะที่ทางการต้องการตั้งหลายสิบเท่า! ภารกิจ 'ถังทองใบแรก' ของครอบครัวสำเร็จเกินเป้าไปไกลลิบ!
ครอบครัวบ้านรองกระโดดกอดกันกลมด้วยความดีใจจนน้ำตาไหล ในที่สุดพวกเขาก็ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกจับไปเป็นทาสหลวง และไม่ต้องทนหิวอีกต่อไปแล้ว!
ทว่า... รอยยิ้มของอดีตผู้จัดการสาวก็ค่อยๆ หุบลง เมื่อเธอนึกถึงปัญหาข้อต่อไปในโลกแห่งความเป็นจริง
"ท่านพ่อ ท่านแม่... ของพวกนี้มีค่ามหาศาลก็จริง แต่ปัญหาคือ... ตอนนี้เพิ่งจะยามโฉ่ว (ตี 2) ประตูเมืองยังไม่เปิด แล้วพรุ่งนี้เช้าตรู่ พวกเจ้าหน้าที่เก็บภาษีก็จะมาถึงหมู่บ้านเราแล้ว..."
เจียวเจียวหรี่ตาลง ใช้ความคิดอย่างหนัก
"ถ้าเราเอาเห็ดหลินจือหรือหมูป่าออกมาขายให้คนในหมู่บ้าน พวกบ้านใหญ่ต้องรู้ข่าวและแห่มาปล้นเราแน่ๆ... เราต้องหาวิธีเอาของพวกนี้เข้าไป 'แปลงเป็นเงิน' ในเมืองให้ได้ ก่อนที่พระอาทิตย์จะขึ้น และต้องทำโดยไม่ให้พวกตระกูลซูรู้ตัวเด็ดขาด!"
ซูต้าหลินและหลินหว่านหน้าเสียขึ้นมาทันที นั่นสิ... มีสมบัติอยู่ในมือ แต่ถ้าเปลี่ยนเป็นเงินไม่ทันเวลา ก็ไร้ค่าอยู่ดี แถมการจะขนหมูป่าตัวใหญ่ขนาดนี้เข้าเมืองโดยไม่มีใครเห็น มันเป็นไปไม่ได้เลย!
"เจียวเจียว... แล้วเราจะทำยังไงกันดีลูก?" หลินหว่านถามด้วยน้ำเสียงกังวล
ซูเจียวเจียวยกยิ้มมุมปาก ประกายความเจ้าเล่ห์ดุจจิ้งจอกน้อยฉายชัดในดวงตา เธอเหลือบมองรอยสักรูปใบไม้ที่ข้อมือ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงมั่นใจ
"ไม่ต้องขนให้เหนื่อยหรอกเจ้าค่ะท่านแม่... ในเมื่อเรามี 'ช่องเก็บของล่องหน' อยู่กับตัว... พรุ่งนี้เช้ามืด ข้ากับท่านพ่อจะเดิน 'ตัวเปล่า' เข้าเมืองไปปล้นเงินเถ้าแก่ร้านยาด้วยกันเจ้าค่ะ!"
