บทที่ 4 ปฏิบัติการตอกหน้าบัณฑิตจอมปลอม
"ท่านพ่อ ท่านแม่... ท่านดูแลหมิงเอ๋อร์อยู่ในมิตินี้เถิดเจ้าค่ะ ที่นี่ปลอดภัยที่สุดแล้ว"
ซูเจียวเจียวเอ่ยด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะหลับตาลงแล้วตั้งจิตนึกถึงโลกภายนอก เพียงชั่วพริบตาเดียว ร่างของเด็กสาวก็วับหายไปจากมิติฐานทัพลับ ทิ้งให้บิดามารดามองตามด้วยความทึ่งปนเป็นห่วง
ฟึ่บ!
เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง ซูเจียวเจียวก็กลับมายืนอยู่กลางกระท่อมผุพังท้ายหมู่บ้าน บรรยากาศหนาวเหน็บและกลิ่นฝุ่นคละคลุ้งตีเข้าจมูกทันที ช่างแตกต่างจากความอบอุ่นในมิติราวฟ้ากับเหว
ปัง! ปัง! ปัง!
"เปิดประตู! ข้าบอกให้เปิดประตู! นังเด็กเหลือขอ!"
เสียงทุบประตูไม้ผุๆ ยังคงดังอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับเสียงหอบแฮ่กๆ ของซูต้าหลง ลุงใหญ่จอมขี้เกียจที่ไม่เคยต้องออกแรงทำอะไรนอกจากจับพู่กัน
ซูเจียวเจียวปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าเล็กน้อย ก่อนจะเดินไปที่ประตู เธอกะจังหวะที่ลุงใหญ่กำลังง้างมือทุบอีกครั้ง แล้ว... กระชากประตูปิดออกอย่างแรง!
"โอ๊ะ!"
ซูต้าหลงที่ทิ้งน้ำหนักตัวโถมเข้ามาทุบประตู ถึงกับเสียหลักหน้าคะมำพุ่งหลาวเข้ามาในกระท่อม ร่างอ้วนท้วนที่สวมชุดผ้าแพรอย่างดีคลุกฝุ่นล้มกลิ้งไม่เป็นท่า เสียงร้องโอดครวญดังขึ้นอย่างน่าสมเพช
"อุ๊ยตาย! ท่านลุงใหญ่ เหตุใดจึงรีบร้อนจนต้องคลานเข่าเข้ามาทักทายหลานสาวเช่นนี้เล่าเจ้าคะ? ธรรมเนียมบัณฑิตเขาทำกันแบบนี้หรือ?" ซูเจียวเจียวกอดอก เอียงคอถามด้วยน้ำเสียงใสซื่อ แต่แววตาเยาะเย้ยอย่างเห็นได้ชัด
ซูต้าหลงตะเกียกตะกายลุกขึ้นยืน ปัดฝุ่นออกจากชุดราคาแพงด้วยความหงุดหงิด ใบหน้าอูมๆ แดงก่ำด้วยความโกรธจัด เขาชี้หน้าหลานสาว
"นังเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม! อย่ามาเล่นลิ้นกับข้า! ส่งปิ่นไม้ของแม่เจ้าคืนมาเดี๋ยวนี้! ท่านแม่เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าปิ่นเน่าๆ นั่นทำมาจากไม้หนานมู่ (ไม้หอมราคาแพง) ซึ่งเป็นสมบัติของกงสี พวกแกที่ถูกไล่ออกจากตระกูลไปแล้ว ไม่มีสิทธิ์เอาสมบัติของตระกูลซูติดตัวไปแม้แต่ชิ้นเดียว!"
ซูเจียวเจียวเลิกคิ้วขึ้น ไม้หนานมู่? สมบัติกงสี? ช่างกล้าพูด! ความทรงจำของร่างเดิมบอกชัดเจนว่า ปิ่นไม้นั้นเป็นของดูต่างหน้าชิ้นเดียวที่ยายของเธอทิ้งไว้ให้มารดา ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับตระกูลซูเลยแม้แต่นิดเดียว! พวกหน้าเลือดบ้านใหญ่เห็นว่าบ้านรองออกไปตัวเปล่า คงกลัวว่าจะมีของมีค่าซุกซ่อนอยู่ ถึงได้หาข้ออ้างตามมารีดไถถึงที่
"ท่านลุงใหญ่ล้อเล่นแล้วกระมัง" เจียวเจียวหัวเราะเบาๆ
"ปิ่นไม้ผุๆ ที่มารดาข้าใช้ปักผมมาสิบปี ท่านกลับมองว่าเป็นไม้หนานมู่ล้ำค่า? สายตาของบัณฑิตผู้เตรียมสอบจอหงวนช่าง... กว้างไกลเสียจริงนะเจ้าคะ"
"หุบปาก! ข้าขี้เกียจต่อล้อต่อเถียงกับเด็กอย่างเจ้า ส่งมันมาเดี๋ยวนี้!" ซูต้าหลงก้าวสามขุมเข้ามาหา หวังจะใช้กำลังแย่งชิง
ทว่า ซูเจียวเจียวกลับไม่ถอยหนี เธอเพียงแค่ยกมือขึ้นกอดอก แล้วลอบใช้ความคิด... 'ฝากปิ่นไม้เข้าคลังส่วนกลาง!'
ในพริบตานั้น ปิ่นไม้ที่ถูกเหน็บอยู่ตรงสายคาดเอวของเธอก็สลายกลายเป็นละอองแสงเล็กๆ พุ่งเข้าไปในรอยสักรูปใบไม้ที่ข้อมืออย่างเงียบเชียบ ในขณะเดียวกัน ซูต้าหลินและหลินหว่านที่อยู่ในมิติ ก็เห็นปิ่นไม้ร่วงหล่นลงมาในกล่องเก็บของตรงหน้าพอดี
"อยากได้ก็เข้ามาค้นดูสิเจ้าคะ" เจียวเจียวกางแขนออกอย่างท้าทาย
"แต่ข้าขอเตือนท่านไว้ก่อนนะเจ้าคะ..."
เด็กสาวก้าวเข้าไปประชิดตัวลุงใหญ่ ดวงตากลมโตหรี่ลงเปล่งประกายอันตราย น้ำเสียงที่เคยใสซื่อเปลี่ยนเป็นเยียบเย็นจนคนฟังขนลุกซู่
"ตอนนี้เป็นยามวิกาล ท่านลุงใหญ่บุกรุกเข้ามาในกระท่อมที่มีเพียงหลานสาววัยดรุณีอยู่เพียงลำพัง ซ้ำยังพยายามจะ 'ค้นตัว' ข้า... หากข้ากรีดร้องขึ้นมาสักคำ ท่านคิดว่าชาวบ้านที่เพิ่งเห็นพวกท่านไล่พวกเราออกจากบ้านเมื่อตอนเย็น จะคิดอย่างไร?"
ซูต้าหลงชะงักกึก มือที่อ้วนท้วนค้างอยู่กลางอากาศ เหงื่อเย็นๆ เริ่มซึมตามไรผม
"ท่านลุงใหญ่เป็นถึงความหวังของตระกูลซู เตรียมตัวสอบซิ่วไฉในปีหน้า... หากมีข่าวลือแพร่งพรายออกไปว่า ท่านบีบคั้นน้องชายจนต้องแยกบ้าน ซ้ำยังบุกมาลวนลามปล้นทรัพย์หลานสาวตัวเองกลางดึก... ท่านคิดว่าท่านนายอำเภอจะยังให้ท่านเข้าสอบอยู่อีกหรือเจ้าคะ? หรือบางที... อาจจะได้เข้าไปนั่งในคุกแทนห้องสอบกันแน่?"
คำขู่ที่แทงใจดำอย่างแม่นยำของอดีตผู้จัดการสาว ทำเอาซูต้าหลงหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ ชื่อเสียงและหน้าตาคือสิ่งที่บัณฑิตยุคนี้หวงแหนยิ่งกว่าชีวิต หากมีคดีความติดตัว อนาคตขุนนางของเขาย่อมจบสิ้น!
"เจ้า... เจ้ากล้าขู่ข้าเรอะ! นังเด็กปีศาจ!" ซูต้าหลงชี้หน้าเจียวเจียว ปากคอสั่น
"ข้าแค่พูดความจริงเจ้าค่ะ" เจียวเจียวยิ้มกริ่ม ก่อนจะแบมือทั้งสองข้างให้ดู
"และที่สำคัญ พวกเราเดินออกจากบ้านมาด้วยตัวเปล่า ท่านย่าและท่านเป็นคนตรวจค้นพวกเราเองกับมือ ปิ่นไม้บ้าบออะไรนั่น พวกเราไม่มีหรอกเจ้าค่ะ"
ซูต้าหลงกวาดสายตามองไปรอบๆ กระท่อมที่ว่างเปล่า ไม่มีร่องรอยของน้องชายและน้องสะใภ้ มีเพียงเด็กสาวตรงหน้าที่ดูร้ายกาจผิดปกติ เขาเริ่มรู้สึกว่าตัวเองประเมินบ้านรองต่ำเกินไป
"ฝากไว้ก่อนเถอะ! พรุ่งนี้รอดูเถอะว่าพวกแกจะทำปากดีได้อีกนานแค่ไหน!"
ซูต้าหลงกัดฟันกรอด สะบัดแขนเสื้ออย่างหัวเสีย เตรียมจะหมุนตัวกลับ แต่ก่อนไป เขากลับทิ้งระเบิดลูกใหญ่เอาไว้
"พรุ่งนี้เป็นวันเก็บ 'ภาษีรายหัว' ของหมู่บ้าน! ในเมื่อพวกแกแยกบ้านออกไปแล้ว ก็ต้องจ่ายภาษีในส่วนของพวกแกเองคนละห้าสิบอีแปะ สี่คนก็สองร้อยอีแปะ! หึ... ไม่มีข้าวมื้อค่ำตกถึงท้อง แถมพรุ่งนี้ยังต้องหาเงินมาจ่ายภาษี ถ้าไม่มีจ่าย พวกแกก็เตรียมตัวโดนทางการจับไปเป็นทาสหลวงได้เลย!"
พูดจบ ซูต้าหลงก็เดินกระทืบเท้าจากไปพร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ย ทิ้งให้ซูเจียวเจียวยืนอยู่ท่ามกลางความเงียบงัน
รอยยิ้มบนใบหน้าของเด็กสาวค่อยๆ เลือนหายไป คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน
ภาษีรายหัว? สองร้อยอีแปะภายในพรุ่งนี้เช้างั้นหรือ?
เจียวเจียวแค่นหัวเราะในลำคอ พวกบ้านใหญ่ช่างคำนวณได้เก่งกาจนัก ไล่พวกเขาออกมาตัวเปล่าในวันก่อนเก็บภาษี เพื่อกะจะให้พวกเขาจนตรอกและต้องคลานกลับไปกราบเท้าขอความช่วยเหลือสินะ
"คิดว่าเงินสองร้อยอีแปะ จะบีบให้ผู้จัดการซูคนนี้จนมุมได้งั้นหรือ? ฝันไปเถอะ!"
เด็กสาวพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะตั้งจิตแล้ววาร์ปกลับเข้าไปในมิติฐานทัพลับอีกครั้ง
ทันทีที่เท้าแตะพื้นหญ้านุ่มๆ ในมิติ ซูต้าหลินและหลินหว่านก็รีบวิ่งเข้ามาหาด้วยความร้อนรน ในมือของหลินหว่านมีปิ่นไม้ที่เพิ่งโผล่มาในกล่องเก็บของเมื่อครู่นี้
"เจียวเจียว! ลูกปลอดภัยดีใช่ไหม พี่ใหญ่ทำอะไรลูกหรือไม่?" ซูต้าหลินจับไหล่ลูกสาวหมุนซ้ายหมุนขวาเพื่อตรวจดูบาดแผล
"ข้าไม่เป็นไรเจ้าค่ะท่านพ่อ ลุงใหญ่ถูกข้าขู่จนวิ่งหางจุกตูดกลับไปแล้ว" เจียวเจียวยิ้มกว้างให้บิดามารดาสบายใจ ก่อนจะมองไปที่ปิ่นไม้
"ของวิเศษชิ้นนี้ใช้งานได้ผลจริงๆ เจ้าค่ะ แค่ข้านึก มันก็ส่งของเข้ามาเก็บในนี้ได้ทันที!"
ทุกคนในครอบครัวต่างถอนหายใจด้วยความโล่งอก ทว่า สีหน้าของเจียวเจียวกลับจริงจังขึ้น
"แต่ว่า... เรามีปัญหาใหม่ที่ต้องจัดการให้เร็วที่สุดเจ้าค่ะท่านพ่อ ท่านแม่ พรุ่งนี้เช้าทางการจะมาเก็บภาษีรายหัว ครอบครัวเราต้องหาเงินสองร้อยอีแปะมาจ่ายให้ทัน ไม่อย่างนั้นพวกเราอาจจะโดนจับไปเป็นทาส"
"สองร้อยอีแปะ!" ซูต้าหลินและหลินหว่านอุทานพร้อมกัน หน้าซีดเผือด สำหรับชาวนาที่หาเงินได้แค่วันละไม่กี่อีแปะ เงินสองร้อยอีแปะภายในข้ามคืนคือเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย!
ในขณะที่ทุกคนกำลังตื่นตระหนกและสิ้นหวังอยู่นั้นเอง...
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนใสกังวานดังขึ้นในหัวของเจียวเจียว พร้อมกับหน้าต่างระบบสีทองที่เด้งขึ้นมาตรงหน้าของคนทั้งครอบครัว!
[ภารกิจฉุกเฉิน: ถังทองใบแรกของครอบครัว!]
[รายละเอียด: ใช้วัตถุดิบในมิติหรือหาของป่า นำไปแลกเปลี่ยนเป็นเงินให้ได้ 200 อีแปะ ภายใน 12 ชั่วยาม (24 ชม.)]
[รางวัลเมื่อสำเร็จ: ปลดล็อก 'กระท่อมครัววิเศษ' และ เมล็ดพันธุ์ข้าวสาลีกลายพันธุ์ x1 ถุง]
[บทลงโทษเมื่อล้มเหลว: ปิดการใช้งานมิติฐานทัพลับเป็นเวลา 7 วัน]
ซูเจียวเจียวเบิกตากว้าง ดวงตาคู่สวยทอประกายนักสู้ขึ้นมาทันที
"ท่านพ่อ... ท่านเคยบอกว่า บนยอดเขาด้านหลังหมู่บ้าน มีของป่าหายากที่ชาวบ้านไม่กล้าขึ้นไปเก็บเพราะกลัวสัตว์ร้ายใช่หรือไม่เจ้าคะ?" เจียวเจียวหันไปถามบิดา รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปาก
ซูต้าหลินพยักหน้าอย่างงุนงง
"ใช่ พ่อเคยเห็นรอยเท้าหมูป่าและมีสมุนไพรเยอะแยะ แต่ไม่มีใครกล้าขึ้นไปตอนกลางคืนหรอก มันอันตรายเกินไป"
"นั่นสำหรับคนทั่วไปเจ้าค่ะ..." เด็กสาวชูข้อมือที่มีรอยสักรูปใบไม้ขึ้นมา
"แต่สำหรับพวกเราที่มี 'ช่องเก็บของล่องหน' และมิติที่ใช้หนีตายได้ตลอดเวลา... คืนนี้ ภูเขาลูกนั้นคือคลังสมบัติของพวกเรา!"
