บทที่ 3 มิติลับในปิ่นไม้
สายลมหนาวเหน็บยามปลายคิมหันต์ฤดูพัดโชยลอดผ่านรอยแตกของผนังไม้ผุๆ เสียงลมหวีดหวิวราวกับเสียงร้องโหยหวนของภูตผี บรรยากาศในกระท่อมร้างท้ายหมู่บ้านแห่งนี้ช่างดูวังเวงและหดหู่เหลือเกิน
ซูต้าหลินวางร่างของซูหมิงที่กำลังนอนซมด้วยพิษไข้ลงบนกองฟางเก่าๆ ที่มุมห้องอย่างระมัดระวัง บนใบหน้าซูบตอบของเด็กชายมีเหงื่อกาฬผุดซึมออกมาไม่ขาดสาย ลมหายใจแผ่วเบาจนน่าใจหาย หลินหว่านผู้เป็นมารดาทรุดตัวลงนั่งข้างๆ นางกุมมือเล็กๆ ของลูกชายไว้แน่น น้ำตาแห่งความสิ้นหวังไหลรินอาบสองแก้มอย่างเงียบเชียบ
"ท่านพี่... คืนนี้พวกเราจะทำอย่างไรดีเจ้าคะ หมิงเอ๋อร์ตัวร้อนจี๋เลย ผ้าห่มก็มีแค่ผืนบางๆ ที่ขาดวิ่นผืนนี้... ลูกของเราจะทนลมหนาวไหวหรือ" หลินหว่านสะอื้นจนตัวโยน
ซูต้าหลินเม้มปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ดวงตาคู่คมแดงก่ำ เขายกมือหยาบกร้านขึ้นทึ้งผมตัวเองอย่างแรง เขาอยากจะออกไปหาฟืนมาสุมไฟให้ลูก แต่รอบกายในกระท่อมนี้แม้แต่เศษไม้แห้งดีๆ สักท่อนก็แทบจะไม่มี ทรัพย์สินที่ติดตัวมามีเพียงเสื้อผ้าเก่าๆ บนตัวคนละชุดเท่านั้น
ซูเจียวเจียวยืนกอดอกพิงเสาเรือนที่โอนเอน สายตาของเธอกวาดมองไปรอบห้องอย่างรวดเร็ว ในฐานะอดีตผู้จัดการสาวที่เคยฝ่าฟันวิกฤตบริษัทมานับไม่ถ้วน เธอย่อมรู้ดีว่าการมาเริ่มต้นจากศูนย์ในสภาพแวดล้อมที่ติดลบเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เธอก็ไม่คิดจะยอมแพ้
ก๊อกๆ แกร๊ก... ครืนน!
จู่ๆ ลมกระโชกแรงก็พัดเอาแผ่นไม้กระดานผุพังบนหลังคาร่วงหล่นลงมา ซูเจียวเจียวตาไวพอที่จะเห็นว่ามันกำลังพุ่งเป้าไปที่มารดาและน้องชายของเธอ!
"ระวังเจ้าค่ะ!"
เด็กสาวพุ่งตัวเข้าไปใช้แผ่นหลังของตนเองบังร่างของทั้งสองคนไว้ แผ่นไม้นั้นกระแทกเข้าที่ศีรษะของเธออย่างจัง รอยแผลเก่าที่เพิ่งสมานตัวปริแตกออกอีกครั้ง เลือดสีแดงฉานหยดแหมะลงมาตามกรอบหน้า ก่อนจะร่วงหล่นลงไปกระทบเข้ากับ 'ปิ่นไม้เก่าๆ' ที่หลินหว่านทำตกไว้ข้างกองฟางพอดี
ปิ่นไม้ชิ้นนั้นเป็นของต่างหน้าเพียงชิ้นเดียวที่หลินหว่านได้รับมาจากมารดาผู้ล่วงลับ แม้จะดูเก่าคร่ำคร่าไร้ราคา แต่หลินหว่านก็รักและหวงแหนยิ่งกว่าชีวิต
วิ้งงงง--!
ทันทีที่หยดเลือดของเจียวเจียวซึมซาบลงสู่เนื้อไม้ เสียงประหลาดคล้ายคลื่นพลังงานก็ดังก้องขึ้นในโสตประสาทของคนทั้งสี่ ทันใดนั้น ปิ่นไม้เก่าๆ กลับเปล่งแสงสีทองเรืองรองเจิดจ้า สว่างวาบทั่วทั้งกระท่อมร้างจนบดบังวิสัยทัศน์ทั้งหมด
"เกิดอะไรขึ้น?! เจียวเจียว! หว่านเอ๋อร์!" ซูต้าหลินตกใจสุดขีด รีบถลาเข้าไปคว้าร่างของภรรยาและลูกๆ เข้าสู้อ้อมแขน แผ่นหลังกว้างเตรียมรับแรงกระแทกจากอันตรายที่ไม่รู้จบ
แต่ทว่า... ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยปากร้องอุทาน ร่างของคนทั้งสี่ก็รู้สึกเหมือนถูกกระชากด้วยแรงเหวี่ยงมหาศาล โลกตรงหน้าหมุนคว้าง สติสัมปชัญญะวูบดับไปชั่วขณะ
...
เมื่อซูเจียวเจียวลืมตาขึ้นอีกครั้ง กลิ่นเหม็นอับของฟางเน่าและสายลมหนาวบาดผิวกลับหายวับไปเป็นปลิดทิ้ง สิ่งที่เข้ามาแทนที่คือกลิ่นหอมสะอาดสดชื่นของมวลบุปผาและไออุ่นที่แสนสบาย
"ที่นี่... ที่ไหนกัน?"
เสียงพึมพำของหลินหว่านดังขึ้น เจียวเจียวหันไปมองก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตื่นตะลึง เช่นเดียวกับซูต้าหลินที่ค่อยๆ พยุงตัวลุกขึ้นยืนด้วยใบหน้าเหลอหลา
เบื้องหน้าของพวกเขาไม่ใช่กระท่อมร้างซอมซ่ออีกต่อไปแล้ว แต่เป็นพื้นที่กว้างขวางราวกับสรวงสวรรค์ที่ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก!
ตรงกลางมีกระท่อมไม้ไผ่หลังงามที่สร้างขึ้นอย่างประณีต ด้านข้างมีแปลงดินสีดำสนิทที่ดูอุดมสมบูรณ์ส่งกลิ่นหอมกรุ่นของดินใหม่ และที่สะดุดตาที่สุดคือ 'บ่อน้ำพุ' ขนาดเล็กที่มีไอน้ำสีขาวลอยกรุ่นขึ้นมาจางๆ น้ำในบ่อใสกระจ่างจนมองเห็นก้นบ่อระยิบระยับราวกับมีอัญมณีซ่อนอยู่
"ท่านพี่... หรือว่าพวกเรา... ตายไปแล้วเจ้าคะ?" หลินหว่านตัวสั่นเทา คว้าแขนเสื้อสามีแน่น
"ข้าว่ายังไม่ตายนะเจ้าคะ" เจียวเจียวเอ่ยขึ้นพร้อมกับยกมือขึ้นแตะหน้าผากตัวเอง เลือดที่เคยไหลอาบกลับหยุดสนิทไร้ร่องรอยบาดแผล ร่างกายที่เคยอ่อนล้าจากการบาดเจ็บและหิวโหย กลับรู้สึกเบาสบายและเปี่ยมล้นไปด้วยพละกำลังอย่างน่าประหลาด
ทันใดนั้นเอง ตัวอักษรโปร่งแสงสีทองก็ลอยเด่นขึ้นกลางอากาศตรงหน้าพวกเขาทั้งสี่คน!
[ยินดีต้อนรับสู่ 'มิติฐานทัพลับ' ระดับ 1]
[เงื่อนไขการปลดล็อกสำเร็จ: เลือดแห่งสายเลือด และความผูกพันอันแรงกล้า]
[ระบบ 'Cloud Inventory' (ช่องเก็บของครอบครัว) ถูกเปิดใช้งานแล้ว!]
ซูต้าหลินอ้าปากค้างจนแทบกลืนกำปั้นตัวเองได้
"นี่มัน... ภาพลวงตาหรือเวทมนตร์ของเซียนบนเขากันแน่?!"
เจียวเจียวจ้องมองหน้าต่างระบบตรงหน้า หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นสุดขีด เธอรีบยกข้อมือซ้ายขึ้นมาดู ก็พบว่ามีรอยสักรูป 'ใบไม้สีเขียวมรกต' ขนาดเล็กปรากฏอยู่ และเมื่อหันไปมองบิดามารดา รวมถึงน้องชายที่ยังหลับใหล ทุกคนก็มีรอยสักนี้ที่ข้อมือเช่นเดียวกัน!
"สวรรค์มีตา! นี่คือของวิเศษที่สวรรค์ประทานให้ครอบครัวเราเพื่อชดเชยความลำบากอย่างไรเล่าเจ้าคะท่านพ่อ!" เจียวเจียวรีบหาข้ออ้างที่คนยุคโบราณจะเข้าใจได้ง่ายที่สุดมาอธิบาย
ในขณะที่ทุกคนกำลังตื่นตะลึงกับความมหัศจรรย์ตรงหน้า เสียงแจ้งเตือนของระบบก็ดังขึ้นในหัวของเจียวเจียว
[ติ๊ง! ตรวจพบผู้ป่วยวิกฤต แนะนำให้ดื่ม 'น้ำพุฟื้นฟู' ทันที]
ดวงตาของเด็กสาวเป็นประกาย เธอรีบวิ่งไปที่บ่อน้ำพุ ตักน้ำใสสะอาดขึ้นมาด้วยสองมือแล้วนำไปป้อนให้ซูหมิงที่กำลังนอนอยู่บนพื้นหญ้านุ่มๆ
น่าอัศจรรย์นัก! เพียงแค่น้ำพุหยดแรกไหลลื่นลงสู่ลำคอ ใบหน้าที่เคยแดงก่ำด้วยพิษไข้ของเด็กชายก็ค่อยๆ ซีดจางลง ลมหายใจที่เคยหอบถี่เริ่มกลับมาสม่ำเสมอเป็นปกติ ซูหมิงขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะลืมตาขึ้นมาอย่างช้าๆ
"ท่านแม่... หมิงเอ๋อร์ไม่หนาวแล้วขอรับ" เสียงเล็กๆ นั้นแม้จะแหบแห้ง แต่ก็ไม่ได้ดูใกล้ตายเหมือนเมื่อครึ่งชั่วนามก่อนอีกต่อไป
"หมิงเอ๋อร์! ลูกแม่!" หลินหว่านโผเข้ากอดลูกชายแน่น น้ำตาแห่งความปีติไหลริน ซูต้าหลินเองก็รีบเข้ามากอดลูกเมียไว้แน่น แววตาของชายชาตรีสั่นระริกด้วยความขอบคุณต่อสวรรค์
ซูเจียวเจียวมองภาพครอบครัวที่อบอุ่นตรงหน้า พลางลอบกำหมัดแน่น ด้วยมิติฐานทัพลับแห่งนี้ เธอรับรองได้เลยว่าครอบครัวสายรองของเธอจะต้องร่ำรวยและมีชีวิตที่ดีที่สุดในแคว้นต้าฉู่ให้จงได้!
ทว่า... ความสุขมักจะอยู่ได้ไม่นาน
ปัง! ปัง! ปัง! โครม!!
จู่ๆ เสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหวราวกับจะพังบ้านให้ราบเป็นหน้ากลอง ก็ดังทะลุมิติเข้ามาจาก 'โลกภายนอก' ตามมาด้วยเสียงตะคอกที่เต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราด
"ไอ้พวกรอง! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! ข้าเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าปิ่นไม้เน่าๆ ของนังหลินหว่านมันทำมาจากไม้เนื้อดีของตระกูลเรา!"
เสียงของลุงใหญ่ ซูต้าหลง ดังทะลุกำแพงมิติเข้ามาอย่างชัดเจน!
"ท่านแม่สั่งให้พวกแกคืนปิ่นไม้นั่นมาเดี๋ยวนี้! ถ้าไม่ยอมเปิด ข้าจะพังประตูเข้าไปแล้วลากตัวนังเจียวเจียวไปขายใช้หนี้ค่าเสียเวลาของข้าซะ! เปิดโว้ยยย!"
ซูต้าหลินหน้าถอดสีทันที เขากระชับกอดภรรยาและลูกชายแน่น
"พี่ใหญ่... พวกมันตามมารังควานถึงที่นี่เลยรึ ลำพังแค่แยกบ้านยังไม่พอใจอีกหรือไง!"
หลินหว่านตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว
"ปิ่นไม้นั่นเป็นของดูต่างหน้าแม่ข้าแท้ๆ พวกเขาช่างหน้าด้านนัก..."
ซูเจียวเจียวค่อยๆ ยืนขึ้น ประกายความตื่นเต้นดีใจเมื่อครู่มลายหายไปจนสิ้น เหลือเพียงแววตาเย็นเยียบดุจน้ำแข็งขั้วโลกที่พร้อมจะแช่แข็งทุกคนที่กล้ามาแตะต้องครอบครัวของเธอ
เด็กสาวหันไปส่งยิ้มที่ดูอ่อนโยนให้บิดามารดา
"ท่านพ่อ ท่านแม่... ท่านดูแลหมิงเอ๋อร์อยู่ในมิตินี้เถิดเจ้าค่ะ ที่นี่ปลอดภัยที่สุดแล้ว"
"แล้วเจ้าล่ะเจียวเจียว?" ซูต้าหลินถามด้วยความร้อนรน
ซูเจียวเจียวยกข้อมือซ้ายที่มีรอยสักรูปใบไม้ขึ้นมาลูบเบาๆ รอยยิ้มเย็นชาผุดขึ้นที่มุมปาก
"ในเมื่อท่านลุงใหญ่บากหน้ามาขอของขวัญขึ้นบ้านใหม่ถึงที่... ข้าก็จะเป็นตัวแทนครอบครัว ออกไป 'จัดหนัก' ให้เขาสักชุดก็แล้วกันเจ้าค่ะ!"
