บทที่ 2 ประกาศแยกบ้าน
แสงอาทิตย์ยามบ่ายสาดส่องลงมายังลานกว้างหน้าเรือนหลักของตระกูลซู บ้านหลังใหญ่โตโอ่อ่าสร้างด้วยอิฐถือปูนอย่างดี ช่างแตกต่างจากเพิงหมาแหงนผุพังท้ายหมู่บ้านราวฟ้ากับเหว
ซูต้าหลินเดินกุมมือซูเจียวเจียวที่ยังมีผ้าพันแผลเปื้อนเลือดที่ศีรษะ ด้านหลังคือหลินหว่านที่คอยประคองร่างเล็กของซูหมิงซึ่งห่อผ้าห่มสั่นเทาด้วยพิษไข้ ใบหน้าของซูต้าหลินในยามนี้ไร้ซึ่งความขลาดเขลา มีเพียงความแข็งกร้าวเด็ดเดี่ยวที่ถูกจุดประกายขึ้นจากคำพูดของบุตรสาว
พวกเขาก้าวเท้าเข้ามาในลานบ้าน ท่ามกลางสายตาดูถูกเหยียดหยามของคนในบ้านใหญ่
"โอ้! ดูสิว่าใครมา... เจ้าวัวตอนซูต้าหลิน นึกว่าจะหมุดหัวตายอยู่ในเลนโคลนซะอีก!"
เสียงแหลมแสบแก้วหูดังขึ้นจากปากของป้าสะใภ้ใหญ่ จางซื่อ นางยืนเท้าสะเอวอยู่หน้าประรำพิธี สวมเสื้อผ้าแพรต่วนสีสันฉูดฉาด บนศีรษะปักปิ่นทองเหลืองวาววับ มองดูครอบครัวบ้านรองด้วยหางตา
ขณะเดียวกัน แม่เฒ่าซู (ท่านย่า) ก้าวออกมาจากห้องโถง ใบหน้าเหี่ยวย่นตามวัยบูดบึ้งสนิท นางถือไม้เท้าเคาะพื้นเสียงดัง ปัง! เพื่อแสดงอำนาจ
"พวกเดรัจฉานชั้นต่ำ! กล้าดียังไงถึงพาตัวอัปมงคลมารบกวนข้าเวลานี้? อยากโดนโบยให้ตายคาเรือนนักหรือไง!" แม่เฒ่าซูตาดุใส่ พร้อมกับชายตามองซูเจียวเจียวด้วยความรังเกียจ
"นังเด็กหัวขวดนี่หัวแตกแค่นี้ยังไม่ตายอีกรึ? เปลืองข้าวเปลืองน้ำชะมัด!"
หากเป็นซูเจียวเจียวคนเก่า คงก้มหน้าร้องไห้ตัวสั่นไปแล้ว... แต่ไม่ใช่กับผู้จัดการซูในร่างนี้!
เด็กสาวก้าวออกมายืนบังหน้าบิดามารดา ดวงตากลมโตคมกริบจ้องตรงไปยังแม่เฒ่าซูอย่างไม่เกรงกลัว รัศมีความเยือกเย็นและเฉียบขาดแผ่ออกมาจากตัวเด็กสาววัยสิบห้าปี จนแม่เฒ่าซูถึงกับชะงักไปวูบหนึ่ง
"ท่านย่ากล่าวหาพวกเราเกินไปกระมังเจ้าคะ" ซูเจียวเจียวเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงใสกระจ่างแต่เยียบเย็น
"พวกเราทำงานหนักเป็นวัวเป็นม้าให้ตระกูลซูมาสิบปีเต็ม ตักน้ำ หาฟืน ทำนา ไถไร่ เงินทุกอีแปะและข้าวทุกเมล็ดที่บ้านรองหามาได้ ถูกส่งเข้าคลังกงสีให้ลุงใหญ่เอาไปใช้สอบจอหงวนจนหมดเกลี้ยง... แต่พอพวกเราไม่มีจะกิน น้องชายป่วยใกล้ตาย ข้าหัวแตกเสียเลือดจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด ท่านกลับบอกว่าพวกเราเป็นตัวไร้ประโยชน์และปล่อยให้ไปตาย!"
คำพูดที่พรั่งพรูออกมาอย่างฉาดฉานและตรงจุด ทำให้ชาวบ้านที่เริ่มมามุงดูเหตุการณ์รอบรั้วบ้านส่งเสียงฮือฮากันขึ้นมาทันที
"นั่นสิ... บ้านรองทำงานหนักจะตายไป"
"แม่เฒ่าซูลำเอียงเกินไปแล้ว ลูกชายคนโตเอาแต่ผลาญเงิน ลูกชายคนรองก้มหน้าก้มตาทำนาจนแทบกระอักเลือด"
"ดูสิ เด็กนั่นหัวแตกเลือดอาบเลยนะ แล้งน้ำใจจริงๆ บ้านใหญ่เนี่ย"
เสียงซุบซิบดังขึ้นเรื่อยๆ ทำให้แม่เฒ่าซูหน้าดำคร่ำเครียด นางตบโต๊ะข้างตัวเสียงดังลั่นด้วยความโกรธ
"นังเด็กปากดี! กล้าดียังไงมาสั่งสอนข้า! ที่พวกมันต้องทำเพราะมันเกิดมาเป็นหนี้บุญคุณตระกูลซู! อยากกินอยากใช้อะไรก็ต้องยกให้พี่ใหญ่ของพวกมันก่อน!"
"บุญคุณงั้นหรือเจ้าคะ?" ซูเจียวเจียวแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ
"บุญคุณที่ทำให้พวกเราเกือบอดตาย บุญคุณที่ปล่อยให้น้องชายข้าไข้ขึ้นจนสมองจะพังงั้นรึ? ถ้าความกตัญญูของตระกูลซูมันหมายถึงการรีดไถชีวิตคนในครอบครัวเพื่อไปเลี้ยงดูปลิงไร้ค่าเช่นนี้... พวกเราก็ 'ไม่ขอรับ' มันอีกต่อไป!"
เปรี้ยง! ราวกับสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ ทุกคนในที่นั้นเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
"เจ้า... เจ้าพูดว่าอะไรนะ?!" แม่เฒ่าซูสะท้านจนมือสั่น ชี้หน้าเด็กสาว
ในวินาทีนั้นเอง ซูต้าหลินผู้เป็นพ่อก็ก้าวขึ้นมาข้างหน้า เขาไม่หลบสายตาของมารดาอีกต่อไป แววตาของชายอกสามศอกเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังลัดฟ้ากังวานไปทั่วบริเวณ
"ท่านแม่... ข้า 'ซูต้าหลิน' ขอประกาศ ณ ที่ตรงนี้ต่อหน้าธารกำนัล... พวกเราขอ 'แยกบ้าน'!"
คำว่า "แยกบ้าน" หลุดออกมาจากปากของคนที่เคยว่านอนสอนง่ายที่สุดในบ้าน ทำเอาลุงใหญ่ที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องหนังสือถึงกับสำลักน้ำลายตัวเอง
"เจ้าบ้าไปแล้วรึต้าหลิน!" ลุงใหญ่โพล่งขึ้นมาด้วยความร้อนรน
"พวกเจ้าจะแยกบ้านไปได้ยังไง ถ้าไม่มีพวกเราคอยคุ้มหัว พวกเจ้าจะเอาอะไรกิน! คิดจะอกตัญญูกลางหมู่บ้านหรือไง!"
"คุ้มหัวงั้นรึ?" ซูเจียวเจียวหันไปยิ้มเย็นให้ลุงใหญ่
"คุ้มหัวด้วยการสูบเลือดสูบเนื้อพวกเราไปซื้อพู่กันราคาแพงกับเหล้าชั้นดีให้ท่านอ่านหนังสือสอบน่ะรึ? ท่านลุง... ถ้าไม่มีพวกเราทำงานหลังขดหลังแข็ง ป่านนี้ท่านคงอดตายคาโต๊ะหนังสือไปนานแล้ว!"
"นัง... นังเด็กเหลือขอ!" ลุงใหญ่หน้าแดงก่ำด้วยความโกรธจัด งื้อมือขึ้นจะตบหน้าเจียวเจียว
หมับ! มือใหญ่หยาบกร้านของซูต้าหลินพุ่งเข้าไปคว้าข้อมือของพี่ชายไว้แน่น แรงบิดมหาศาลทำให้ลุงใหญ่ร้องโหยหวนออกมาด้วยความเจ็บปวด ซูต้าหลินจ้องหน้าพี่ชายด้วยแววตาดุดั่งพญาเสือ
"อย่าแตะต้องลูกของข้า!" ซูต้าหลินสะบัดมือออกอย่างแรงจนลุงใหญ่เซถลาไปชนเสาบ้าน
แม่เฒ่าซูเห็นลูกชายคนโปรดโดนทำร้ายก็นั่งไม่ติด นางกรีดร้องลั่นด้วยความโมโห
"ไอ้ลูกเนรคุณ! อยากแยกนักใช่ไหม? ได้! อยากออกไปตายดาบหน้าก็ไสหัวไป! แต่อย่าหวังว่าจะได้ทรัพย์สินของตระกูลซูไปแม้แต่อีแปะเดียว! เสื้อผ้าสี่ชุดบนตัวกับเพิงร้างท้ายหมู่บ้านที่ผุพังจนหมาไม่นอน นั่นคือสมบัติทั้งหมดที่พวกแกจะได้ ไสหัวไปให้พ้นหน้าฉันเดี๋ยวนี้!"
นางคิดว่าคำขู่เรื่องไล่ออกมาด้วยตัวเปล่าจะทำให้ครอบครัวบ้านรองคุกเข่าอ้อนวอนขอขมาเหมือนทุกที
แต่ทว่า... ซูเจียวเจียวกลับยิ้มกริ่มออกมาอย่างพอใจ
เพิ่งร้างท้ายหมู่บ้านงั้นรึ? ดีเสียอีก! ไม่มีใครมารบกวน และที่สำคัญ... มันคือจุดเริ่มต้นของ 'ฐานทัพลับ' ที่เฝ้ารอพวกเธออยู่!
"ดีมากเจ้าค่ะท่านย่า" ซูเจียวเจียวเชิดหน้าขึ้น
"คำพูดนี้ท่านย่าเป็นคนพูดต่อหน้าพยานนับสิบชีวิต ห้ามกลับคำเด็ดขาด! พวกเราขอตัดขาดจากตระกูลซู ณ บัดนี้... ไปกันเถอะเจ้าคะท่านพ่อ ท่านแม่ หมิงเอ๋อร์..."
ครอบครัวบ้านรองหันหลังให้กับเรือนใหญ่ตระกูลซูอย่างเด็ดเดี่ยว ท่ามกลางเสียงนินทาและสายตาสมเพชเวทนาของชาวบ้าน โดยไม่มีใครรู้เลยว่า... ก้าวแรกที่พวกเขากำลังเดินออกไปด้วยความยากลำบากนี้ คือก้าวที่จะพาพวกเขาไปสู่ความมั่งคั่งระดับสะเทือนแผ่นดิน!
