บท
ตั้งค่า

บทที่ 4 ทางลัดสู่ตระกูลใหญ่ (2)

สายลมเย็นที่พัดเข้ามาจากระเบียงหลังบานประตูเข้าปะทะแผ่นหลังของซางเหยา ความเย็นเยียบนั้นช่วยบรรเทาความร้อนผ่าวบนใบหน้าและทำให้นางได้สติขึ้นมาบ้าง

นางพยายามกดอารมณ์หวั่นไหวในใจ แล้วฝืนเดินเข้าไปในบรรยากาศที่พิลึกพิลั่นนี้ ก่อนจะวางถาดน้ำชาลงบนโต๊ะกลมข้างกายเซี่ยอวิ๋น ก้มหน้าเอ่ยด้วยเสียงบางเบา "เชิญทุกท่านดื่มชาเจ้าค่ะ"

น้ำเสียงของเด็กสาวอันนุ่มนวลมักจะทำให้ผู้ฟังใจอ่อนโดยไม่รู้ตัว ยามที่นางโน้มตัวลง ชายกระโปรงผ้าโปร่งสีชมพูอ่อนที่แผ่สยายอยู่บนพื้นก็กวาดผ่านรองเท้าสีดำสนิทของเซี่ยอวิ๋น ราวกับเป็นการหยอกเย้าของคนรัก

ผิวของนางขาวผ่องดุจหิมะ ลำคอระหงเพรียวยาว กลิ่นหอมจางๆ จากกายสตรีโชยมาเป็นระยะ

ไม่ต้องเอ่ยคำยั่วยวน ทว่ากลับดูยั่วยวนไปเสียทุกกระเบียดนิ้ว ช่างเป็นเล่ห์เหลี่ยมที่น่าเบื่อและซ้ำซากเหลือเกิน

เซี่ยอวิ๋นไม่มีอารมณ์ใดๆ ปรากฏบนใบหน้า ทว่าคนที่รู้จักเขาดีจะมองออกว่าเขาเริ่มรู้สึกรำคาญใจแล้ว หลังจากวางถาดน้ำชาเสร็จ ขณะที่ซางเหยากำลังลังเลว่าจะรินน้ำชาให้เซี่ยอวิ๋นด้วยเลยดีหรือไม่ ก็มีเสียงไอเบาๆ ดังขึ้นภายในห้อง

เสียงนั้นมาจากด้านหลังของเซี่ยอวิ๋น ซางเหยามองไปทางผู้ติดตามคนนั้น นางจำเขาได้ เขาคือจิ้งเลี่ยน นางเคยพูดคุยกับเขามาบ้างสองสามประโยค

จิ้งเลี่ยนดูเหมือนจะมองออกว่านางกำลังประหม่า จึงช่วยคลี่คลายสถานการณ์อย่างใจดี "คุณหนูซางมีน้ำใจยิ่งนัก ที่เหลือปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าเถอะขอรับ"

ซางเหยารู้สึกยินดีในใจ ทว่ายังไม่ทันที่นางจะตอบรับ นักโทษที่หมอบอยู่แทบเท้าเซี่ยอวิ๋นก็คล้ายจะรอไม่ไหวอีกต่อไป เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า "คดีนั้นไม่เกี่ยวข้องกับข้าจริงๆ ตอนนั้นข้าหลงเชื่อคนผิด แต่ข้าหาได้มีเจตนาจะทรยศใต้เท้าไม่!"

ซางเหยาชะงักไป

ชายผู้นั้นยิ่งพูดยิ่งมีท่าทีตื่นตระหนก เขาเงยหน้าขึ้น หายใจหอบถี่ ใบหน้าเต็มไปด้วยคราบเลือด

เมื่อเห็นว่าเซี่ยอวิ๋นยังคงนิ่งเงียบ เขาจึงตัดสินใจพิสูจน์ความบริสุทธิ์ด้วยการโขกศีรษะลงบนพื้นอย่างแรง!

ปึก!

ให้เลือดกระเด็นออกมา ถูกเข้าที่ชายกระโปรงของซางเหยาพอดิบพอดี

ซางเหยาสะดุ้งตัวทันที เสียงที่ดังสนั่นพร้อมกับสีแดงฉานรอบตัวทำให้นางนึกถึงแตงโมที่ถูกผ่าออก การเปรียบเทียบเช่นนี้ยิ่งทำให้นางรู้สึกสยดสยองเข้าไปใหญ่

นางไม่เคยเห็นภาพเช่นนี้มาก่อน ดวงตาจึงเบิกกว้างด้วยความตกใจ ใบหน้าซีดเผือด ก่อนจะถอยหลังกรูดโดยสัญชาตญาณ เกือบจะหลุดปากร้องออกมาแล้ว

เซี่ยอวิ๋นและจิ้งเลี่ยนกลับนิ่งเฉยไม่ไหวติง นั่นยิ่งทำให้ท่าทีของนางดูเกินกว่าเหตุไปมาก

แต่นั่นยังไม่พอ... การถอยหลังเมื่อครู่ทำให้นางเผลอไปชนเข้ากับโต๊ะน้ำชา ส่งให้ถ้วยกระเบื้องที่วางไว้อย่างเป็นระเบียบพลันเอียงวูบ แล้วตกลงจากโต๊ะก่อนจะกลิ้งไปหยุดอยู่ที่แทบเท้าของเซี่ยอวิ๋น

"ขอ... ขออภัยเจ้าค่ะ! ข้าจะรีบเก็บเดี๋ยวนี้" ซางเหยาดวงตาเบิกกว้าง คำขอโทษหลุดออกมาจากปากโดยไม่ต้องคิด

ทว่าพอพูดจบนางก็เริ่มนึกเสียใจ อย่างไรนางก็เป็นถึงบุตรสาวสายตรงของขุนนางใหญ่ ทำเช่นนี้ช่างขายหน้าท่านพ่อเหลือเกิน นางคิดอย่างอัดอั้นตันใจว่า 'ข้าไม่ใช่สาวใช้ของเซี่ยอวิ๋นเสียหน่อย เหตุใดปากถึงได้ไวปานนั้น'

ในใจคิดเช่นนั้น ทว่ามือนางกลับว่องไวกว่า นางรีบนั่งยองๆ ลงตรงหน้าเซี่ยอวิ๋น ยื่นมือออกไปหมายจะเก็บถ้วยกระเบื้องใบนั้นขึ้นมา

ทันทีที่เก็บขึ้นมา ซางเหยาก็ต้องพบกับความจริงอันน่าสยดสยองว่าด้านหลังของถ้วยกระเบื้องนั้นเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดทั้งสิ้น

สวรรค์ช่วย…

นิ้วมือของนางแข็งค้าง ถ้วยกระเบื้องพลันหลุดมือร่วงหล่นลงไปอีกครั้ง

มันกลิ้งไปหยุดนิ่งอยู่แทบเท้าของเซี่ยอวิ๋นพอดี คราบเลือดจึงเปรอะเปื้อนเข้าที่รองเท้าสีดำของเขา

"ขอ……ขออภัยเจ้าค่ะ!"

ซางเหยายังคงหมายจะยื่นมือไปเก็บ ทว่าบุรุษผู้นั้นดูเหมือนจะหมดความอดทนแล้ว เขาไม่ปรารถนาจะเสียเวลากับนางอีก น้ำเสียงเย็นเยียบทุ้มต่ำดังมาจากเหนือศีรษะอย่างช้าๆ:

"ใต้เท้าเสิ่น วันนี้ข้าอุตส่าห์เลื่อนกำหนดการเดินทางไปชิงโจว ทั้งยังเสี่ยงต่อการถูกกล่าวหาว่าสมคบคิดกับขุนนางโฉดเพื่อมาพบท่าน หลังจากนั่งสนทนากับท่านด้วยความใจเย็นอยู่นานแล้ว ข้ายังต้องมาทนดูเจ้าตัวเล็กตาไร้แววบางคนทำกิริยายั่วยวนอยู่ข้างๆ อีก"

"ที่ข้ายอมลำบากถึงเพียงนี้ มิใช่เพื่อมาฟังท่านโขกศีรษะขอขมาหรอกนะ"

ซางเหยาที่กำลังคีบถ้วยกระเบื้องอยู่ชะงักกึก

เจ้าตัวเล็กตาไร้แวว? เขาหมายถึงใครกัน

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel