บทที่ 4
“คะ...คือว่า…นายใจเย็นๆ ก่อนได้ไหม มีอะไรค่อยๆ คุยกันได้นะจ๊ะ” ให้ตายเถอะ ทำไมขนาดเวลาโกรธกริ้วเขาถึงได้ยังคงสภาพความหล่อเหลาไม่น่าให้อภัยได้อยู่นะ แบบนี้แถวบ้านฉันเรียกว่าหล่อแบบไม่บันยะบันยัง หล่อแบบไม่น่าเกิดมาเป็นคน หล่อแบบไม่รู้ว่าจะหล่อยังไง (เอ๊ะยังไง?) หล่อโฮกกกกกก~
“ตั้งแต่เกิดจากท้องพ่อท้องแม่ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนกล้าตบหน้าฉัน” ร่างสูงว่าพร้อมทั้งกระชากแขนฉันเข้าหาตัวอย่างแรง
“ฉะ…ฉันเองก็ไม่เคยตบหน้าผู้ชายคนไหนมาก่อนเลยตั้งแต่เกิดมะ…มา งั้นเราสองคนก็หายกันแล้วสินะ ชะ...ใช่ไหม”
“เธอตั้งใจจะกวนประสาทฉันรึไงฮะยัยโง่!!” โฮกก~หูช้านน อยู่ใกล้กันแค่เคี้ยวหมากแหลกแค่นี้ไม่เห็นจะต้องตะโกนซะดังเลยนี่นา ให้ตายสินายคนนี้นี่!
“ฉะ…ฉันก็ขอโทษนายแล้วไงเล่า นายจะเอาอะไรกับฉันอีก!”
“เธอต้องชดใช้!” ว่าจบเขาก็ปล่อยมือฉันให้เป็นอิสระก่อนจะรวบเอวฉันและกระตุกเบาๆ จนร่างบางๆ ของฉันโซเซเข้าไปประชิดตัวเขาด้วยความเร็วเหนือพายุหมุนไซโคลน
“ว่าไงล่ะสาวน้อย เธอพร้อมที่จะชดใช้ความผิดที่เธอกระทำลงไปรึยัง” ให้ตายสิ~ ถามแบบนี้สู้เอาฉันไปถ่วงน้ำที่แม่น้ำอะเมซ่อนยังจะดีซะกว่าอีก
และความรู้สึกนี้มันอะไรกันนะ?
เพียงแค่เขายื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆ พร้อมกระซิบคำพูดกึ่งข่มขู่กึ่งบังคับเบาๆ เพียงสัมผัสเบาๆ แต่กลับทำให้ใจฉันเต้นเร็วผิดปกติได้อย่างไม่น่าเชื่อ สายตาที่ดุดันคู่นั้นทำไมถึงได้ดูมีอิทธิพลต่อหัวใจดวงน้อยๆ ที่ไม่เคยผ่านสมรภูมิรักดวงนี้ของฉันได้นะ ไม่เข้าใจตัวและหัวใจของตัวเองจริงๆ ให้ตายเหอะจอร์ช
“ฉันถามเธออยู่นะยัยโง่! พร้อมหรือไม่พร้อม” ดูเหมือนว่าฉันจะประมวลผลความคิดของตัวเองนานไปหน่อยเลยทำให้ร่างสูงที่ยืนรอคำตอบไม่ชอบใจเท่าไหร่นัก
“พะ…พร้อมก็ได้จ๊ะพร้อม” จบประโยคฉันก็ยื่นหน้าออกไปเพื่อรอรับการลงโทษที่ตัวเองไม่ได้ตั้งใจทำ
“เธอยื่นหน้ามาทำไมยัยบื่อ?”
“ก็นายจะให้ฉันรับผิดชอบไม่ใช่รึไง ฉันตบหน้านายไปหนึ่งทีนายก็ตบหน้าฉันคืนสิ แต่ฉันตบนายเบาๆ เหมือนยุงกัดเท่านั้นนะ หวังว่านายคงจะไม่ตบจนถึงขั้นฟันน้ำนมฉันร่วงหมดปากหรอกนะ!” ฉันว่าก่อนจะหลับตาปี๋เตรียมตัวถูกผู้ชายตบเป็นครั้งแรกในชีวิต ย้ำ!! ครั้งแรกในชีวิตเชียวนะนั่น แล้วฉันควรจะตื่นเต้นดีไหมล่ะเนี่ย
“หึ! เธอนี่มัน...”ร่างสูงเอ่ยขึ้นเสียงเรียบก่อนจะเอื้อมมือมาประคองใบหน้าของฉันเอาไว้ด้วยสองมือหนา แต่?? สองมือ!! เขาใช้สองมือประคองหน้าฉันเอาไว้เพื่อไม่ให้หัวฉันหลุดออกจากบ่าตอนโดนตบ แต่ใช้สองมือล็อคอยู่อย่างนี้แล้วเขาจะใช้มือข้างไหนตบฉันล่ะทีนี้
เขาคงไม่คิดจะถีบหน้าฉันแทนที่จะตบหรอกใช่ไหม
ใจคอชักเริ่มไม่ดี
“นี่! นายใช้สองมือล็อคหน้าฉันเอาไว้อย่างนี้ แล้วนายจะใช้มือไหนตะ…อุ๊บ!” คำถามที่แสนสั้นของฉันได้รับคำตอบที่ยาวเหยียดพอๆ กับเอาระยะทางของกำแพงเมืองจีนมาคูณสองพันล้านล้านล้านซะอีก!!
กรี๊ดดดดดดดดดดด!!!~ พ่อแก้วแม่แก้ว!! ไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่สายตาตัวเองกำลังได้เห็นอยู่นี้ ฉันถูกผู้ชายแปลกหน้าที่เพิ่งจะรู้จักได้แค่ห้านาทีเศษๆ จูบเจ้าขาา~
โฮกกก~ จูบแรกของฉันจะต้องมาสูญเสียให้กับชายแปลกหน้าที่ฉันไม่รู้จักแม้กระทั่งชื่อเสียงเรียงนามเนี่ยนะ แถมยังเป็นจูบที่ดูดดื่มซะยิ่งกว่ากินส้มตำใส่พริกสามเม็ดซะอีก อ๊ายยยย!! แล้วอย่างนี้ฉันจะเอาหน้าที่ไหนไปสู้กับพ่อแม่ที่อยู่บนสวรรค์ล่ะเนี่ย ฮือออ~ อย่างน้อยๆ ถอนจูบออกสักสามวินาทีบอกชื่อแซ่ของนายให้ฉันรับรู้แล้วค่อยเริ่มต้นจูบใหม่อีกครั้งก็ยังได้นี่นา (นังคนนี้)
ซ่าาาาาาาาาาาาาาา!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
และที่น่าตกกะใจไปมากกว่านั้นก็คือ…จู่ๆ ฟ้าฝนที่ไม่น่าจะมาตกโปรยปรายเป็นฟ้ารั่วก็ดันตกลงมาแบบไม่มีฉิ่งไม่มีกลองพร้อมๆ กับร่างสูงที่ดูเหมือนจะเพิ่งรู้สึกตัวว่าเขากำลังจะฆ่าฉันโดยการแย่งอากาศหายใจไปซะหมด
อายกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว
“ทีนี้ก็พิสูจน์ได้แล้วสินะ เรื่องที่ว่าฉันคือเนื้อคู่พันชาติของเธอ” >>> นี่เป็นประโยคสุดท้ายที่ซึมซาบเข้าหูฉันก่อนที่ร่างสูงจะเดินล้วงกระเป๋ากางเกงของตัวเองจากไปพร้อมๆ กับสายลมเบาๆ สายฝนโปรยๆ
และวิญญาณของฉัน!
มันกำลังล่องลอยละล่องปลิวว่อนออกจากร่าง!
