บท
ตั้งค่า

บทที่ 2

ด้วยเหตุฉะนี้ ฉันถึงได้มาอยู่ที่นี้ได้เวลาแบบนี้

แล้วฉันจะขออะไรจากเจ้าแม่ดีล่ะเนี่ย เงินเหรอ ใช่สิ!! ถ้ามีเงินเยอะๆ ชีวิตฉันก็จะไม่ตกระกำลำบากอีกต่อไป แต่ว่านะ แม่เคยสอนเอาไว้ก่อนตายว่าเงินทองมากมายนั้นเป็นของนอกกาย ตายไปก็เอาไปด้วยไม่ได้อยู่ดี

รถไง! ถ้าจู่ๆ ยัยซื่อบื้อจอมเฉื่อยอย่างฉันขับเฟอร์รารี่ใหม่เอี่ยมป้ายแดงมาโรงเรียน ทุกคนคงจะอิจฉาตาร้อนผ่าวๆ กันเป็นระนาวแน่ๆ แต่ว่าฉันขับรถเป็นซะที่ไหนกันล่ะ ขนาดปั่นจักรยานยังล้มหัวทิ่มหน้าจิ้มดินเลย

นู่นก็ไม่ดี นี่ก็ไม่ได้!!อะไรกันแน่นะที่ใจฉันมันต้องการที่สุดในเวลานี้น่ะ อะไรที่มัน...

จริงสิ! ตั้งแต่ลืมตาดูโลกมาสิบเจ็ดปีเต็มนี้ ฉันยังไม่เคยมีแฟนเป็นตัวเป็นตนกับใครเขาเลยนี่นา คิดแล้วมันน่าเศร้าชะมัด!! ถึงฉันจะไม่ใช่คนหน้าตาดีไร้ที่ติเหมือนอมยิ้ม ไม่ตาหวานเหมือนลูกอม แล้วก็ไม่เก่งกล้าสามารถเหมือนกับลูกกวาดและท๊อฟฟี่

แต่มันก็ใช่ว่าฉันไม่มีข้อดีนะ!

ถึงฉันจะซื่อบื้อไปหน่อย เชื่อคนง่ายไปนิด แต่ฉันก็ไม่เคยคิดร้ายกับใครเลยนะจะบอกให้ และนั่นแหละ ข้อดีข้อเดียวที่ฉันพอจะมองเห็นในตัวของฉันเอง

ขนาดตะเกียบยังเป็นมีคู่เลย แล้วฉันล่ะคะพระเจ้า

ฉันก็อยากจะมีคู่เหมือนๆ กับตะเกียบมันบ้างสักครั้งเหมือนกันนะ

เนื้อคู่พันชาติของฉัน!

เมื่อคิดได้ดังนั้นฉันจึงเร่งฝีเท้าไปหยุดอยู่หน้าต้นมะขามของเจ้าแม่พร้อมกับหยิบขึ้นมาจุดหนึ่งดอกพร้อมกับเอ่ยคำอธิฐานรักออกมาดังๆ ทันที

“เจ้าแม่มะขามม่วงที่ศักดิ์สิทธิ์เจ้าค่ะ วันนี้หนูจะมาขอติดสินบนกับเจ้าแม่สักเรื่องนะค่ะ ความจริงแล้ว คนที่กระตือรือร้นที่จะมาขอเจ้าแม่นั้นคือเพื่อนสนิทสองคนของหนู แต่เผอิญว่าวันนี้ทั้งคู่ล้วนมีหน้าที่สำคัญจะต้องไปสะสาง ก็เลยให้หนู...”

สายลมหนาวๆ พัดผ่านข้ามหัวฉันไปทันทีที่ฉันเริ่มต้นพล่าม

ท่าทางเจ้าแม่จะใจร้อนแหะ

“อะ...เอ่อช่างสองคนเขาเถอะนะค่ะ!เรามาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่าถ้าเจ้าแม่มะขามม่วงศักดิ์สิทธิ์จริงดั่งคำเล่าลือ...หนูขอให้เจ้าแม่ช่วยแสดงปาฏิหาริย์โดยการส่งเนื้อคู่พันชาติมาให้หนูสักคน หนูไม่ขออะไรมาก ขอแค่เขาเป็นคนดี มีน้ำใจ รักสัตว์ ไม่รังแกเด็กและสตรีก็พอแล้วล่ะค่ะ สาธุ” หลังจากจบประโยคขอร้องอันยาวยืด ฉันก็จัดการปักธูปในมือลงไปที่กระถามตรงหน้าพร้อมกับก้มลงกราบสามที

หวืดดดดดดดดดดดด~

สายลมหนาวๆ พัดผ่านหน้าฉันไปอีกครั้งท่ามกลางความเงียบที่สงัด ถึงฉันจะรักสงบอย่างไรก็ตามที แต่นี่มันสงบเกินไปแล้ว

ความเงียบมักจะทำให้คนสติแตก ฉันว่าฉันพอจะเข้าใจความหมายของประโยคที่อมยิ้มเคยพูดให้ฟังแล้วสิเนี่ย “ความเงียบคือสิ่งที่น่ากลัวเสียยิ่งกว่านรกภูมิใดๆ ท่ามกลางความเงียบเหล่านั้นมักจะมีความเศร้าแอบแฝงอยู่ภายใน…ความเศร้าที่มองด้วยตาไม่เห็น สัมผัสได้ด้วยหัวใจ”

ต่นี่ก็แสดงว่าเจ้าแม่คงจะรับรู้คำขอของฉันแล้วสินะ เนื้อคู่พันชาติจ๋า~ รีบโผล่หน้าออกมาให้ฉันเห็นไวๆ นะ

สวบ สวบ!

“นะ...นั่นใครน่ะ” ขณะที่ฉันกำลังเพ้อเจ้ออยู่คนเดียวเงียบๆ จู่ๆ เสียงประหลาดที่ไม่น่าจะดังขึ้นก็ดันดังขึ้นจากพุ่มไม้ข้างทาง ฉันที่มีนิสัยปากไปไวกว่าความคิด ดันโพล่งขึ้นแข่งกับเสียงปริศนาที่ว่านั่นอย่างหน้าตาเฉย

ตึก ตึก ตึก

เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนดังก้องไปทั่วบริเวณ เงาตะคุ่มๆ แถมโพรงหญ้าที่ขยับไปมาอย่างไร้สาเหตุ เผยให้เห็นชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งก้าวย่างสามขุมมาหยุดตรงหน้าฉัน

พระเจ้า

ฉันจะไม่อยากเชื่อ...ลืมตาดูโลกมาได้สิบเจ็ดปีเต็มฉันเพิ่งจะเคยพบเคยเห็นหน้าตาของชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าฉันมันทำให้ฉัน

ช็อก!

คงไม่มีคำใดที่จะสามารถบรรยายได้เท่ากับคำๆ นี้อีกแล้ว

เบื้องหน้าฉันใสตอนนี้มีชายหนุ่มปริศนาหน้าตาหล่อเหลาคนหนึ่ง เพราะแสงไฟจากตะเกียงเก่าๆ ที่แขวนอยู่ใกล้ๆ กับต้นมะขามของเจ้าแม่ทำให้ฉันสามารถมองเห็นรูปร่างลักษณะ รวมไปถึง หน้าตาของชายปริศนาตรงหน้าได้อย่างชัดเจนเต็มสองตา

ผิวขาวเนียนละเอียดดุจดั่งหิมะในแรกฤดู ผมสีน้ำตาลอ่อนๆ ซอยระพอดีกันต้นคอขาวๆ คิ้วหนา จมูกโด่งเป็นสันวาววับ ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนสีเดียวกับสีผม ปากกระจับได้รูปสีชมพูระเร่อเข้ากับโครงหน้าที่เรียวไข่นั้นได้เป็นอย่างดี

ถ้าฉันไม่เหลือบไปเห็นเงาดำๆ ข้างหน้าของเขาเข้าล่ะก็...ฉันวิ่งป่าราบเพราะคิดว่าเขาเป็นผีหรือไม่ก็เทพบุตรตกสวรรค์ไปนานแล้วล่ะ ยังมีเงาอยู่ แสดงว่ายังมีชีวิตอยู่ล่ะสินะ

แต่ว่าก็ว่าเหอะ! ฉันว่าหมอนี่ต้องไปติดสินบนอะไรกับพระเจ้าเอาไว้แน่ๆ มิฉะนั้นแล้วพระองค์คงไม่สร้างสรรค์ปั้นแต่งให้เขาเกิดมามีองค์ประกอบของรูปร่างหน้าตาที่ไร้ที่ติแบบนี้หรอก

หล่อแบบไม่น่าให้อภัยจริงๆ เลย คนๆ นี้

“เธอกำลังทำร้ายฉันด้วยสายตานะยัยโง่” ร่างสูงว่าพร้อมกับก้าวเดินเข้ามาใกล้อย่างช้าๆ ฉันที่มัวแต่ตะลึงในความหล่อเหลาของเขาถึงกับผงะหงายหลังทันทีที่ได้ฟังเสียงเข็มๆ นั่นพูดลงท้ายประโยคด้วยคำว่า ‘ยัยโง่’

“นะ..นายเป็นใครกัน มะ...มาทำอะไรที่นี้ ”

“....”

ไม่มีเสียงตอบรับจากชายหนุ่มตรงหน้า ทุกสิ่งทุกอย่างมันช่างเงียบซะเหลือเกินราวกับว่าการปรากฏตัวของเขาสามารถทำให้ลมหยุดพัดใบไม้หยุดล่วงได้ยังไงยังงั้น

“นี่นาย! ถามไม่ตอบแบบนี้อยากโดนดีรึยังไง ไม่รู้เหรอว่าฉันเป็นใคร”

“……”

“ว่าไง ไม่รู้จักฉันรึยังไง ถ้าไม่รู้จะบอกให้ก็ได้นะ ฉันคือ... ”

“โอเล่!! หนึ่งในสมาชิกแก๊งเจ้าหญิงทั้งห้า ตำแหน่งนักบุญประจำแก๊ง ผู้ที่ทะนงตัวว่าตนคือเทพีแห่งความสงบสุขและสันติ...ความใสสะอาดของน้ำจะช่วยชำระล้างบาปแก่คนโฉดให้หมดสิ้นไปในชั่วพริบตาเดียว” อึ้งขั้นสุดยอด หมอนี่...เป็นใครกัน ทำไมเขาถึงได้รู้เรื่องราวความเป็นมาของฉันดีกว่าตัวฉันเองอีกล่ะเนี่ย - -*

“นายรู้จักฉัน แต่ฉันนี่สิ ไม่ยักจะรู้จักนาย”

“.....”

“นายเป็นใคร”

“แล้วเมื่อกี้เธอขออะไรจากเจ้าแม่กันล่ะสาวน้อย”

“ถามว่าขออะไรอย่างงั้นเหรอ ไม่น่าถาม ฉันก็ขอนะเนื้อ..”

“เธอขออะไรจากเจ้าแม่ ฉันก็คือสิ่งนั้นนั่นแหละ!!”

อึ้งค้างไปนานหลายนาทีเลยฉัน

หน้าตาก็ดีไม่น่าเสียสติเลยตาคนนี้ แน่นอนที่สุด เขาจะต้องเสียสติไปแล้วแน่ๆ คิดดูสิ คนสติดีที่ไหนจะมาเที่ยวป่าวประกาศว่าตัวเองคือเนื้อคู่พันชาติที่ฉันเพิ่งจะขอเจ้าแม่ไปไม่ถึงสองนาทีน่ะ ไม่มี้!!

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel