ตอนที่ 4: คำโกหกสีขาว
ตอนที่ 4: คำโกหกสีขาว
รินดาใช้เวลาอยู่ในห้องน้ำเกือบสิบนาทีเพื่อจัดการกับสภาพของตัวเอง เธอวักน้ำล้างหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า หวังจะชำระล้างสัมผัสของคินออกไป แต่ดูเหมือนยิ่งล้าง ความสกปรกนั้นก็ยิ่งฝังลึกลงในจิตวิญญาณ รอยแดงที่ไหล่ถูกแป้งตลับโปะทับจนหนาเตอะ คราบน้ำตาถูกเช็ดออก แต่ดวงตาที่บวมช้ำนั้นโกหกใครไม่ได้
‘ทำเพื่อเขา... รินดา ทำเพื่อธัน’
เธอสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ สวมหน้ากากแห่งความเย็นชา แล้วเดินกลับไปที่โต๊ะอาหาร
หมอธันวายังคงนั่งรออยู่ที่เดิม อาหารบนโต๊ะเย็นชืดไปหมดแล้ว ทันทีที่เขาเห็นเธอเดินกลับมา เขาหันมามองด้วยความเป็นห่วง ก่อนจะขมวดคิ้วมุ่นเมื่อเห็นสีหน้าของเธอ
“ริน... คุณโอเคไหม? ตาคุณแดงมากเลย เป็นอะไรหรือเปล่าครับ?” เขาขยับจะลุกขึ้นเดินมาหา
“ไม่ต้องค่ะ!” รินดายกมือห้าม เสียงของเธอแข็งกระด้างจนธันวาชะงัก “นั่งลงเถอะค่ะ ธัน... รินมีเรื่องต้องคุยด้วย”
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเปลี่ยนเป็นอึดอัดทันที ธันวานั่งลงช้าๆ มองหน้าหญิงคนรักด้วยความไม่เข้าใจ “ครับ... มีเรื่องอะไรไม่สบายใจบอกผมได้นะ เรื่องงานเหรอ? หรือเรื่องแม่?”
รินดากำมือใต้โต๊ะแน่นจนเล็บจิกเนื้อ เลือดในกายเย็นเฉียบเมื่อนึกถึงคำขู่ของคิน เธอเหลือบมองขึ้นไปบนชั้นลอยแวบหนึ่ง... แม้จะมองไม่เห็นเขาจากมุมนี้ แต่เธอรู้ว่าเขากำลังจับตาดูทุกวินาที
“ธันคะ...” รินดาพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น “เรื่องแต่งงาน... รินว่าเราพับโครงการไปก่อนเถอะค่ะ”
“ทำไมล่ะครับ?” ธันวาถามเสียงหลง “ถ้าคุณยังไม่พร้อม เราเลื่อนไปก่อนก็ได้ ผมรอได้ รินก็รู้”
“ไม่ใช่แค่เลื่อนค่ะธัน” รินดากลั้นใจพูดประโยคที่เจ็บปวดที่สุด “แต่รินคิดว่า... เราควรหยุดความสัมพันธ์กันแค่นี้”
เหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน ธันวาหน้าชาไปครู่ใหญ่ ก่อนจะฝืนหัวเราะแห้งๆ ออกมา “รินล้อเล่นอะไรครับเนี่ย? วันนี้วันครบรอบของเรานะ... หรือผมทำอะไรผิด? ผมทำให้รินไม่พอใจตรงไหน?”
“คุณไม่ได้ทำอะไรผิดเลยค่ะ คุณดีมาก... ดีเกินไปสำหรับริน” น้ำตาเริ่มเอ่อคลอขึ้นมาอีกครั้ง แต่เธอต้องกลั้นมันไว้ “แต่ริน... รินไม่ได้รักคุณแล้ว”
คำโกหกคำโตหลุดออกมาทำร้ายคนฟังจนนิ่งงัน รินดาเห็นแววตาที่เจ็บปวดของธันวาแล้วอยากจะโผเข้าไปกอดเขา อยากตะโกนบอกความจริงว่าเธอรักเขาแค่ไหน แต่ภาพคลิปวิดีโอและอนาคตของเขาที่อาจพังทลายเพราะเธอ มันค้ำคออยู่
“ไม่จริง...” ธันวาส่ายหน้า “เมื่อกี้เรายังคุยกันดีๆ อยู่เลย ริน... มีใครมาพูดอะไรให้คุณฟัง หรือท่านประธานเขากดดันอะไรคุณ?”
ชื่อของ ‘ท่านประธาน’ ทำให้รินดาสะดุ้ง “ไม่เกี่ยวกับเขา!” เธอรีบปฏิเสธเสียงดัง “มันเป็นที่ตัวรินเอง... รินเบื่อ รินอยากโฟกัสเรื่องงาน และรินก็... มีคนอื่นที่รินสนใจแล้ว”
ธันวาเงียบกริบ แววตาที่เคยอบอุ่นแปรเปลี่ยนเป็นความผิดหวังและว่างเปล่า “คนอื่นเหรอครับ?”
“ใช่ค่ะ... เขาเป็นคนที่... รวยกว่า และให้สิ่งที่รินต้องการได้มากกว่าคุณ” รินดาจงใจใช้คำพูดที่ดูถูกเหยียดหยาม เพื่อให้เขาเกลียดเธอให้มากที่สุด “คุณเป็นหมอที่ดีนะธัน แต่คุณให้ชีวิตที่หรูหราแบบที่รินต้องการไม่ได้... เราเลิกกันเถอะนะคะ ขอให้รินได้เลือกทางของรินเถอะ”
พูดจบ รินดาก็คว้ากระเป๋าถือแล้วลุกขึ้นยืนทันที เธอไม่กล้าสบตาเขาอีกแม้แต่วินาทีเดียว เพราะกลัวว่าความเข้มแข็งที่สร้างมาจะพังทลายลง
“ริน...” เสียงเรียกแผ่วเบาของธันวาไล่หลังมา แต่เธอไม่หันกลับไป
หญิงสาวกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกมาจากร้านอาหาร ท่ามกลางสายตาของพนักงานและลูกค้าโต๊ะอื่น ทันทีที่พ้นประตูร้าน น้ำตาที่กลั้นไว้ก็ไหลทะลักออกมาเหมือนเขื่อนแตก
ติ๊ง!
เสียงข้อความเข้าดังขึ้น รินดายกมือถือขึ้นมาดูด้วยมือที่สั่นเทา
BOSS: [อีโมจิรูปปรบมือ] BOSS: “แสดงได้สมบทบาทมากเด็กดี... รถของฉันจอดรออยู่หน้าร้าน ขึ้นไปนั่งรอซะ คืนนี้ฉันจะให้รางวัลเธออย่างงาม”
รินดามองไปที่รถลีมูซีนสีดำคันหรูที่จอดเทียบท่าอยู่ คนขับรถเปิดประตูรอไว้อย่างรู้หน้าที่ เธอหันกลับไปมองที่ร้านอาหารอีกครั้ง เห็นธันวายังคงนั่งก้มหน้าอยู่ที่เดิม ไหล่ของเขาสั่นไหว...
‘ลาก่อนนะคะธัน... ขอให้คุณไปเจอคนที่ดีกว่าผู้หญิงสกปรกอย่างริน’
รินดาก้าวขึ้นรถไปสู่กรงขังของปีศาจ ทิ้งหัวใจตัวเองไว้เบื้องหลังตลอดกาล
