ตอนที่ 3: กฎข้อที่หนึ่ง
ตอนที่ 3: กฎข้อที่หนึ่ง
“ริน... รินครับ? คุณร้องไห้เหรอ?”
เสียงของธันวาดึงสติของรินดากลับมา เธอสะดุ้งสุดตัว รีบยกมือปาดน้ำตาที่เผลอไหลออกมาอย่างลวกๆ แล้วปั้นยิ้มที่ดูขมขื่นที่สุดส่งให้เขา “ป...เปล่าค่ะ ฝุ่นมันเข้าตาน่ะ” เธอสูดลมหายใจลึก พยายามคุมเสียงไม่ให้สั่น “ธันคะ รินขอตัวไปเข้าห้องน้ำสักครู่นะคะ เดี๋ยวมา”
“ให้ผมเดินไปส่งไหม?”
“ไม่ต้องค่ะ!” รินดาปฏิเสธเสียงดังจนเกินเหตุ ก่อนจะรีบปรับโทนเสียงลง “เอ่อ... คือรินไปแป๊บเดียวค่ะ สั่งอาหารรอได้เลยนะคะ”
หญิงสาวคว้ากระเป๋าถือแล้วรีบลุกออกไปทันทีโดยไม่รอคำตอบ ขาเรียวภายใต้ชุดเดรสสีแดงก้าวขึ้นบันไดวนสู่ชั้นลอยด้วยความรู้สึกหนักอึ้งเหมือนมีลูกตุ้มเหล็กถ่วงขา ยิ่งเดินเข้าใกล้โซน VIP มากเท่าไหร่ รังสีอำมหิตก็ยิ่งแผ่ซ่านออกมาจนเธอขนลุก
หน้าห้อง VIP 1 มีบอดี้การ์ดร่างยักษ์สองคนยืนเฝ้าอยู่ ทันทีที่เห็นเธอ พวกเขาโค้งให้เล็กน้อยแล้วเปิดประตูให้อย่างรู้ตระหนัก ราวกับรู้ล่วงหน้าว่า ‘ของเล่น’ ของเจ้านายกำลังจะมาถึง
แกร๊ก...
เสียงล็อกประตูที่ดังขึ้นทันทีที่เธอก้าวเข้ามา ทำให้หัวใจของรินดาร่วงไปอยู่ที่ตาตาทุ่ม ภายในห้องกว้างขวางและมืดสลัว มีเพียงแสงไฟจากเทียนไขบนโต๊ะอาหาร และแสงไฟจากตึกระฟ้าภายนอกที่ส่องผ่านกระจกใสเข้ามา... คินนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังตัวยาว แก้วไวน์ในมือยังคงแกว่งไกวเป็นจังหวะเนิบนาบ
“2 นาที 45 วินาที...” คินยกนาฬิกาข้อมือราคาแพงระยับขึ้นดู ก่อนจะเงยหน้ามองเธอด้วยแววตาตำหนิ “ช้ากว่าที่คิดนะ สำหรับคนที่กลัวความลับแตก”
“คุณต้องการอะไร?” รินดาถามเสียงแข็ง ยืนกอดอกแน่นเพื่อปกปิดแผ่นหลังที่เปิดเปลือยจากสายตาโลมเลียของเขา
“มานี่” คินตบเบาะข้างตัวเบาๆ
รินดายืนนิ่ง “ฉันบอกว่าฉันจะลาออก แล้วฉันก็...”
เพล้ง!
แก้วไวน์ในมือคินถูกปาใส่ผนังเฉียดหน้าเธอไปเพียงนิดเดียว เศษแก้วและน้ำสีแดงกระจัดกระจายเต็มพื้น รินดากรีดร้องเบาๆ ด้วยความตกใจ ตัวสั่นเทา
“ฉันสั่ง... ให้เธอมานั่ง” น้ำเสียงของคินต่ำจนน่ากลัว “หรืออยากให้ฉันลงไปลากคอหมอนั่นขึ้นมาดูฉากรักของเราบนนี้?”
รินดากัดฟันเดินเข้าไปนั่งลงข้างเขาอย่างจำยอม ทันทีที่สะโพกแตะเบาะ คินก็กระชากเอวเธอเข้าไปกอด รั้งร่างบางให้เกยขึ้นมาบนตักแกร่ง จมูกโด่งซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่นอย่างหิวกระหาย
“อื้อ... ปล่อยนะ! คุณคิน สัญญามันจบไปแล้ว!” รินดาดิ้นรนทุบตีไหล่เขา
“สัญญาจะจบ ก็ต่อเมื่อฉันบอกว่าจบ!” คินคำรามชิดใบหู มือหนาลูบไล้แผ่นหลังเปลือยเปล่าที่เย็นเฉียบจากเครื่องปรับอากาศ สลับกับบีบเฟ้นเอวคอดกิ่วอย่างแรง “แล้วใครอนุญาตให้เธอใส่ชุดร่านๆ แบบนี้มาเจอมัน? หืม? อยากให้มันเห็นหลังสวยๆ ที่ฉันทำรอยไว้เหรอ?”
“มันเรื่องของฉัน... อ๊ะ!”
คินไม่ฟังคำแก้ตัว เขาจับเธอพลิกตัวให้หันหน้าออกไปหากระจกใสบานใหญ่... จากตรงนี้... เธอมองเห็นโต๊ะด้านล่างได้อย่างชัดเจน หมอธันวา ยังคงนั่งรอเธออย่างใจจดใจจ่อ เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูนาฬิกาด้วยท่าทีกังวล โดยไม่รู้เลยว่าผู้หญิงที่เขารักกำลังถูกชายอื่นรังแกอยู่เหนือหัว
“มองดูมันสิรินดา...” คินกระซิบเสียงพร่าที่ข้างหู มือข้างหนึ่งรวบข้อมือทั้งสองของเธอไพล่หลังไว้แน่น ส่วนอีกมือล้วงเข้าไปใต้กระโปรงตัวยาว “ดูหน้าโง่ๆ ของมัน ในขณะที่เมียของมันกำลังจะเสร็จคาเก้าอี้ของฉัน”
“ไม่... ฮึก... อย่าทำนะคุณคิน ขอร้อง...” รินดาสะอื้น พยายามหุบขาหนีแต่สู้แรงเขาไม่ได้
“กฎข้อที่หนึ่งของการเป็นของเล่น...” คินดันแพนตี้ตัวจิ๋วของเธอไปด้านข้าง นิ้วร้ายกาจสอดแทรกเข้าไปในช่องทางคับแคบที่ชุ่มชื้นทันทีโดยไม่มีการเล้าโลม “ห้ามปฏิเสธเจ้าของ และห้ามมีความสุขกับคนอื่น”
“อ๊า!” รินดาเผลอครางออกมาเสียงดังจนต้องรีบกัดปากตัวเองไว้ ความเสียวซ่านผสมกับความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่วท้องน้อย นิ้วของคินขยับเข้าออกรัวเร็วและรุนแรงราวกับจะลงโทษ
“ดูมันไว้! ลืมตา!” คินสั่งเมื่อเห็นเธอหลับตาปี๋ “มองหน้ามัน... แล้วบอกฉันว่าเธอเป็นของใคร? ข้างในตัวเธอตอนนี้... มันคือนิ้วของใคร?!”
“ฮึก... ของคุณ... เป็นของคุณ” รินดาตอบเสียงสั่นพร่า น้ำตาไหลพรากมองภาพธันวาที่เบลอไปหมด เพราะแรงขยับจากนิ้วของคินที่เร่งเร้าจุดอ่อนไหวของเธออย่างไม่ปรานี
คินแสยะยิ้มพอใจ เขาโน้มตัวลงกัดไหล่เปลือยของเธอจนจมเขี้ยว ตีตราจองซ้ำรอยเดิม “จำความรู้สึกนี้ไว้รินดา... ต่อให้เธอแต่งงานกับมัน คืนเข้าหอ... เธอก็จะคิดถึงแต่สัมผัสของฉัน เธอจะไม่มีวันหนีฉันพ้น”
ร่างกายของรินดากระตุกเกร็ง ความสุขสมที่น่ารังเกียจถาโถมเข้ามาจนสมองขาวโพลน เธอกรีดร้องไร้เสียงภายในลำคอ ปล่อยตัวปล่อยใจไปกับพายุอารมณ์ที่เขามอบให้
เมื่อพายุสงบลง คินดึงมือออก เช็ดคราบน้ำรักของเธอกับกระโปรงชุดสวยราคาแพงจนเป็นรอยด่างดวง “ลงไปหามันได้แล้ว... ไปบอกเลิกมันซะ” เขาออกคำสั่งเสียงเย็น “แล้วคืนนี้มาหาฉันที่คอนโด ถ้าเธอเบี้ยวนัด... คลิปเสียงครางของเธอเมื่อกี้ จะถูกส่งเข้าไลน์กลุ่มโรงพยาบาลทันที”
รินดาทรุดลงกับพื้น ร้องไห้ออกมาอย่างไม่อายใคร เธอเกลียดเขา... แต่ที่น่าสมเพชที่สุดคือ เธอเกลียดร่างกายตัวเองที่ตอบสนองเขาทุกครั้ง
