ลงทัณฑ์
น้ำตาลจำใจยอมให้เขามาส่งที่หน้าตึก ขณะที่เธอกำลังจะก้าวลงจากรถตู้คันหรู ชายหนุ่มก็ส่งเสียงปรามขึ้นมาเสียก่อน
“เดี๋ยวก่อน ห้ามตุกติกนะ ถ้าฉันรู้ว่าเธอคิดไม่ซื่อ ฉันจะจับขังไม่ให้เห็นเดือนเห็นตะวันเลย คอยดู”
“ตาลสัญญาค่ะ”
“ไอ้แตม เอาโทรศัพท์มึงมาซิ เธอใช้ของไอ้แตมไปก่อน แล้วเอาเครื่องของเธอมานี่ เธอไม่มีสิทธิ์ใช้มัน ฉันจะโทรเช็กทุกชั่วโมง”
น้ำตาลรับโทรศัพท์ของไอ้แตมมาถือไว้ด้วยมือที่สั่นเทา ก่อนจะส่งเครื่องของตนให้เพลิงอย่างจำยอม สายตาคมกริบคู่นั้นจ้องมองมาราวกับจะทะลวงลึกเข้าไปถึงความคิดข้างใน
“จำไว้ ถ้าฉันโทรไปแล้วเธอไม่รับสายภายในสามวินาที ฉันจะบุกขึ้นไปลากตัวลงมาจากห้องสอบต่อหน้าอาจารย์และเพื่อนทุกคน”
“คุณเพลิง อย่าทำแบบนั้นนะคะ ตาลอายคนอื่น” น้ำตาลหน้าตื่น
“งั้นก็ทำตัวดีๆ อย่าให้ฉันต้องรอจนต้องขึ้นไปตามตัว” เพลิงเหยียดยิ้มร้ายพลางเอนหลังพิงเบาะหนังราคาแพง “ไปได้แล้ว ฉันให้เวลาสองชั่วโมง ถ้าเกินแม้แต่นาทีเดียว เตรียมตัวโดนทำโทษได้เลย”
น้ำตาลรีบก้าวลงจากรถราวกับกลัวว่าเขาจะเปลี่ยนใจ ท่ามกลางสายตาของเหล่านักศึกษาที่หันมามองรถตู้คันหรูหน้าตึกคณะบริหารด้วยความสงสัย
ขณะที่ร่างบางเดินกึ่งวิ่งเข้าไปในตึก เพลิงลดกระจกฟิล์มดำลงเล็กน้อย สายตาคมเข้มจับจ้องตามแผ่นหลังเล็กไปจนสุดสายตา จนไอ้แตมที่นั่งอยู่ข้างคนขับอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปาก
“นายครับ เฝ้าขนาดนี้ ไม่ขึ้นไปนั่งสอบข้างๆ น้องน้ำตาลเลยล่ะครับ”
“ไอ้แตม มึงอยากไปเฝ้ายมบาลแทนไหม ปิดปากไปเลย” เพลิงตวาดเสียงเขียว ทว่าในใจกลับว้าวุ่นอย่างประหลาด เพียงแค่เห็นน้ำตาลเดินห่างออกไป ความหงุดหงิดก็เริ่มก่อตัวขึ้นมาเสียเฉยๆ
ระหว่างสอบวิชาสุดท้ายก่อนพักเบรก โทรศัพท์ของไอ้แตมสั่นรัวอยู่ในกระเป๋า น้ำตาลยังทำข้อสอบไม่เสร็จจึงไม่อาจรับสายได้ ฝั่งคนโทรก็กระหน่ำกดโทรเข้ามานับสิบสาย พอน้ำตาลส่งกระดาษคำตอบเสร็จจึงรีบกดรับสาย
“ค่ะคุณเพลิง ตาลเพิ่งออกจากห้องสอบค่ะ”
“เธอกล้าท้าทายฉันมากนะน้ำตาล ลงมาขึ้นรถ”
“แต่ตาลยังมีสอบตอนบ่ายอีกวิชานึงค่ะ”
“ลงมา หรือจะให้ขึ้นไปตาม”
น้ำตาลกดวางสายแล้วรีบเดินลงมา ระหว่างทางเพื่อนสนิทก็ร้องทักขึ้น
“ยัยตาล นี่แกจะรีบไปไหน”
“ฉันมีธุระน่ะผิง เดี๋ยวเล่าให้ฟังนะ”
โทรศัพท์ในมือสั่นขึ้นมาอีกรอบ
“ไปก่อนนะผิง บ่ายเจอกัน” เธอรีบกรอกเสียงลงไปในสาย “กำลังไปแล้วค่ะ”
น้ำตาลกึ่งเดินกึ่งวิ่งลงมาจากตึกคณะด้วยหัวใจที่เต้นระรัว รถตู้คันเดิมยังคงจอดเด่นหราอยู่หน้าตึก กระจกด้านหลังค่อยๆ เลื่อนลง เผยให้เห็นสายตาคมกริบที่มองมาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
พอน้ำตาลก้าวเข้าไปในรถยังไม่ทันได้ปิดประตู แรงมหาศาลก็กระชากแขนเธอให้เข้าไปประชิดตัวคนตัวโต
“ฉันบอกเธอว่ายังไงน้ำตาล บอกให้รับภายในสามวินาทีไม่ใช่เหรอ” เสียงทุ้มตวาดลั่นจนหญิงสาวตัวสั่น
“ตะ...ตาลสอบอยู่ค่ะคุณเพลิง อาจารย์คุมเข้มมาก ตาลรับไม่ได้จริงๆ”
“สอบสำคัญกว่าคำสั่งของฉันงั้นเหรอ” เพลิงบีบต้นแขนเรียวแน่นขึ้น “รู้ไหมว่าสิบนาทีที่เธอไม่รับสาย ฉันคิดจะสั่งให้คนพังห้องสอบเข้าไปลากคอเธอลงมาอยู่แล้ว”
“ตาลขอโทษค่ะ ตาลรีบออกมาที่สุดแล้ว” น้ำตาลเม้มปากแน่น น้ำตาเริ่มรื้นด้วยความกดดันและอับอายสายตาคนที่เดินผ่านไปมา
“หึ แล้วไอ้หน้าจืดที่ยืนมองเธอตอนเดินลงมานั่นล่ะ ใคร”
“นั่นเพื่อนค่ะ เขาแค่จะทัก...”
“เพื่อนงั้นเหรอ สายตามันไม่ได้บอกว่าอยากเป็นเพื่อนเลยนะ” เพลิงโน้มหน้าเข้าไปใกล้จนสัมผัสได้ถึงไอความหึงหวงที่แผ่ออกมา “จำใส่หัวไว้ ตอนนี้เธอเป็นคนของฉัน หนี้ที่ต้องชดใช้มันรวมถึงการที่เธอไม่มีสิทธิ์ไปมองหน้าผู้ชายคนไหนด้วย”
“แต่คุณเพลิงไม่มีสิทธิ์มาห้ามเรื่องเพื่อนของตาลนะคะ” น้ำตาลเถียงกลับเพราะความอัดอั้น
“ไม่มีสิทธิ์งั้นเหรอ งั้นมาดูว่าฉันจะมีสิทธิ์ทำอะไรกับลูกหนี้อย่างเธอได้บ้าง”
เพลิงกดปุ่มปิดกั้นกระจกระหว่างห้องโดยสารกับคนขับ ไอ้แตมที่นั่งข้างหน้ารีบหันหน้ามองกระจกข้างทันที
“คุณเพลิง จะทำอะไรคะ... อื้อ!”
ริมฝีปากหนาฉกวูบลงมาปิดกั้นเสียงประท้วงอย่างรวดเร็วและดุดัน ไม่ใช่จูบที่อ่อนหวาน หากแต่เป็นการลงทัณฑ์ที่แฝงไปด้วยความหึงหวง น้ำตาลเบิกตากว้าง พยายามดันแผงอกแกร่งออก แต่กลับถูกรวบแขนทั้งสองข้างไปไว้ด้านหลังด้วยมือเพียงข้างเดียวของเขา
เพลิงบดจูบอย่างโหยหา รสชาติหอมหวานล้ำลึกทำให้คนที่เคยเยือกเย็นถึงกับสติพร่าเลือน
“อื้อ... ปล่อย...” น้ำตาลประท้วงในลำคอเมื่อเขาเริ่มรุกล้ำจนเธอแทบหมดอากาศหายใจ
เพลิงยอมถอนริมฝีปากออก แต่ยังคงวางใบหน้าไว้ชิดใกล้ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดพวงแก้มใสจนบรรยากาศในรถร้อนระอุ
“จำไว้ อย่าให้ฉันเห็นว่าเธอยิ้มให้ผู้ชายคนไหนอีก แม้แต่คนเดียว” เขาขู่กระซิบชิดริมฝีปากที่บวมเจ่อ “ส่วนเรื่องเพื่อน... ถ้าไม่อยากให้เพื่อนสนิทเดือดร้อนก็ปิดปากให้เงียบ อย่าให้รู้ว่าเธอมาอยู่ที่นี่ในฐานะอะไร”
น้ำตาลสั่นไปทั้งตัว “คะ...คุณเพลิงรู้จักผิงเหรอคะ”
“หึ เพื่อนเธอฉันทำความรู้จักไม่ยาก และถ้าไม่อยากให้ฉันทำอะไรเพื่อน ก็ทำตัวให้มันดีๆ”
เสียงโทรศัพท์ของน้ำตาลดังขึ้น มีสายเรียกเข้าจากผิง
“นายครับ เพื่อนน้องน้ำตาลโทรมา จะให้ผมรับไหมครับ”
“ไอ้แตม เอาโทรศัพท์มานี่” เพลิงคว้าโทรศัพท์มาแล้วยื่นให้น้ำตาล “รับสาย เปิดลำโพงด้วย ฉันจะฟัง”
น้ำตาลกดรับสายด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“ว่าไงผิง”
“ตาล ใกล้ถึงเวลาสอบแล้วนะมัวทำอะไรอยู่ ข้าวก็ไม่ยอมไปกิน เดี๋ยวเข้าห้องสอบไม่ทันหรอก”
เพลิงจ้องหน้าเชิงบังคับให้ตอบ
“ตาลเข้าห้องน้ำอยู่น่ะ เดี๋ยวรีบไปนะ”
น้ำตาลกดวางสายทันที “ตาลต้องรีบไปแล้วค่ะคุณเพลิง ช่วยเปิดประตูด้วยค่ะ”
“สอบเสร็จกี่โมง”
“บะ...บ่ายสองค่ะ”
“อย่าให้ฉันต้องโทรตามอีก ลงไปได้แล้ว”
น้ำตาลก้าวลงจากรถพร้อมหยาดน้ำตาที่คลอเบ้า เธอพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ไว้ลึกสุดใจแล้วเดินเข้าห้องสอบไปเป็นคนสุดท้าย
ความรู้สึกอึดอัดยังคงบีบรัดหัวใจ แม้จะพยายามจดจ่อกับกระดาษคำถามตรงหน้า แต่มือยังคงสั่นเทา กลิ่นน้ำหอมและสัมผัสร้อนแรงที่ริมฝีปากยังคงตอกย้ำว่าชีวิตเธอไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป
ทางด้านในรถตู้... เพลิงจ้องมองแผ่นหลังบางที่หายลับเข้าไปในตึก เขายกบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบพลางพ่นควันออกมาอย่างช้าๆ
“นายครับ คุณผิงเธอจะสงสัยไหมครับถ้าบังเอิญมาเจอพวกเรา” ไอ้แตมถามอย่างกล้าๆ กลัวๆ
“เรื่องของมัน มึงมีหน้าที่ขับรถก็ขับไป” เพลิงปรามเบาๆ แต่ในใจกลับไม่สงบนิ่ง รสสัมผัสหวานล้ำจากริมฝีปากของน้ำตาลยังคงวนเวียนอยู่ในห้วงความคิด “ไอ้แตม บ่ายสองเตรียมตัวลากยัยนั่นกลับบ้านทันทีที่ออกจากห้องสอบ ห้ามช้าแม้แต่วินาทีเดียว เพราะคืนนี้ฉันมีบทลงโทษชุดใหญ่เตรียมไว้ให้”
น้ำตาลเร่งทำข้อสอบจนเสร็จ เมื่อก้าวออกจากห้องสอบและเหลือบมองนาฬิกาก็พบว่ายังเหลือเวลาอีกสิบนาทีก่อนจะถึงบ่ายสอง ธันวา เพื่อนชายร่วมกลุ่มที่แอบชอบเธออยู่ก็เดินเข้ามาทัก
“ตาลจะรีบไปไหน อ่านไลน์กลุ่มหรือยัง คืนนี้พวกเรามีนัดกัน ห้ามเบี้ยวล่ะ”
“เอ่อ... ยังไม่ได้อ่านเลย เดี๋ยวค่อยอ่านนะ”
หัวใจของน้ำตาลเต้นระรัว เมื่อนึกขึ้นได้ว่าโทรศัพท์ของตนอยู่ในมือของมาเฟียหนุ่ม
'ป่านนี้ไม่โกรธจนควันออกหูแล้วเหรอ'
“เราไม่ว่างน่ะ ฝากธันวาบอกเพื่อนๆ ด้วยนะ”
“จะรีบไปไหนล่ะตาล พอสอบเสร็จไปเที่ยวกันไหม ธันมีอะไรจะบอก”
“อะแฮ่ม แอบคุยอะไรกัน แหมธัน ไม่ชวนฉันเลยนะ” ผิงเดินเข้ามาสมทบหลังจากออกจากห้องสอบ
“ผิงคุยกับธันไปก่อนนะ ไว้เจอกันวันส่งเอกสารจบ”
“เฮ้ยแกจะรีบไปไหนน้ำตาล นี่ฉันจะชวนแกไปเป็นเลขาของเฮีย เฮียให้เงินเดือนตั้งเยอะแต่ฉันไม่อยากทำ เลยว่าจะเสนอให้แกไปแทน”
“ขอบใจนะผิง แต่ตอนนี้ฉันปวดท้อง ขอตัวก่อนนะ”
บนรถตู้ คนที่นั่งรอยิ่งอารมณ์คุกรุ่นเมื่อเห็นข้อความในกลุ่มแชตเด้งแจ้งเตือนการนัดฉลองสอบเสร็จ
'ไนต์คลับ PM69 งั้นเหรอ ฝันไปเถอะ'
แรกเริ่มเขาไม่ได้ใส่ใจข้อความเหล่านั้น ทว่าสายตากลับไปสะดุดเข้ากับชื่อของสมาชิกในกลุ่มคนหนึ่ง... ผู้ชายที่ชื่อธันวา
