น้ำตาลใกล้ไฟ Sugar near the Fire

74.0K · อัพเดทล่าสุด
ลาเต้หวานมัน
48
บท
210
ยอดวิว
7.0
การให้คะแนน

บทย่อ

"เมื่อความแค้นแผดเผาจนมืดบอด... เธอจึงต้องกลายเป็นน้ำตาลที่มอดไหม้อยู่กลางกองไฟ" เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ ต้น พี่ชายเพียงคนเดียวของ น้ำตาล (คณึงนาง) ถูกกล่าวหาว่าขโมยข้อมูลลับจากกาสิโนของ เพลิง (อัคคี) มาเฟียหนุ่มวัย 29 ปี ผู้ดุดันและไร้ความปราณี ต้นหายสาบสูญไปทิ้งให้น้ำตาลต้องเผชิญหน้ากับ มาเฟียหนุ่ม ที่กำลังคลั่งเพียงลำพัง เพลิงตัดสินใจใช้กระบวนการ "ตาต่อตา ฟันต่อฟัน" ในเมื่อตามจับตัวคนโกงไม่ได้ เขาจึงลักพาตัวน้ำตาลมากักขังไว้ในฐานะ "ลูกหนี้ที่ต้องชำระด้วยร่างกาย" เพื่อบีบให้ต้นปรากฏตัว น้ำตาลผู้เด็ดเดี่ยวและเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ของพี่ชาย จำต้องยอมจำนนถูกจองจำอยู่ในกรงทอง ท่ามกลางบทลงทัณฑ์ที่เต็มไปด้วยความหึงหวงและอารมณ์ที่พลุ่งพล่านของอัคคี แต่ยิ่งเพลิงแผดเผาเธอด้วยไฟแค้น เขากลับยิ่งแพ้ทางความอ่อนโยนและความดีงามของน้ำตาล จนเกิดเป็นโซ่ตรวนแห่งความสิเน่หาที่พันธนาการคนทั้งคู่ไว้ด้วยกัน ขณะที่น้ำตาลเริ่มมีชีวิตใหม่ในครรภ์ ความลับที่ถูกปิดตายก็เริ่มเปิดเผยขึ้น เมื่อพบว่าต้นพี่ชายของเธอยังไม่ตาย แต่กลายเป็น "นายหลง" ชายไร้ความทรงจำที่ซ่อนตัวอยู่ในไร่กุหลาบขาว พายุลูกใหญ่กำลังจะมาถึง... เมื่อคนหนึ่งรอวันล้างแค้น อีกคนรอวันพิสูจน์ความจริง และอีกคนคือพยานรักที่กำลังจะลืมตาดูโลก ท่ามกลางแผนร้ายของ "หนอนบ่อนไส้" ตัวจริงที่จ้องจะทำลายทุกคนที่อยู่ใกล้เพลิง

นิยายรักโรแมนติกประธานแม่เลี้ยงเดี่ยวนักศึกษามาเฟียจีบเมียเก่ามีลูกโรแมนติกดราม่า18+

หนี้แค้น

กลิ่นบุหรี่ราคาแพงคละคลุ้งอยู่ในห้องทำงานกว้างขวางบนชั้นสูงสุดของกาสิโนหรู แสงไฟสลัวเรืองรองจากตึกระฟ้าภายนอกหน้าต่างบานยักษ์สะท้อนเข้ากับใบหน้าคมกริบของชายหนุ่มที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานไม้ตัวหนา

‘เพลิง’ หรือที่ใครต่อใครขนานนามว่า อสุรกายแห่งโลกสีเทา กำลังจ้องมองหญิงสาวที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้าด้วยสายตาเย็นชาจนน่าขนลุก

“ฮึก... คุณเพลิงคะ ตาลไม่รู้เรื่องจริงๆ ค่ะ ตาลไม่รู้ว่าพี่ต้นไปทำอะไรไว้”

น้ำตาล สะอื้นจนตัวโยน ร่างบางสั่นเทาในชุดนักศึกษาที่หลุดลุ่ยเล็กน้อยจากการถูกลูกน้องของเขาฉุดกระชากลากถัวมาที่นี่ มือเล็กที่ถูกมัดด้วยเคเบิลไทร์บวมแดงจนเห็นรอยช้ำ

“ไม่รู้?” เพลิงแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นต่ำพร่าแต่ทรงพลังจนน้ำตาลต้องก้มหน้าหนี “ไอ้พี่ชายสารเลวของเธอ มันคาบเอาข้อมูลลูกค้าระดับวีไอพีของฉันไปประเคนให้พวกไอ้เอลิค... มันทำให้ฉันเกือบพินาศ แล้วเธอยังกล้าบอกว่าไม่รู้เหรอ!”

เขาลุกขึ้นเดินช้าๆ อ้อมโต๊ะมาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ กลิ่นน้ำหอมผสมกลิ่นบุหรี่ที่แสนดุดันแผ่ซ่านจนน้ำตาลรู้สึกเหมือนอากาศหายใจกำลังจะหมดไป

เขาเชยคางมนขึ้นด้วยนิ้วแข็งแรง บีบแน่นจนหญิงสาวนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ

“ในเมื่อมันหนีไป... เธอก็ต้องเป็นคนชดใช้แทน”

“ตาลไม่มีเงินมากขนาดนั้นหรอกค่ะ... ฮือออ ให้ตาลทำอะไรก็ได้ ตาลจะทำงานใช้หนี้...”

“ทำงานเหรอ!! เธอคิดว่าเธอต้องทำงานให้ฉันกี่ชาติถึงจะใช้หนี้หมด!“เพลิงแสยะยิ้มที่มุมปาก สายตาคมกริบกวาดมองตั้งแต่นวลแก้วขาวผ่องลงมาจนถึงลำคอระหง “คนอย่างเธอจะทำอะไรได้ นอกจากการเป็น ‘ที่ระบายโทสะ’ ของฉัน... จนกว่าไอ้พี่ชายของเธอจะโผล่หัวออกมา”

“คุณเพลิง! อย่าทำอะไรตาลเลยนะคะ ตาลขอร้อง...”

“จำไว้ น้ำตาล...” เพลิงโน้มตัวลงมากระซิบที่ข้างใบหูเล็ก เสียงนั้นเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งแต่แฝงไปด้วยความเร่าร้อนของไฟตามชื่อของเขา “นับตั้งแต่วินาทีนี้ ชีวิตเธอเป็นของฉัน ห้ามตาย ห้ามหนี และห้ามอ้อนวอนขอความเมตตา... เพราะไฟอย่างฉัน ไม่เคยปรานีใคร โดยเฉพาะน้ำหวานที่เป็นน้องสาวของคนทรยศอย่างเธอ!”

”เอาตัวไปขัง อย่าให้หนีไปได้“

”ครับนาย …แต่จะให้เอาไปขังที่ไหนครับ“

”มึงไม่รู้จะเอาไปขังที่ไหนมึงก็พาไปไว้ห้องกูเลยสิ!”

"มึงไม่รู้จะเอาไปขังที่ไหน มึงก็พาไปไว้ในห้องนอนกูเลยสิ! หรือต้องให้กูถีบมึงก่อนถึงจะฉลาดขึ้นมาได้ห๊ะ!"

เพลิงตวาดเสียงกร้าวทำท่าจะยันโครมเข้าที่ยอดอกลูกน้องคนสนิท จนมันต้องรีบกุลีกุจอเข้ามาลากแขนน้ำตาลที่ตัวสั่นงันงกให้ลุกขึ้น

น้ำตาลเบิกตากว้าง หัวใจหล่นวูบไปที่ตาตุ่ม... ‘ห้องนอนของเขาเหรอ? นั่นมันคือที่ที่อันตรายสำหรับฉันชัดๆ!’

"ไม่นะ! คุณเพลิง... ปล่อยตาลไปเถอะค่ะ ฮือออ"

เสียงหวีดร้องอ้อนวอนของหญิงสาวถูกกลืนหายไปพร้อมกับบานประตูที่ปิดลงสนิท ทิ้งไว้เพียงชายหนุ่มที่ยืนกำหมัดแน่น แววตาที่จ้องมองบานประตูนั้นวาวโรจน์ไปด้วยความแค้น... และความปรารถนาบางอย่างที่เขาเองก็ยังไม่กล้ายอมรับ

ชายร่างสูงคนนั้นพาเธอเข้ามาในคฤหาสน์หลังใหญ่ เขาพาเธอขึ้นมาชั้นสองเปิดประตูและผลักเธอเข้าไปในห้องนอนอันโออ่า

“เข้าไป! นายสั่งให้อยู่ในนี้ อย่าคิดหนีเด็ดขาด ถ้าไม่อยากเจ็บตัว!”

ชายร่างสูงที่เป็นคนสนิทของเพลิงขู่เสียงเข้ม ก่อนจะผลักร่างบางเข้าไปในห้องนอนอันโออ่า ทันทีที่แผ่นหลังชนกับความเย็นเยียบของบานประตูที่ปิดสนิทลง น้ำตาลก็ทำได้เพียงยืนเคว้งอยู่กลางห้องที่กว้างขวางและหรูหราทันสมัยอย่างที่ชีวิตนี้เธอไม่เคยเห็นมาก่อน

แต่ความสวยงามนั้นไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นเลย... แต่มันกลับเหมือนกรงขังราคาแพงมากกว่า

ขณะเดียวกันที่หน้าห้อง...

ไอ้แตมเกาหัวแกรกๆ พลางมองบานประตูห้องนอนเจ้านายด้วยสายตาเจ้าเล่ห์

‘นายนะนาย... ปากก็บอกว่าแค้นนักแค้นหนา แต่ไหงสั่งให้เอามาขังไว้ในห้องนอนตัวเองซะงั้น สงสัยคราวนี้จะมาแนวใหม่แฮะ ปกติเห็นส่งไปขังโกดังหลังบ่อนตลอด... หรือว่าพี่เพลิงของเราจะเปลี่ยนรสนิยมชอบแนวเด็กมหา’ลัยวะ?’ ไอ้แตมยิ้มกริ่มก่อนจะเดินนกหวีดไปตามทางเดิน ทิ้งให้น้ำตาลเผชิญความเงียบสงัดเพียงลำพัง... จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปถึงกลางดึก

น้ำตาลนั่งกอดเข่าซุกหน้าลงกับท่อนแขน ปล่อยให้เสียงสะอื้นเบาๆ ดังสะท้อนอยู่ในห้องนอนกว้าง ภาพเหตุการณ์เมื่อช่วงเช้ายังคงตามมาหลอกหลอนเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นไม่กี่วินาทีก่อน...

เธอยังจำกลิ่นแดดอ่อนๆ และเสียงรถยนต์บนท้องถนนได้ดี น้ำตาลในชุดนักศึกษาเรียบร้อยกำลังเดินอยู่บนฟุตบาทมุ่งหน้าไปยังมหาวิทยาลัย ในหัวยังคิดถึงวิชาที่จะสอบและเมนูมื้อกลางวันที่จะกินกับเพื่อน

แต่แล้ว... ทุกอย่างก็พังทลาย

จู่ๆ ร่างของเธอก็ถูกกระชากอย่างแรงจากทางด้านหลัง แรงมหาศาลมหาศาลฉุดเธอให้เซถอยหลัง ก่อนที่ฝ่ามือหนาพร้อมผ้าที่มีกลิ่นฉุนกึกจะโปะลงบนจมูกและปาก น้ำตาลพยายามดิ้นรน ขัดขืน และร้องขอความช่วยเหลือ แต่มันกลับไร้เสียง สติของเธอพร่าเลือนและดับวูบลงกลางแดดจ้าตรงนั้นเอง...

‘พี่ต้น... พี่ไปทำอะไรไว้ ทำไมเขาต้องทำกับตาลแบบนี้’

น้ำตาลคร่ำครวญในใจ หนี้แค้นที่เธอไม่ได้ก่อ แต่มูลค่ามันมหาศาลจนเธอแทบมองไม่เห็นทางชดใช้

‘ต้องถูกรางวัลที่หนึ่งกี่งวดถึงจะใช้หนี้ไอ้มาเฟียจอมโหดนั่นหมด... แล้วฉันจะออกไปจากทีนี่นี่ได้ยังไง น้ำตาลเอ๊ย...’

ยิ่งคิด น้ำตาก็ยิ่งไหลพรากหยดลงบนชุดนักศึกษาที่ยับยู่ยี่ เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นหยดน้ำผึ้งที่บังเอิญปลิวไปตกลงกลางกองเพลิงที่พร้อมจะเผาไหม้เธอให้กลายเป็นจุล…

เพลิงเปิดประตูเข้ามาในห้องกลางดึก ด้วยความเหนื่อยล้า และฤทธิ์ของแอลกอฮอล์เขาได้ยินเสียงสะอื้นของผู้หญิง ‘ตายยห่าแล้วไอ้เพลิง นี่กูเมาจนหูแว่วขนาดนี้เลยเหรอว่ะ’ พร้อมเห็นเงาตะคุ่มๆกอดเขาร้องไห้ตรงโซฟา เขาจึงรีบเปิดไฟ

เห็นน้ำตาลในชุดนักศึกษานั่งกอดเข่าร้องไห้

“เธอเข้ามาในห้องนี้ได้ยังไง!“

น้ำตาลตกใจจนตัวสั่น “อึก..พี่คนนั้นพามาค่ะ

คุณเพลิงอย่าทำอะไรน้ำตาลนะคะ”

“มารยา ฉันเกลียดน้ำตาผู้หญิงอย่างเธอที่สุด”

“มารยา! ฉันเกลียดน้ำตาผู้หญิงอย่างเธอที่สุด หยุดร้องเดี๋ยวนี้!”

เพลิงตวาดเสียงกร้าวพลางย่างสามขุมเข้าไปหา ร่างสูงโปร่งในสภาพเสื้อเชิ้ตปลดกระดุมเม็ดบนออกจนเห็นแผงอกตึงแน่น กลิ่นเหล้าจางๆ ที่ติดตัวเขามาทำให้น้ำตาลยิ่งขยับหนีจนหลังชนกับพนักโซฟา

“ตาล... ตาลไม่ได้มารยาจริงๆ นะคะ คุณเพลิงปล่อยตาลไปเถอะ ตาลกลัว...”

เธอยกมือไหว้ปลกๆ ทั้งที่น้ำตายังนองหน้า ภาพตรงหน้าทำเอาเพลิงที่กำลังมึนศีรษะถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง หัวใจที่เคยแข็งกระด้างมันกระตุกแปลกๆ เมื่อเห็นผิวขาวผ่องของเด็กสาวในชุดนักศึกษามันตัดกับสีเข้มของโซฟาหนังในห้องนอนของเขา... และที่สำคัญ รอยแดงที่ข้อมือจากการถูกมัดมันยังเด่นหราเตือนใจว่าเขาทำรุนแรงกับเธอแค่ไหน

“กลัวเหรอ? หึ! ตอนพี่ชายเธอคาบข่าวไปบอกไอ้เอลิค มันเคยคิดไหมว่าเธอจะต้องมาเจออะไร!”

เขาโน้มตัวลงมาท้าวแขนกับโซฟา กักขังร่างบางไว้ในอ้อมแขนกว้าง สายตาที่เคยดุดันเริ่มวูบไหวด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์และอารมณ์บางอย่างที่พลุ่งพล่านขึ้นมา

“คุณเพลิง... จะทำอะไรคะ”

“ในเมื่อไอ้ลูกน้องโง่ๆ ของฉันมันใจดี พาเธอมาส่งถึงเตียงขนาดนี้...” เพลิงกระซิบเสียงพร่า ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดพวงแก้มใส “ถ้าฉันจะ ‘ตรวจของ’ ดูหน่อยว่ามีอะไรดีพอจะใช้หนี้แทนไอ้ทระยศนั่นได้บ้าง... มันคงไม่ผิดใช่ไหม?”