
บทย่อ
"เมื่อความแค้นแผดเผาจนมืดบอด... เธอจึงต้องกลายเป็นน้ำตาลที่มอดไหม้อยู่กลางกองไฟ" เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ ต้น พี่ชายเพียงคนเดียวของ น้ำตาล (คณึงนาง) ถูกกล่าวหาว่าขโมยข้อมูลลับจากกาสิโนของ เพลิง (อัคคี) มาเฟียหนุ่มวัย 29 ปี ผู้ดุดันและไร้ความปราณี ต้นหายสาบสูญไปทิ้งให้น้ำตาลต้องเผชิญหน้ากับ มาเฟียหนุ่ม ที่กำลังคลั่งเพียงลำพัง เพลิงตัดสินใจใช้กระบวนการ "ตาต่อตา ฟันต่อฟัน" ในเมื่อตามจับตัวคนโกงไม่ได้ เขาจึงลักพาตัวน้ำตาลมากักขังไว้ในฐานะ "ลูกหนี้ที่ต้องชำระด้วยร่างกาย" เพื่อบีบให้ต้นปรากฏตัว น้ำตาลผู้เด็ดเดี่ยวและเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ของพี่ชาย จำต้องยอมจำนนถูกจองจำอยู่ในกรงทอง ท่ามกลางบทลงทัณฑ์ที่เต็มไปด้วยความหึงหวงและอารมณ์ที่พลุ่งพล่านของอัคคี แต่ยิ่งเพลิงแผดเผาเธอด้วยไฟแค้น เขากลับยิ่งแพ้ทางความอ่อนโยนและความดีงามของน้ำตาล จนเกิดเป็นโซ่ตรวนแห่งความสิเน่หาที่พันธนาการคนทั้งคู่ไว้ด้วยกัน ขณะที่น้ำตาลเริ่มมีชีวิตใหม่ในครรภ์ ความลับที่ถูกปิดตายก็เริ่มเปิดเผยขึ้น เมื่อพบว่าต้นพี่ชายของเธอยังไม่ตาย แต่กลายเป็น "นายหลง" ชายไร้ความทรงจำที่ซ่อนตัวอยู่ในไร่กุหลาบขาว พายุลูกใหญ่กำลังจะมาถึง... เมื่อคนหนึ่งรอวันล้างแค้น อีกคนรอวันพิสูจน์ความจริง และอีกคนคือพยานรักที่กำลังจะลืมตาดูโลก ท่ามกลางแผนร้ายของ "หนอนบ่อนไส้" ตัวจริงที่จ้องจะทำลายทุกคนที่อยู่ใกล้เพลิง
หนี้แค้น
กลิ่นบุหรี่ราคาแพงคละคลุ้งอยู่ในห้องทำงานกว้างขวางบนชั้นสูงสุดของกาสิโนหรู แสงไฟสลัวเรืองรองจากตึกระฟ้าภายนอกหน้าต่างบานยักษ์สะท้อนเข้ากับใบหน้าคมกริบของชายหนุ่มที่นั่งอยู่หลังโต๊ะไม้ตัวหนา
เพลิง หรือที่ใครต่อใครขนานนามว่า เจ้าพ่อ แห่งโลกสีเทา กำลังจ้องมองหญิงสาวที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้าด้วยสายตาเย็นชาจนน่าขนลุก
“ฮึก... คุณเพลิงคะ ตาลไม่รู้เรื่องจริงๆ ค่ะ ตาลไม่รู้ว่าพี่ต้นไปทำอะไรไว้”
น้ำตาลสะอื้นจนตัวโยน ร่างบางสั่นเทาในชุดนักศึกษาที่หลุดลุ่ยจากการถูกลูกน้องของเขาฉุดกระชากลากถูมาที่นี่ สองมือเล็กที่ถูกมัดด้วยสายรัดเคเบิลไทร์บวมแดงจนเห็นรอยช้ำชัดเจน
“ไม่รู้” เพลิงแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นต่ำพร่าแต่ทรงอำนาจจนคนฟังต้องก้มหน้าหนี “ไอ้พี่ชายสารเลวของเธอ มันคาบข้อมูลลูกค้าระดับวีไอพีของฉันไปประเคนให้พวกไอ้เอลิค มันทำให้ฉันเกือบพินาศ แล้วเธอยังกล้าบอกว่าไม่รู้อย่างนั้นเหรอ”
เขาลุกขึ้นเดินช้าๆ อ้อมโต๊ะมาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ กลิ่นน้ำหอมผสมกลิ่นบุหรี่ดุดันแผ่ซ่านจนน้ำตาลรู้สึกอึดอัดราวกับจะขาดใจ มือหนาเชยคางมนขึ้น บีบแน่นจนหญิงสาวนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ
“ในเมื่อมันหนีไป... เธอก็ต้องเป็นคนชดใช้แทน”
“ตาลไม่มีเงินมากขนาดนั้นหรอกค่ะ... ให้ตาลทำอะไรก็ได้ ตาลจะทำงานใช้หนี้...”
“ทำงานงั้นเหรอ” เพลิงแสยะยิ้มมุมปาก สายตาคมกริบกวาดมองตั้งแต่นวลแก้มขาวผ่องลงมาถึงลำคอระหง “คิดว่าชาตินี้ทั้งชาติจะหาเงินมาคืนฉันหมดหรือไง คนอย่างเธอจะทำอะไรได้ นอกจากการเป็นที่ระบายโทสะของฉัน... จนกว่าไอ้พี่ชายเธอจะโผล่หัวออกมา”
“คุณเพลิง! อย่าทำอะไรตาลเลยนะคะ ตาลขอร้อง...”
“จำไว้ น้ำตาล...” เพลิงโน้มตัวลงมากระซิบข้างใบหูเล็ก เสียงนั้นเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งแต่แฝงความเร่าร้อนของไฟตามชื่อของเขา “นับตั้งแต่วินาทีนี้ ชีวิตเธอเป็นของฉัน ห้ามตาย ห้ามหนี และห้ามอ้อนวอนขอความเมตตา เพราะคนอย่างฉันไม่เคยปรานีใคร โดยเฉพาะน้องสาวของคนทรยศอย่างเธอ”
เขาหันไปสั่งลูกน้องเสียงเฉียบ “เอาตัวไปขัง อย่าให้หนีไปได้”
“ครับนาย... แต่จะให้เอาไปขังที่ไหนครับ”
“ไม่รู้จะเอาไปไว้ไหนก็พาไปไว้ในห้องนอนกูสิ! หรือต้องให้กูถีบมึงก่อนถึงจะฉลาดขึ้นมาได้”
เพลิงตวาดลั่นพลางขยับตัวเหมือนจะถีบยอดอกลูกน้องคนสนิท ทำเอาอีกฝ่ายรีบกุลีกุจอดึงแขนน้ำตาลที่ตัวสั่นงันงกให้ลุกขึ้นตาม
น้ำตาลเบิกตากว้าง หัวใจร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม
'ห้องนอนของเขาเหรอ ที่นั่นมันอันตรายที่สุดชัดๆ'
“ไม่นะ! คุณเพลิง... ปล่อยตาลไปเถอะค่ะ ฮือ...”
เสียงกรีดร้องอ้อนวอนถูกกลืนหายไปพร้อมกับบานประตูที่ปิดสนิท ทิ้งไว้เพียงชายหนุ่มที่ยืนกำหมัดแน่น แววตาคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยเพลิงแค้น... ปะปนกับความปรารถนาบางอย่างที่เขาเองก็ยังไม่กล้ายอมรับ
ลูกน้องร่างสูงลากเธอมาถึงคฤหาสน์หลังใหญ่ พาขึ้นมาชั้นสองก่อนจะเปิดประตูแล้วผลักเธอเข้าไป
“เข้าไป! นายสั่งให้อยู่ในนี้ อย่าคิดหนีเด็ดขาดถ้าไม่อยากเจ็บตัว”
สิ้นเสียงขู่ บานประตูก็ปิดลงอีกครั้ง ทิ้งให้น้ำตาลยืนเคว้งอยู่กลางห้องนอนกว้างขวางและหรูหราอย่างที่ชีวิตนี้ไม่เคยพบเจอ ความโอ่อ่านั้นไม่ได้ทำให้รู้สึกปลอดภัย กลับให้ความรู้สึกเหมือนกรงขังราคาแพงเสียมากกว่า
ด้านหน้าห้อง ไอ้แตมเกาหัวแกรกๆ พลางมองบานประตูห้องนอนเจ้านายด้วยสายตากระหยิ่มยิ้มย่อง
'นายนะนาย ปากบอกแค้นนักแค้นหนา แต่ไหงสั่งให้เอามาขังไว้ในห้องนอนตัวเองซะงั้น ปกติเห็นส่งไปขังโกดังหลังบ่อนตลอด... หรือพี่เพลิงจะเปลี่ยนรสนิยมวะ'
มันผิวปากเบาๆ ก่อนจะเดินผละออกไป ปล่อยให้น้ำตาลเผชิญความเงียบสงัดเพียงลำพังจนกระทั่งดึกสงัด
หญิงสาวนั่งกอดเข่าซุกหน้าลงกับท่อนแขน ปล่อยให้น้ำตาไหลริน ภาพเหตุการณ์เมื่อช่วงเช้ายังคงตามหลอกหลอน เธอยังจำกลิ่นแดดอ่อนๆ ตอนที่กำลังเดินไปมหาวิทยาลัยได้ดี ในหัวตอนนั้นคิดเพียงเรื่องสอบและมื้อกลางวันกับเพื่อน
แต่แล้วทุกอย่างกลับพังทลายลงในพริบตา เมื่อจู่ๆ ร่างของเธอก็ถูกกระชากอย่างแรง แรงมหาศาลดึงให้เธอเซถอยหลัง ก่อนจะมีผ้ากลิ่นฉุนกึกโปะเข้าที่จมูกและปาก สติสัมปชัญญะดับวูบลงกลางแดดจ้า
'พี่ต้น... พี่ไปทำอะไรไว้ ทำไมเขาต้องมาลงที่ตาลแบบนี้'
น้ำตาลร่ำไห้ในใจ หนี้ ที่เธอไม่ได้ก่อ แต่มูลค่ามันมหาศาลจนมองไม่เห็นทางชดใช้
'ต้องถูกรางวัลที่หนึ่งกี่งวดถึงจะใช้หนี้มาเฟียจอมโหดนั่นหมด... แล้วฉันจะออกไปจากที่นี่ได้ยังไงกัน'
ยิ่งคิด น้ำตาก็ยิ่งรินไหลเปรอะเปื้อนชุดนักศึกษา เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเพียงหยดน้ำหวานที่ตกลงกลางกองเพลิง ซึ่งพร้อมจะแผดเผาเธอให้มอดไหม้เป็นจุล
กลางดึกสงัด เพลิงเปิดประตูห้องเข้ามาด้วยความเหนื่อยล้าและฤทธิ์แอลกอฮอล์ เมื่อได้ยินเสียงสะอื้นแผ่วเบาพร้อมเห็นเงาตะคุ่มนั่งกอดเข่าอยู่ตรงโซฟา เขาก็ชะงักไป
'ฉิบหายแล้ว... นี่กูเมาจนหูแว่วตาฝาดขนาดนี้เลยเหรอวะ'
เขาเอื้อมมือไปเปิดไฟ แสงสว่างเผยให้เห็นน้ำตาลในชุดนักศึกษานั่งร้องไห้จนตาบวมช้ำ
“เธอเข้ามาในห้องนี้ได้ยังไง”
น้ำตาลสะดุ้งสุดตัว ร่างสั่นเทิ้ม “ฮึก... พี่คนนั้นพามาค่ะ คุณเพลิงอย่าทำอะไรตาลเลยนะคะ”
“มารยา! ฉันเกลียดน้ำตาผู้หญิงอย่างเธอที่สุด หยุดร้องเดี๋ยวนี้!”
เพลิงตวาดเสียงกร้าวพลางสาวเท้าเข้าไปหา เสื้อเชิ้ตของเขาปลดกระดุมบนจนเห็นแผงอกแน่นตึง กลิ่นเหล้าจางๆ ยิ่งทำให้น้ำตาลขยับหนีจนแผ่นหลังชนพนักโซฟา
“ตาล... ไม่ได้มารยาจริงๆ นะคะ ปล่อยตาลไปเถอะ ตาลกลัวแล้ว...”
เธอยกมือไหว้ปลกๆ ทั้งน้ำตานองหน้า ภาพนั้นทำให้เพลิงที่มึนศีรษะถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง หัวใจที่เคยกระด้างกระตุกไหวเมื่อเห็นผิวขาวเนียนตัดกับโซฟาหนังสีเข้ม และรอยแดงบนข้อมือเล็กที่เด่นหราเตือนใจถึงความรุนแรงก่อนหน้า
“กลัวเหรอ หึ! ตอนพี่ชายเธอคาบข่าวไปบอกศัตรูฉัน มันเคยคิดไหมว่าเธอจะต้องมาเจออะไร”
เขาโน้มตัวลงมา ท้าวแขนกักขังร่างบางไว้ในอาณัติ สายตาดุดันเริ่มวูบไหวด้วยฤทธิ์สุราและอารมณ์ดิบที่พลุ่งพล่านขึ้นมา
“คุณเพลิง... จะทำอะไรคะ”
“ในเมื่อไอ้ลูกน้องโง่ๆ ของฉันมันอุตส่าห์พาเธอมาส่งถึงเตียงขนาดนี้...” เพลิงกระซิบเสียงพร่า ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดพวงแก้มใส “ถ้าฉันจะตรวจของดูหน่อยว่ามีอะไรดีพอจะใช้หนี้แทนไอ้คนทรยศนั่นได้บ้าง... มันก็คงไม่ผิดใช่ไหม”
