4:เผชิญหน้าอีกครั้ง
"อย่ามาเรียกฉันว่าดรีม! อคิน! ทัพศึก! พวกนายอยู่ไหน!"
ฉันตะโกนเรียกบอดี้การ์ดทั้งสองคนที่อยู่ด้านนอก แต่กลับไม่มีใครขานรับ
นี่ฉันลืมไปซะสนิทเลย ว่าเวลานี้พวกเขาสองคนหายไปไหนกัน
บ้าจริง! นี่ฉันจะทำยังไงดี กว่าที่สองคนนั้นจะกลับมา 'ฉันต้องแย่แน่'
จริงสิ...ต้นหลิว! ฉันยังมีต้นหลิวอยู่อีกคน
"ตะ...ต้นหลิว! ต้นหลิว...นี่เธออยู่ไหนต้นหลิว!"
พอนึกได้ฉันก็แหกปากตะโกนจนปากคอแทบแตก ทว่าไม่มีเสียงขานรับจากผู้ช่วยของฉันตอบกลับมาเลย ให้ตายเถอะ!
ฉันหันกลับมามองคนตรงหน้าด้วยความคับแค้นใจ เพราะไม่ว่ายังไงฉันก็เอาชนะคนแบบนี้ไม่ได้เลยสักที แถมใบหน้าของเขาตอนนี้ ก็ดูคล้ายจะมีความสุขที่ได้เห็นฉันกำลังจะเป็นผู้แพ้!
"ยังคิดว่าจะมีใครเข้ามายุ่งวุ่นวายกับเรื่องของเราสองคนอยู่อีกไหมครับ คุณหนูพาฝัน"
เขาพูดพร้อมกับยกมือขึ้นมาแตะที่คอเสื้อเดรสตัวเก่งของฉัน ก่อนที่ฉันจะปัดมือของเขาออกไป
"นี่ปล่อยนะ! อย่าเอามือสกปรกของคุณมาถูกเนื้อต้องตัวฉัน!"
"สกปรก!"
"ใช่! คุณมันน่าขยะแขยง ปล่อย... เอามือคุณออกไปเลย!"
"เรื่องอะไรผมจะปล่อย คุณหนีหน้าผมมาตั้งสี่ปี ขอให้ผมได้มองหน้าเมียตัวเองให้มันชื่นใจหน่อยไม่ได้รึไง"
เขาพูดพร้อมกับยื่นปลายจมูกโด่งเข้ามาจรดกับปลายจมูกเชิดรั้นของฉัน แต่ฉันก็หันหนีแล้วรีบปฏิเสธเขาออกไป
"ใครเมียคุณ! บอกแล้วไงว่าไม่ใช่ แค่วันไนต์สแตนด์ ไม่มีใครเขาเรียกว่าผัวเมียหรอกจำเอาไว้เลย ถอยไป...บอกให้ถอยออกไปไงล่ะ!"
ฉันผลักไสเขาให้ออกไปไกล ๆ แต่คนหน้าด้านหน้าทนก็ยังขยับกลับเข้ามาใกล้ฉันอีกอยู่ดี
"คิดงั้นจริงเหรอดรีม"
เขาถาม ก่อนที่ฉันจะตอบออกไปอย่างหนักแน่น ทำให้เขาที่เคยยิ้มร่าถึงกับหน้าถอดสี
"แน่นอน! ไปให้พ้นหน้าฉัน แล้วอย่ามายุ่งกับฉันอีก...ออกไป!"
(เฟิร์สทอล์ก) :
สี่ปีมาแล้วที่เธอหนีหน้าผมไป ตั้งแต่วันนั้น ผมก็ไม่ได้เจอหน้าของดรีมอีกเลย แม้แต่วันที่ทางมหาลัยจัดสอบ เธอก็หลบหน้าผม พยายามตีตัวออกห่าง ผมตามไปที่บ้านก็ได้พบแค่เดียร์ แต่ไม่เจอดรีม
ผมมีเรื่องหลายอย่างที่อยากจะอธิบายให้เธอเข้าใจ แต่เธอก็ไม่มาเจอผม ดรีมหาทางหลบหนีผมไปทุกทิศทุกทางเท่าที่ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนนึงพอจะทำได้ ผมพยายามที่จะไปหาเธอที่บ้าน ทว่าก็ถูกลูกพี่ลูกน้องของเธอกีดกัน
จนกระทั่งวันที่ผมได้เจอกับคุณน้า ซึ่งวันนั้นเป็นวันที่เธอกลับมาเก็บข้าวเก็บของออกจากบ้าน นาทีนั้นผมทำอะไรไม่ถูก เมื่อได้รู้ว่าดรีมทิ้งผมไปแล้ว ดรีมทิ้งผม! ด้วยการหนีผมไปอยู่ต่างประเทศ ซึ่งไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ถึงจะกลับมาที่นี่อีก
ผมตกใจแทบบ้า! ที่เธอกล้าทิ้งผม ทั้งที่เธอได้ผมไปแล้ว ผมเป็นห่วงเธอมาก กลัวว่าดรีมจะใช้ชีวิตตัวคนเดียวอยู่ที่นั่นได้ยังไง แต่คุณน้าก็บอกให้ผมเข้าใจว่า ดรีมยังมีคุณปู่ และ คุณย่าของเธอ ซึ่งท่านสองคนจะอยู่ที่นั่นกับดรีมด้วย
เมื่อดรีมไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว คุณปู่กับคุณย่าของดรีมจึงตัดสินใจขายบ้านหลังนี้ทิ้ง ทำให้คุณน้า และ เดียร์ต้องหาที่อยู่ใหม่ ผมพยายามถามถึงที่อยู่ใหม่ของดรีม แต่ไม่มีใครรู้ ผมได้แต่เฝ้ารอ รอเธอมาตลอดสี่ปีเต็ม
จนกระทั่งวันนี้ ไม่ว่าจะด้วยเหตุบังเอิญ พรหมลิขิต สวรรค์เป็นใจ หรือ อะไรก็ช่าง! ผมจะไม่ยอมให้ดรีมหนีผมไปไหนอีกแล้ว
หมับ!
"นี่คุณจะทำอะไร ปล่อยนะ!"
"ปล่อยก็โง่สิ"
ผมอุ้มร่างเล็กให้ไปยังโต๊ะทำงานใหญ่โล่ง ๆ ที่มีเพียงคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กเพียงแค่ตัวเดียว และ ดูเหมือนมันกว้างขวางมากพอที่ผมจะสามารถใช้มันรื้อฟื้นความหลังอันดื่มด่ำ และ เร่าร้อนของเราสองคนเมื่อสี่ปีที่แล้วขึ้นมาได้ใหม่
"นี่อย่านะ...คุณจะทำบ้าอะไร!" ดรีมดีดดิ้นพลางร้องห้ามผม แต่มีหรือที่ผมจะเชื่อฟัง และ ยอมปล่อยเธอไปอย่างที่แล้วมา
ผมวางร่างนุ่มให้นอนราบลงบนโต๊ะทำงานแล้วจับเรียวขาทั้งสองข้างให้แยกออกจากกันเกี่ยวขอบกางเกงชั้นในดันไปด้านข้างสอดปลายนิ้วเรียวยาวถูไถไปมากลางรอยแยกกลีบปิดสนิทราวกลับยังไม่เคยถูกผู้ใดล่วงล้ำถึงตรงส่วนนั้นมาก่อน แม้แต่ตัวผมเอง