3:เผชิญหน้าอีกครั้ง
เวลาต่อมา
ฉันเดินกลับเข้ามาด้านในออฟฟิศ ถึงแม้ว่าภายในจะยังไม่ได้ตกแต่งอะไร แต่ก็มีเครื่องปรับอากาศ และ โต๊ะที่พอจะนั่งทำงาน และ สามารถพูดคุยติดต่อกับลูกค้าได้
"อื้อ...นายสองคนกลับไปทำหน้าที่ของตัวเองเถอะ เดี๋ยวฉันเข้าไปคุยงานก่อน สายมาเกือบสิบนาทีแล้ว ฉันไม่อยากโดนคนต่อว่า"
ฉันเดินมาหยุดที่หน้าห้อง ตรงโต๊ะทำงานของต้นหลิว ก่อนจะหันมาส่งยิ้มให้กับผู้ช่วยของฉันเล็กน้อยในขณะที่พูดคุยกับบอดี้การ์ดทั้งสองคน
"จะให้ผมเข้าไปเป็นเพื่อนไหมครับ" ทัพศึกถามฉัน เพราะคงไม่อยากให้ฉันถูกใครตำหนิ แต่ถ้าฉันทำผิด แล้วจะถูกว่ากล่าวตักเตือนบ้าง มันก็ดูจะถูกต้องแล้ว
"ไม่เป็นไร นายไปขับรถให้อคินเถอะ"
"ก็ได้ครับคุณหนู" ฉันบอกกับบอดี้การ์ดทั้งสองคนพร้อมกับดันประตูแล้วก้าวเข้าไปด้านในห้องทำงานของตัวเอง
"ขอโทษด้วยนะคะ ที่ปล่อยให้ร...รอ"
ฉันอึ้งราวกับถูกสาปไปชั่วขณะ ไม่นึกไม่ฝันเลยว่าโลกมันจะแคบขนาดนี้ ฉันกำลังเผชิญหน้ากับคนที่ฉันไม่เคยคาดคิดมาก่อน ว่าจะได้กลับมาเจอกับเขาอีกครั้ง
"เฟิร์ส!"
ฉันพึมพำราวกับเสียงกระซิบ...
"ดรีม!..."
เขาเรียกชื่อของฉันด้วยรอยยิ้ม มันยังดูอบอุ่นเหมือนเดิมไม่ต่างจากวันนั้น วันที่ฟ้าผ่าลงมากลางใจฉัน ตามด้วยสายฝนที่สาดกระทบลงมายังร่างกายของฉัน จนทำให้ฉันเกือบจมหายไป ท่ามกลางกระแสน้ำไหลเชี่ยว และ สายฝนเทกระหน่ำ
ฉันจ้องหน้าเขาด้วยสีหน้าที่หวั่นวิตก แม้จะพยายามปรับให้ดูเรียบเฉยแล้วก็ตาม แต่ฉันกลับทำมันได้ไม่เนียน
ผิดกับเขาที่ดูตื่นเต้น และ ดีใจมากที่ได้เห็นฉันในวินาทีแรก ซึ่งตรงกันข้ามกับฉันที่ตกใจจนแทบผงะ เมื่อได้เผชิญหน้ากับผู้ชายร้ายกาจอย่างเขา
ฉันตั้งท่าเตรียมที่จะหนีออกไปจากห้อง ทว่าคนขายาวราวกับนายแบบกลับปราดเข้ามาคว้าตัวแล้วดันแผ่นหลังบางของฉันให้พิงไปที่ผนังกำแพง ก่อนที่เขาจะใช้มืออีกข้างนึงฉวยโอกาสในตอนที่ฉันเผลอกดล็อกประตูกักร่างฉันไว้ด้วยท่อนแขนแกร่งทั้งสองข้างไม่ยอมให้ไปไหน
"อ๊ะ!!!"
"เดี๋ยวสิดรีม! จะหนีไปไหน เธอหนีฉันมาตั้งสี่ปีแล้วนะ ยังจะหนีฉันไปอีกเหรอ"
เขาถามเสียงเครียดพลางยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจของเราเป่ารดกัน
"ปล่อย!"
ฉันยกมือขึ้นดันไว้ที่แผงอกของเขาไม่ยอมให้เข้ามาใกล้ฉันมากเกินไปกว่านี้
"รู้ไหมว่าสี่ปีที่ผ่านมา ฉันทุกข์ทรมานแค่ไหนที่อยู่โดยไม่มีเธอ อย่าหนีฉันไปอีกเลยนะ"
"กรุณาเอามือของคุณออกไปจากตัวฉัน...เดี๋ยวนี้!"
"คุณ! เรียกฉันว่าคุณงั้นเหรอ...ทำไมมันถึงได้ฟังดูห่างเหินกันนักล่ะ"
"หึ! ก็คุณเป็นสถาปนิกของบริษัทตกแต่งภายในที่เข้ามาดูหน้างานตามที่บริษัทของฉันจ้างไปไม่ใช่รึไงคะ และ เราก็คงไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น อย่ามาเรียกฉันว่าดรีม ฉันชื่อพาฝัน"
"พาฝัน!"
เขาเรียกชื่อฉัน เหมือนไม่ค่อยจะเต็มใจ เพราะมันคงฟังดูห่างเหินเกินไปสำหรับเขาที่คิดว่าตัวเองสนิทสนมกับฉันเหมือนอย่างเมื่อสี่ปีก่อน
"ถอยออกไปนะ ไม่งั้นฉันจะเรียกคนเข้ามาลากตัวคุณแล้วโยนออกไป"
ฉันพูด และ ทำจริง เพราะตอนนี้ฉันมีบอดี้การ์ดถึงสองคน และ ฉันจะไม่ยอมให้ใครมารังแกฉันได้อีก
"เอาสิ! ถ้ามันอยากจะยุ่งกับเรื่องของผัวเมีย ก็ปล่อยให้เข้ามาเลย" เขาท้าทายฉันด้วยคำพูดที่น่ารังเกียจ
"นี่พูดบ้าอะไร ใครเป็นผัวเมียอะไรกับคุณ" ฉันร้องทักด้วยสีหน้าที่ไม่พอใจ หากแต่เขากลับกระตุกยิ้มร้ายกาจด้วยแววตาเจ้าเล่ห์แล้วโน้มใบหน้าเข้ามาคลอเคลียกับเรือนแก้มใสของฉัน
"นี่ยังต้องให้บอกอีกเหรอ ว่าเมื่อสี่ปีก่อนเราดูดดื่มกันยังไง หนักหน่วงแค่ไหน จำไม่ได้เลยเหรอดรีม"
เขายิ้มกรุ้มกริ่มพลางพูดด้วยน้ำเสียงที่ยั่วยวน จนฉันอยากที่จะเงื้อมือขึ้นฟาดเข้าที่เบ้าหน้าหล่อ ๆ ของเขาที่หล่อและดูดีขึ้นมาก แต่ฉันก็อดทนอดกลั้นเอาไว้ เพราะไม่ต้องการให้เขาล่วงรู้ว่าเขายังมีอิทธิพลต่อฉัน ไม่ว่าจะด้วยคำพูด หรือ การกระทำก็ตาม