บท
ตั้งค่า

Chapter 4

......

ตึก!!

ตึก!!

"นาย นายครับ!" เสียงโหวกเหวกโวยวายของเอกร้องตะโกนดังที่หน้าบ้าน ทำให้ใหญ่ที่กำลังนั่งทำงานอยู่ในห้องถึงกับต้องลุกจากโต๊ะเดินออกมาดู ร่างสูงใหญ่ดันประตูเลื่อนพร้อมขมวดคิ้ว สายตาคมจ้องไปที่ไอ้เอกถึงกับเท้าสะเอวเหมือนชินชากับคนตรงหน้า

"มึงเป็นห่าอะไรไอ้เอก แหกปากหาพ่อมึงหรือไง!" ใหญ่เอ่ยถาม ปกติเอกมันมาเวลานี้คงไม่ได้มีเรื่องอะไรนอกจากเรื่องเงิน ทว่าสิ่งที่ได้ยินกลับผิดกับสิ่งที่คิดไว้อย่างสิ้นเชิง "เกิดอะไรขึ้น?" น้ำเสียงของชายหนุ่มเบาลงกว่าเมื่อครู่

"นะ...นาย นายช่วยอันด้วย ตอนนี้อันมันหายไปไหนไม่รู้ ผมหามันไม่เจอ" น้ำเสียงกระวนกระวายใจของเอก ทำให้ใหญ่ต้องขมวดคิ้ว ปกติไอ้เอกไม่ใช่คนแบบนี้ นี่คงเป็นครั้งแรกที่เขาเห็นสีหน้าร้อนรนของลูกน้อง

"หลานมึงเป็นอะไร?"

"นะ...นาย" เอกทำหน้าเหมือนจะบอกว่าแย่แล้ว

"โว๊ะ!...ชาตินี้กูจะรู้เรื่องมั้ยวะ!!" ใหญ่ถึงกับปวดหัว หัวคิ้วเข้มขมวดผูกปมมองไปยังอีกฝ่ายเพื่อฟังคำตอบ

"อันจะถูกเอาไปขาย นายช่วยมันด้วยนะ ผมขอร้องช่วยตามหาหลานผมหน่อย" เสียงสั่นเครือของลูกผู้ชายเอ่ยพร้อมยกมือไหว้เหนือหัวขอร้องผู้เป็นนาย

"แล้วหลานมึงหนีไปทางไหน?" เขาถามขึ้นทันที เมื่อหัวค่ำก่อนแยกย้ายเจ้าหล่อนยังยิ้มแย้มมีความสุขอยู่เลย ก่อนที่เขาจะเรียกคนงานที่เหลือมาช่วยตามหาอีกแรง

เสียงโหวกเหวกโวยวายร้องเรียกลั่น ทั้งในและนอกไร่ ทางเหนือ ทางใต้ ก็ยังไร้เงาของคนที่ชื่อว่าอันดา ใหญ่มีความกังวลขึ้นมาเล็กน้อยเพราะหากนับเวลาตอนนี้ เกือบสองชั่วโมงที่ไม่เห็นแม้แต่เงา

ทว่าเวลาที่ทุกคนพยายามตามหาแต่ยังไร้วี่แวว เตยก็เกิดร้องไห้โฮขึ้นมาเสียดื้อๆ ทุกคนต่างหันมามองเด็กสาวด้วยความแปลกใจ

"เตยเป็นอะไรลูก เป็นอะไร?" เสียงของมารดาเอ่ยถามด้วยความตกใจ

"หนูผิดเองแหละแม่"

"ผิดอะไร เอ็งไปทำอะไรผิด" หญิงวัยกลางคนเอ่ยถามเสียงสั่นเพราะแปลกใจที่ลูกสาวพูดแบบนี้ ผู้เป็นแม่เริ่มใจคอไม่ดี พยายามถามย้ำอีกครั้ง แต่เตยก็ยังคงร่ำไห้อยู่เช่นนั้น

"แม่ ฉันเห็นอันมีแผลตามตัวตั้งแต่วันแรกที่น้าเอกพามาแล้วจ้ะ แต่ฉันก็ไม่กล้าถามเพราะคิดว่าคงสะดุดล้มหรือไม่ก็คงโดนอะไรสักอย่าง คิดว่ามันก็คงหาย แต่พอนานวันเข้ารอยช้ำพวกนั้นก็มากขึ้นเรื่อยๆ ฉันอยากถามอยู่นะ แต่กลัวอันจะโกรธฉันก็เลยไม่กล้า อันเคยบอกว่าอยากนอนแล้วไม่ต้องตื่นมาเลย แม่อันคงไม่..." ในตอนที่ได้ยินเตยก็คิดว่าอันดาคงพูดเล่น

"เอ็งรู้แล้วทำไมไม่ปรึกษาพวกข้า เก็บเงียบไว้ทำไม!!" หญิงวัยกลางคนดุใส่บุตรสาว เธอไม่ได้จะโทษลูกตัวเองแต่การที่รู้อะไรไม่ชอบมาพากลก็ควรปรึกษาพวกผู้ใหญ่ดีกว่าเก็บเงียบ

เอกเมื่อรู้แบบนั้นก็ยิ่งรู้สึกผิด เขาเอาแต่โทษตัวเองที่ไม่ใส่ใจหลานให้มากกว่านี้ ทั้งที่เขาเป็นคนใกล้ชิดมากที่สุดแต่หลานไม่คิดจะบอกอะไรเลย

"หากจะโทษก็โทษฉันเถอะ ฉันเป็นอามันแท้ๆ ฉันยังไม่รู้เลยว่ามันต้องเจออะไรแบบนี้" เอกเอ่ยเสียงสั่น เขารักอันดาไม่น้อยกว่าพี่สะใภ้เลย สุดเวทนาที่มันเกิดมาแล้วแม่ก็ต้องตาย

"หาให้เจอ ตรงไหนที่ยังไม่หาก็ไปหา" เสียงดุดันออกคำสั่งกับคนงาน แสงไฟฉายส่องไปทั่วบริเวณทั้งไร่กาแฟและลานไม้ เสียงร้องตะโกนดังกังวานทั่วไร่ฟ้า

เวลาผ่านไปครู่ใหญ่

ทั่วทั้งไร่ทุกคนต่างออกตามหาอันดากันให้ควักแต่กลับไม่เจอแม้แต่เงาของเจ้าหล่อน ชายหนุ่มเจ้าของไร่แยกตัวออกมาเพียงคนเดียว เขาเดินตามหาอย่างไร้จุดหมายแทบจะพลิกไร่ฟ้า

ร่างสูงใหญ่เดินมาหยุดที่หน้าคอกม้า สายตาคมหรี่ตามองเข้าไปด้านในเห็นเจ้านิลยืนเด่นสง่าอยู่ภายในคอก ตามสัญชาตญาณของม้าตัวนี้เป็นประเภทขี้โวยวาย หากไม่คุ้นกลิ่นมันจะมีท่าทีตื่นตระหนกและโวยวายเตะคอกราวจะเอาให้พังไปข้าง นาทีนั้นทำให้ใหญ่แทบจะหมดหวัง เขาหยิบมือถือออกมาหวังจะโทรแจ้งตำรวจแต่ทว่าเวลานั้นไอ้เจ้านิลก็เกิดอาการหงุดหงิด เตะคอกของตนเองเสียจนเจ้านายรู้สึกเอะใจ ทันทีที่เขาเดินเข้ามาใกล้ ม้าตัวสีขาวก็มีอาการสงบนิ่งต่างจากเมื่อครู่ ฝ่ามือหนาลูบที่หัวของมันด้วยความอ่อนโยน

ใหญ่หัวเราะดังหึ! เมื่อเจ้านิลดันมีท่าที่สุดเชื่อง "มึงนี่มันเป็นจริงๆ เลย กูไม่ว่างว่ายืนลูบหัวให้หรอกนะ ไว้วันหลังแล้วกัน" ชายหนุ่มเอ่ยจบหมุนกายหวังจะเดินตามหาอัน

ปึก ปึก!!

ใบหน้าหล่อเหลาหันกลับมามองม้าตัวโปรดด้วยแววตาเรียบนิ่ง "ไอ้ม้าเวรนี่!" เขามักทะเลาะกับเจ้านิลอยู่บ่อยครั้ง เพราะถึงเขาจะเป็นเจ้าของม้า แต่มันก็มีอารมณ์หงุดหงิดขี้น้อยใจอย่างกับคน ชายหนุ่มกำมัดยกขึ้นจะตีหัวมันเพราะความหมั่นไส้แต่ก็ต้องชะงักเมื่อหางตาดันไปสะดุดกับคนร่างเล็กที่นั่งคดตัวอยู่ในมุมของคอกม้า

"อัน" เสียงทุ้มเอ่ยชื่อคนตัวเล็ก ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ "อัน!" เมื่อมั่นใจแล้วว่าคนที่เห็นคือคนที่กำลังตามหา จึงเร่งฝีเท้าเข้าไปใกล้กว่าเดิม "อัน!" เขายังคงเรียกชื่อนี้อีกครั้ง แต่เจ้าตัวกลับเอาแต่ก้มหน้างุดชันเข่าไม่สบตาใคร

ท่าทางหวาดกลัวเนื้อตัวสั่นเทาราวกับลูกนกนี้ทำให้ใหญ่รู้สึกเห็นใจและสุดเวทนาเมื่อเห็นรอยต่างๆ บนเรือนร่างของเธอ

"อัน"

"อย่า! อย่าเข้ามาใกล้หนู" สองมือสั่นระริกยกมือขึ้นมาปิดบังใบหน้าที่เต็มไปด้วยหยดน้ำตา เธอไม่อยากให้เขาเห็นเธอสภาพนี้ "นายปิดตาสิจ๊ะ ปิดตาสิ" เสียงอู้อี้ที่ผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก

"เธอจะให้ฉันปิดตาทำไม?"

"หนูไม่อยากให้นายเห็นหนูสภาพนี้ หนูไม่น่ารัก" เสียงสั่นเครือเอ่ยทั้งน้ำตา สภาพของอันดามันยากเกินกว่าที่ใหญ่จะมองผ่านๆ เหมือนทุกครั้ง เขาขยับเข้ามาใกล้มากขึ้น

หมับ!

อ้อมกอดที่อบอุ่นและอ่อนโยนของชายหนุ่มส่งผลต่อคนในอ้อมกอด ใบหน้าจิ้มลิ้มซุกหน้าลงกลางอกแกร่ง ริมฝีปากเล็กเม้มแน่นเข้าหากัน เธอไม่อยากอ่อนแอให้ใครเห็นไม่อยากให้ใครต้องเป็นห่วงแต่ตอนนี้เธอกลับทำให้ผู้ชายคนนี้เดือดร้อน

"หนูขอโทษนะ ขอโทษที่ทำให้นาย ฮึก~~~" อันดาพยายามอย่างมากเพื่อเอ่ยคำขอโทษ แต่ทุกสิ่งทุกอย่างมันกลับไม่มีเสียงพูดอะไรนอกจากเสียงสะอื้น ฝ่ามือหนาช้อนปลายคางมนเงยขึ้นมามอง ใบหน้าจิ้มลิ้มที่เต็มไปด้วยน้ำหูน้ำตาที่ไหลไม่หยุด สิ่งนี้ทำให้ใหญ่รู้สึกเจ็บแปล๊บขึ้นมาอย่างหาสาเหตุไม่ได้ เด็กที่สดใสและเอาแต่พูดเจื้อยแจ้วกลับตกอยู่ในสภาพนี้

ริมฝีปากหยักได้รูปยกยิ้มขึ้นเบาๆ เขาลูบผมของเธออ่อนโยน มองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวย ก่อนจะเลือนมือทั้งสองข้างวางแนบลงที่แก้มทั้งสองข้างของเธอ "ไม่เป็นไรเลย ไม่ต้องขอโทษ เธอไม่ได้ทำอะไรผิดเลย ฉันอยู่ตรงนี้ อยู่ข้างๆ เธอ" ประโยคที่ทำให้น้ำตาของเธอไหลพรากราวเขื่อนแตก อันดาสะอื้นจนไหล่สั่น ใบหน้าจิ้มลิ้มซุกหน้าจมกับอกของอีกฝ่ายพร้อมเสียงสะอื้น

"หนูไม่อยากถูกขาย หนูไม่อยากไปอยู่กับเสี่ย" ใบหน้าสวยหวานยามร้องไห้นี่มันช่างชวนใจเจ็บไม่น้อย นิ้วเรียวยาวยกขึ้นปาดน้ำตาให้อันดาด้วยความเห็นใจ จากสายตาเย็นชาไร้อารมณ์ในยามนี้เขากลับอ่อนไหวไปกับคนตรงหน้า เด็กที่มีแต่รอยยิ้มคนนั้นหายไปไหนแล้ว…

"ไม่เป็นไร กลับบ้านกันเถอะ"

"ไม่!!" เสียงสะอื้นตอบอย่างหนักแน่น แววตาคู่สวยสั่นไหวด้วยความหวาดกลัว

"กลับบ้าน...บ้านเรา" น้ำเสียงอ่อนนุ่มเอ่ยขึ้นอย่างอ่อนโยน แววตาคมหรี่ตามองอีกฝ่ายด้วยสายตาอบอุ่น แววตาคู่สวยสั่นระริกเช่นเดียวกับริมฝีปากอิ่มสีชมพู ใหญ่ถอนหายใจยาวพยายามข่มอารมณ์โกรธ เจ้าของอ้อมแขนไม่ได้พูดอะไรนอกจากกอดอันดาแน่นขึ้น เขาขบกรามแน่นก่อนที่อันดาจะผล็อยหลับไปในอ้อมกอดของตน "นายจ๋า นายอย่าทิ้งหนูนะ อย่าทิ้งหนูนะจ๊ะ"

...............

"เตย เตรียมเสื้อผ้ากับผ้าเช็ดตัวมาให้ฉันด้วย"

"อะ…อัน เดี๋ยวหนูรีบจัดการให้นะคะ"

"ไอ้ติณ มึงไปเรียกไอ้เอกให้มาหากูที่ห้องทำงานกูมีเรื่องจะคุย ส่วนคนอื่นๆ ให้ไปพักได้"

"เออๆ "

ทุกคนในไร่ต่างเป็นห่วงอันดากันมาก เมื่อรู้ว่าหาตัวเจอแล้วทุกคนก็ต่างโล่งใจ ก่อนจะแยกย้ายกลับห้องใครห้องมัน

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel