บทย่อ
”กูไม่ได้ชอบ มันก็แค่เด็กในบ้าน“ เป็นแค่เด็กในบ้านเท่านั้นแหละ! ‘มึงหึงน้องเขานะ’
บทนำ
บทนำ
อื้อ~~
"จะ เจ็บ ไม่เอาแล้ว...."
~~"ผ่อนคลายกว่านี้หน่อยสิ"
เอี๊ยด อึก!
ความเจ็บปวดแล่นปราดไปทั่วร่าง เหมือนร่างกายถูกฉีกเป็นชิ้นๆ สายตาคมเข้มจ้องมองที่จุดเชื่อมระหว่างแท่งเอ็นกับร่องแคบที่ตอดรัด กลีบดอกเหมยแดงสดยั่วยวนเชิญชวนให้เขาตอกกระแทกเข้าไปอีกรอบ เสียงครวญครางอย่างน่ารักของคนใต้ร่าง
.........................
บ้านไม้สองชั้นยกสูงทำด้วยไม้สักทั้งหลัง ด้านนอกไกลๆ มีไร่กาแฟล้อมรอบบริเวณบ้านเต็มไปด้วยต้นไทรเกาหลีที่ถูดตัดแต่งให้เป็นรั้วเสมอกัน ถัดมาอีก 100เมตรจะเป็นลานไม้และลานตู้คอนเทนเนอร์ของบริษัท ไพศาลรัตนกุล กรุ๊ป ทอดสายตาออกไปไกลๆ เห็นสวนองุ่นที่กำลังทำการเก็บเกี่ยว
"นาย รับมันไว้เถอะครับสงสารมัน" ชายหนุ่มขี้เมาประจำลาน ใบหน้ามีหนวดขึ้นจางๆ มีรอยแผลบาดระหว่างหัวคิ้วเพิ่มความน่าเกรงขาม เขาเอ่ยกับเจ้านายด้วยน้ำเสียงเว้าวอน
"ไม่" เสียงทุ้มเข้มน่าเกรงขามปฏิเสธขึ้นอย่างไม่คิดลังเล ชายหนุ่มใบหน้าหล่อเหลาไม่ว่าจะดวงตา ปากหรือจมูกก็ล้วนถูกพระเจ้าบรรจงปั้นจะว่าเขาเป็นลูกรักพระเจ้าก็คงไม่ผิด
"โธ่นาย มันยังเด็กอยู่เลยสงสารมันเถอะครับ"
เจ้าของแววตาคมกริบหรี่ตามองเด็ก ในวัยกำลังโต เนื้อตัวมอมแมมการแต่งตัวก็ซอมซ่อราวกับเด็กที่โตมาจากข้างถังขยะ คิ้วเข้มขมวดปมเข้าหากันสบตากับเจ้าของดวงตาใสซื่อไร้เดียงสา ปลายนิ้วเรียวเคาะที่โต๊ะเบาๆ สองสามทีขณะใช้สมองครุ่นคิด "ไม่!" เสียงทุ้มตอบกลับราบเรียบ ทำเอาหน้าของเอกยับหย่นด้วยความท้อใจ
"มึงไม่เหนื่อยบ้างหรือไงวะ! พามาหากูทุกวัน" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น ใบหน้าหล่อเหลายังคงความนิ่งเรียบไม่สื่ออารมณ์ใด แต่หารู้ไม่ว่ากลับมีสายตาคู่สวยของใครบางคนกำลังจ้องมองเขาอย่างชื่นชม ริมฝีปากบางยกยิ้มขึ้นในระหว่างที่ผู้เป็นอากำลังอ้อนวอนกับว่าที่เจ้านายในอนาคต
"ผมไม่เหนื่อย" เอกพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่นสายตาของเขาดูเอาจริงเอาจัง "ผมอยากให้มันมีการมีงานทำครับ" ถึงนายคนนี้จะปากร้ายแต่เขาเป็นคนจิตใจดี
"แต่กูเหนื่อย! มึงดูหลานมึงก่อน มันอายุสิบหกวัยมันกำลังเรียน แทนที่มึงจะส่งมันเรียน กลับส่งมันมาทำงานไร่ มึงเป็นอาภาษาอะไร! จะมาขายใช้แรงงานหรือไง!" จากหน้าตาปกติก็เริ่มมีอารมณ์หงุดหงิด เขามีเรื่องมากมายให้คิดแต่ไอ้เอกก็เอาหลานมันมาเสนอให้อยู่ทุกวี่วัน ถึงเขาจะปฏิเสธมันก็ยังพามาใหม่จนเขาเอือมระอาเต็มที
"โธ่นาย ถ้ามีเงินเรียนผมคงไม่พามันมาที่นี่ อีกอย่างมันไม่มีใครแม่มันก็ตายไปแล้ว ส่วนพ่อมันก็ติดเหล้าผีพนันเข้าสิงจะขายลูกกินวันไหนก็ไม่รู้" เอกพูดปาวๆ ร่ายยาวโดยไม่คิดจะเว้นช่องไฟให้ใครแทรกได้ ฟังจากเสียงก็รู้ว่าคงโมโหพ่อของหลานไม่น้อย
"มึงก็เลยเอามันมาขายให้กูก่อนพ่อมันงั้นสิ!"
"โธ่นาย ถึงผมจะไม่เอาไหนแต่ผมก็รักหลานนะครับ มันเป็นเด็กดีไม่ดื้อ ผมเลยพามันมาให้นาย มันทำได้ทุกอย่างงานบ้านซักผ้า หุงหาอาหารมันทำเป็นหมด จะให้ทำงานในไร่ก็ได้ขอแค่นายรับมันไว้ " เอกตื้อแล้วตื้ออีกชักแม่น้ำทั้งห้ามาเกลี้ยกล่อมให้ผู้เป็นนายใจอ่อน ร่างสูงใหญ่ที่นั่งหลังโต๊ะทำงานได้แต่นั่งเงียบไม่พูดอะไร
"นายจ๋า~~รับหนูเถอะนะจ๊ะ ถ้านายรับหนู หนูจะตั้งใจทำงานทุกอย่างเลย ไม่ว่านายจะสั่งอะไร หนูก็จะทำให้ทุกอย่าง หนูจะไม่ดื้อไม่ซนจะเป็นเด็กดี หนูพูดจริงๆ นะจ๊ะ นายรับหนูเถอะนะ หนูไม่มีแม่แล้ว พ่อก็ไม่ได้ทำงานถ้านายไม่รับ...หนูคงได้ไปนั่งขอทานแน่เลยจ้ะ" น้ำเสียงฉอเลาะออดอ้อนของเจ้าเด็กดวงตาใสซื่อ รอยยิ้มที่จริงใจแต่ทำให้เจ้าของร่างสูงถึงกับกุมขมับและยิ่งไปกว่านั้นหล่อนยังแทนตัวเองว่าหนูยิ่งทำให้ชายหนุ่มคิดหนักเข้าไปอีก หลังจากที่เจ้าหล่อนเห็นกิริยาของชายตรงหน้าเธอเองก็ท้อใจ ใบหน้าของเขาเรียบนิ่งดุจธารน้ำแข็งขั้วโลกใต้ที่ปรากฏอยู่บนใบหน้า ใบหน้าเล็กหันไปมองผู้เป็นอาด้วยความหวั่นวิตก "นะจ๊ะนาย รับหนูไว้เถอะนะจ๊ะ งานในไร่หนูก็ทำได้"
"นายรับมันไว้เถอะนะครับ ผมขอเถอะ" เอกหมดหนทาง เขาคุกเข่ายกมือไหว้ท่วมหัวหวังอยากให้ชีวิตของหลานดีขึ้น
เฮ้อ~~ทั้งอาทั้งหลานมันเหมือนกันแม้กระทั่งคำพูดคำจา เขามองไปยังใบหน้าเล็กเท่าฝ่ามือดูการแต่งตัวที่มอมแมมของเด็กตรงหน้า แววตาคู่สวยไร้เดียงสา นัยน์ตาคู่นี้ทำให้ใหญ่อดสงสารไม่ได้ หล่อนก็เป็นแค่เด็กคนหนึ่งที่อายุเพียงสิบหกปี แต่กลับไม่ได้เรียนหนังสือเหมือนคนอื่นๆ
"ชื่ออะไร?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามห้วนๆ ก้มหน้าก้มตาดูเอกสารตรงหน้า เขาไม่ได้สนใจสองอาหลานมากนัก
"อันดาจ้ะ หนูชื่ออันดาหรือจะเรียกว่าอันเฉยๆ ก็ได้จ้ะ" เสียงเล็กใสเอ่ยแทรก เมื่อได้ยินชายหนุ่มถึงกับตวัดสายตาขึ้นมามองที่ต้นเสียงด้วยความแปลกใจ ชายหนุ่มตั้งศอกกับโต๊ะลูบไล้ปลายคางอย่างพินิจพิเคราะห์ "เอาวะ! กูจะรับไว้แล้วกัน แต่ให้มันไปกลับเอานะ"
"โธ่นาย~"
"หรือมึงจะไม่เอา กูมีทางเลือกให้แค่นี้ ส่วน...เธอ...ฉันจะจ่ายให้เป็นรายวัน หลังเลิกงานมารับเงินได้ที่ห้องนี้"
"จ้ะนาย ขอบคุณนะจ๊ะ หนูจะตั้งใจทำงานอย่างดีเลย" คนตัวเล็กเอ่ยเสียงใสด้วยความดีใจ เธอแทบจะกระโดดตรงนั้นเสียด้วยซ้ำ ดวงตาคมกริบสะท้อนเงาของคนตัวเล็กตรงหน้า ร่างสูงใหญ่เอนหลังพิงเก้าอี้พลางถอนหายใจ เพราะไม่รู้ว่าจะให้ทำงานในส่วนไหนดี หากให้ทำงานไร่ก็อดสงสารไม่ได้เพราะรูปร่างก็ดูบอบบางอ้อนแอ้นราวกับผู้หญิงแถมยังเป็นเด็กอยู่ หากจะให้ไปล้างคอกม้าก็กลัวไอ้นิลมันเตะตาย เขายังคงนั่งมองแผ่นหลังของคนทั้งสองที่พึ่งออกจากห้องไป
หลังจากที่สองอาหลานออกจากห้องทำงานของผู้เป็นนาย เอกหันกลับมามองหลานตนเองพร้อมแนะนำบางอย่างให้เจ้าหล่อน ถึงนายจะรับเข้าทำงานก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะไม่ไล่ออก
"นายรับแล้วก็ตั้งใจทำงานนะอัน เอ็งถือว่าโชคดีที่นายรับ หากเป็นคนอื่นคงถูกไล่ไปแล้ว"
"แต่ทุกครั้งที่อาพาหนูมา ก็ถูกไล่กลับทุกครั้งนี่จ้ะ" ใบหน้าใสซื่อเอ่ยขึ้นทำเอาผู้เป็นอาขมวดคิ้วตีเข้าที่บ่าของอีกฝ่าย
"แล้วจะพูดทำไมเล่า! เรื่องมันผ่านมาแล้ว ตอนนี้ก็ได้ทำงานแล้วไง ได้งานที่นี่ดีกว่าถูกขายให้เจ้าพ่อบ่อนกาสิโนหรือจะเอาแบบนั้น"
"ไม่เอาจ้ะ หนูไม่อยากถูกขาย แต่ดูท่านายจะไม่ชอบหนูเอามากๆ เลย" สีหน้าของเจ้าหล่อนดูไม่สู้ดีนัก เธอดูกังวลกับเรื่องนี้มากตั้งแต่ออกจากห้องนั้นมา แล้วใครจะไม่กังวล 'อย่าคิดว่าเป็นหลานไอ้เอกแล้วจะทำอะไรก็ได้นะ ถ้าเธอทำผิดฉันก็ไล่เธอออกและหวังว่าเธอจะขยันมากกว่าอาของเธอ' นายใหญ่พูดแบบนี้ก่อนที่พวกเธอจะออกมา
"หืม~~เอ็งอย่าคิดมากสิวะ! นายใหญ่ก็พูดไปงั้นแหละ ถ้าจะไล่ออกข้าตกงานไปตั้งแต่วันแรกแล้ว ฮ่าๆ นายเป็นคนใจดีแค่เอ็งทำตัวดี เข้าใจมั้ย" เอกพูดอย่างคนอารมณ์ดี
"จ้ะ" เธอตอบอีกฝ่ายเสียงเบา ก้มหน้ามองเท้าตนเอง ใจดี? .....ทำหน้าตาถมึงทึงตลอดเวลาเนี่ยนะ!...
บ้านหลังเล็ก
คนตัวเล็กหยุดนิ่งตรงทางเข้าบ้าน เบื้องหน้าเป็นบ้านหลังโทรมๆ ไม่ได้หรูหราโอ๋อ๋าเหมือนบ้านของใครในละแวกนั้น นอกจากบ้านจะโทรมแล้วยังอยู่ห่างไกลจากผู้คนอีกด้วย สำหรับเธอแค่มีที่ซุกหัวนอนไว้หลบแดดหลบฝนก็ดีนักหนา สองเท้าเล็กเดินไปเบื้องหน้าก่อนจะหยุดนิ่งเมื่อเห็นชายวัยกลางคนนั่งชันเข่าอยู่กับขวดเหล้าที่วางตั้งอยู่ข้างๆ สายตาของเขากำลังมองออกไปเบื้องหน้า ใบหน้าจิ้มลิ้มฉีกยิ้มขึ้นด้วยความตื่นเต้น ตึก ตึก เสียงฝีเท้าที่วิ่งขึ้นบันไดได้เพียงสามขั้นก็ต้องเงียบลง
เพี๊ยะ!
อ๊ะ!
"พ่อ!" หนูน้อยวัยสิบหกปีล้มทั้งยืน อันดายังไม่ได้พูดหรือเอ่ยอะไรออกไปเลยสักประโยคก็ถูกฝ่ามือใหญ่ของชายวัยกลางคนฟาดเข้าที่แก้มเต็มแรง มือเล็กจับที่พวงแก้มขาวข้างที่ถูกตบด้วยความนิ่งอึ้ง แหงนมองผู้เป็นพ่อด้วยความงุนงง
"มึงไปไหนมา ค่ำป่านนี้แล้วแทนที่จะรีบกลับบ้าน หาข้าวหาข้าวปลาเตรียมไว้ให้กู" เสียงเข้มตวาดลั่น เขายกไม้หวายชี้ไปที่หน้าของคนตัวเล็ก
"น...หนู..." อันดาอึกอักด้วยความตกใจทำให้เธอลุกลี้ลุกลนไม่รู้ว่าจะเริ่มอธิบายจากตรงไหนไม่ให้ถูกตี หรือถูกตีน้อยที่สุด
"กูถาม!!"
"อาเอกพาหนูไปหางานจ้ะ" เสียงสั่นเครือของเจ้าหล่อนเอ่ยขึ้นด้วยความกลัว สายตามองไปที่ไม้หวายในมือของชายตรงหน้า
"แล้วได้มั้ย?"
"ม...ไม่จ้ะ" ความตั้งใจที่อยากบอกกับพ่อว่าเธอได้งานแล้วก็ต้องกลืนมันลงไป หากเขารู้เรื่องที่เธอได้งานที่บ้านของนายใหญ่ แน่นอนว่าพ่อต้องไปอาละวาดและไถ่เงินจากเจ้านายเป็นแน่
"เหอะ! ก็สมแล้วที่ไม่ได้งาน คนอย่างมึงใครเขาอยากเอาไปทำงานด้วย" กรพ่อแท้ๆ ของอันดา น้ำเสียงหลังจากที่รู้ว่าอันดาไม่ได้งานก็ได้แต่หัวเราะเยาะ เขาไม่เคยภูมิใจอะไรในตัวของเด็กคนนี้เลยเพราะเธอไม่เหมือนคนอื่น
"แต่พ่อไม่ต้องห่วง หนูจะรีบหางานแล้วจะเอาเงินมาให้พ่อ พ่อจะได้อารมณ์ดี..."
"มึงพูดอย่างกับกูเกาะมึงกินงั้นแหละอีนี่!!"
ตุบ!!
"พ่อจ๋า พอแล้วหนูเจ็บ หนูเจ็บ~ " เสียงสะอื้นยกมือขอร้องเพื่อให้เขาเห็นใจและหยุดทุบตี ไม้หวายที่มีขนาดยาวถูกทิ้งกระแทกลงข้างกายของอันดา คนตัวเล็กสะดุ้งโหยงด้วยความหวาดกลัว "หนูไม่ได้หมายความแบบนั้นเลยนะพ่อ" ใบหน้าจิ้มลิ้มสะอื้นบอกชายตรงหน้า พร้อมพนมมือสองข้างไว้กลางอก
"ไป…จะไปไหนก็ไป กูไม่อยากเห็นหน้ามึง!!" เสียงทุ้มตวาดไล่ด้วยความโมโห ยิ่งรู้ว่าอันดาไม่ได้งานเขาก็ยิ่งเครียด ชายวัยกลางคนทำได้แค่นั่งกระดกเหล้าที่ติดมือมา ใบหน้าของเขามีเรื่องให้คิดมากมายเต็มไปหมด
หนูน้อยวัยสิบห้าปีทำได้แค่เดินลงจากบ้านมานั่งที่แคร่ไม้ไผ่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ซึ่งเป็นที่นอนประจำของเธอเลยก็ว่าได้ ทุกครั้งที่ถูกไล่ออกจากบ้านก็จะมีแค่ตรงนี้ที่เธอสามารถนั่งได้ แววตาไร้เดียงสามองไปยังบ้านหลังโทรมเบื้องหน้า เจ้าหล่อนนั่งมองเข้าไปในตัวบ้านเห็นชายวัยกลางคนกำลังนั่งยกขวดเหล้าด้วยแววตามีความหวัง หวังว่าพ่อจะหายโกรธแล้วเรียกเธอเข้าบ้าน แต่ดูเหมือนว่ากรจะไม่สนใจ ระหว่างที่เขากำลังจะยกเหล้าดื่มหางตาดันเหลือบเห็นคนตัวเล็กหน้าตาซื่อบื้อนั่งจ้องอยู่ เหอะ!กรหัวเราะในลำคออย่างเยาะเย้ย
ชายวัยกลางคนลุกเดินมาปิดประตูบ้านโดยไม่สนใจว่าลูกจะถูกยุงกัดหรือนอนตากน้ำค้าง ขอแค่อย่าได้เห็นหน้ามันแค่นั้นก็พอ อันดาทำท่าจะลุกแต่ต้องชะงักเมื่อพ่อไม่ได้สนใจเลยว่าเธอจะเป็นอย่างไร ก่อนที่เจ้าหล่อนจะนั่งลงดั้งเดิมเธอได้แต่สงสัยว่าทำไมยังไม่ชินกับการถูกไล่ออกจากบ้านทั้งที่เธอก็ถูกไล่แบบนี้มาตลอด ดวงตาคู่สวยมองประตูบ้านอย่างตัดพ้อ ริมฝีปากเล็กเม้มเข้าหากันอย่างน้อยใจ ทว่ากลับมีน้ำใสๆ ไหลลงมาที่แก้ม ฝ่ามือเล็กรีบเช็ดมันออกทันที
อันดาสูดลมหายใจเข้าลึกแหงนหน้าขึ้นฟ้าเพื่อกั้นน้ำตาไม่ให้มันไหล ก่อนที่เธอจะเอนตัวนอนลงบนแคร่อย่างหมดหนทางและยังโชคดีที่เธอมียากันยุงจึงทำให้ผ่านคืนนี้ไปได้
....................
รุ่งเช้า
โซก!!
อันดาสะดุ้งเฮือกใหญ่เมื่อถูกน้ำทั้งกะละมังสาดเข้าที่หน้า ใบหน้าสวยกะพริบตาปริบๆ ทำปากพะงาบๆ ราวกับคนกำลังจมน้ำ จนกระทั่งได้ยินเสียงหัวเราะชอบใจของชายคนหนึ่ง
ดวงตากลมโตขยี้เอาน้ำที่เปียกขนตาออกเพื่อมองให้ชัด จนได้เห็นว่าคนที่สาดน้ำคือกรพ่อของเธอ อันดาทำได้แต่ก้มหน้างุดเพราะไม่รู้ว่าควรทำอย่างไร สายตาเย็นชาของเขามองรอยแผลบนตัวของอีกฝ่ายพร้อมยกยิ้มขึ้นอย่างพอใจ
"ตื่นสายนักนะมึง!" เขาเอ่ยพร้อมถือขวดเหล้าในมือ ก่อนจะหมุนกายเดินออกไป
"พ่อจะไปไหนหรือจ๊ะ?"
"เสือกทำไม! หรือมึงอยากโดนอีก!!" เขาตวาดเสียงแข็งด้วยความไม่พอใจ "ไม่มีประโยชน์อะไรสักอย่าง เมื่อไหร่กางเกงยีนจะสิบแปด" เขาทิ้งท้ายประโยคไว้แค่นั้นก่อนจะเดินจากไป
อันดาสะดุ้งเฮือกใหญ่หลังถูกตวาดใส่ ดวงตาคู่สวยก้มมองรอยช้ำที่เกิดจากไม้หวายเมื่อคืนด้วยความเจ็บแสบ ก่อนจะรีบพยุงร่างเดินโซซัดโซเซไปอาบน้ำและแต่งตัวไปทำงาน อันดาไม่มีเสื้อผ้าดีๆ ใส่เหมือนคนอื่น เสื้อผ้าที่ว่าใส่แล้วสวยก็ซักแล้วซักอีก ใส่ซ้ำจนมันขาด
ตึก!!
ตึก!!
แฮ่ก!!
ขาเล็กสองข้างวิ่งสลับกันไปมา ใบหน้าหอบเหนื่อยแต่ยังไม่คิดจะหยุดวิ่ง อันดายังคงวิ่งต่อและมาหยุดที่หน้าบ้านของผู้เป็นอา ใบหน้าจิ้มลิ้มฉีกยิ้มให้กับชายหนุ่มที่กำลังนั่งคร่อมบนจักรยาน
"อ้าวเฮ้ย! รีบมาสิวะรอนานแล้วเนี่ย นายใหญ่ไล่ออกตั้งแต่วันแรกแน่เอ็ง" เอกร้องขู่ทันทีที่เห็นหน้าหลาน
"โธ่อา~ถ้าถูกไล่ออกจริงๆ อาก็ช่วยพูดให้หนูหน่อยสิ " เธอพูดกับชายตรงหน้าตามประสาอาหลาน ด้วยความที่เธอยังเด็กและสนิทกับเอกมาก จึงทำให้การสนทนามีการพูดคุยต่อเนื่อง
"เอ็งถูกไล่ออกแล้วข้าจะเหลือเหรอ!"
ฮ่า ๆ ๆ
.......
เมื่อทั้งคู่มาถึงไร่ฟ้า
ไร่ฟ้าคือไร่ของ นายใหญ่ ไพศาลรัตนกุล หลานชายเพียงหนึ่งเดียวของคุณนายเหมือนแพร ไพศาลรัตนกุล เป็นเจ้าของไร่ฟ้า ที่ปลูกทั้งกาแฟ องุ่น และมีบริษัท ไพศาลรัตนกุล กรุ๊ป
อันดาลงจากรถพร้อมยิ้มขอบคุณผู้เป็นอา สายตาสงสัยของเขาจ้องมองหลานตนเองด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะเงยหน้ามองท้องฟ้า เพื่อดูอากาศของวันนี้และต้องขมวดคิ้วทำหน้ายุ่งก้มต่ำมามองหลานอีกครั้ง
"หนาวเหรอวะ?" เอกพูดขึ้นด้วยความสงสัย แต่เจ้าหล่อนไม่ตอบอะไรแถมยังวิ่งหนีเข้าไปในบ้าน เอกทำได้แค่มองตามแผ่นหลังของหลานด้วยความงุนงงและแปลกใจ ก่อนที่เขาจะไปทำหน้าที่ของตนเองต่อ
เท้าเรียวถอดรองเท้าวางไว้ที่ชั้นหน้าประตูบ้าน สาวเท้าเดินเข้าไปยังห้องครัว "สวัสดีจ้ะป้าแก้ว" เสียงใสร้องทักแม่บ้านอาวุโสที่กำลังยืนทำอาหารอยู่หน้าเตา
"วันแรกก็สายเลยนะ รีบเข้ามาเร็วสิ ประเดี๋ยวไม่ทันมื้อเช้าของคุณใหญ่หรอก" หญิงวัยกลางคนเอ่ยขึ้นอย่างเร่งรีบ
"วันนี้ทำอะไรกินจ๊ะ?"
"ผัดพริกแกง ต้มยำข่าไก่ ไหนๆ ก็มาแล้วตำเป็นใช่ไหมเครื่องพริกแกงน่ะ?"
"เป็นจ้ะเป็น" อันดาพยักหน้าหงึกๆ รีบถกแขนเสื้อขึ้นเพื่อจะทำอะไรได้สะดวก แต่เธอก็ต้องรีบเอาแขนเสื้อลงเมื่อเห็นรอยช้ำที่แขนของตนเอง อันดาเหลือบมองป้าแก้วด้วยหางตา ดีหน่อยที่ป้าแกไม่ได้สนใจเพราะกำลังวุ่นวายอยู่กับการหั่นผัก แต่ทว่าดันมีสายตาคู่หนึ่งเดินมาเห็นเข้าพอดี
เวลาผ่านไปไม่นาน
อาหารเช้าถูกเสิร์ฟบนโต๊ะอาหาร พร้อมชายร่างสูงใหญ่เดินลงจากบันไดชั้นสองของบ้าน ดวงตาคู่สวยจองมองชายหนุ่มสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตากับกางเกงยีนขาดเข่า ใบหน้าหล่อเหลาที่ให้มองกี่ครั้งก็ไม่เบื่อ
"อรุณสวัสดิ์จ้ะนายใหญ่ วันนี้นายจะไปไหนจ๊ะ?" เจ้าหล่อนเอ่ยถามคนตรงหน้าพร้อมรอยยิ้ม เจ้าของหัวคิ้วเข้มขมวดเข้าหากันทอดสายตามองไปยังคนตัวเล็กที่กำลังส่งยิ้มหวานให้
"ถามอะไรของเอ็งอัน!" ป้าแก้วดุอันดาเบาๆ ต่างจากผู้เป็นนาย เขาไม่พูดหรือตอบอะไรนอกจากยกกาแฟขึ้นมาจิบและกัดขนมปังไปไม่กี่คำก่อนจะลุกจากเก้าอี้แล้วเดินจากไป อันดาได้แต่มองตามแผ่นหลังกว้างของชายร่างสูง
"นายใหญ่ไม่แตะอาหารเลยหรือว่าเราจะทำไม่อร่อยจ๊ะป้า?"
"เฮ้อ~~แบบนี้อีกแล้วสิ" ป้าแก้วพูดออกมาอย่างท้อใจ
เวลาต่อมา
อันดาได้ขึ้นไปทำความสะอาดที่ชั้นสองและห้องของผู้เป็นนาย ด้วยความอยากรู้อยากเห็นของเธอทำให้ถูกป้าแก้วดุเพราะเจ้าหล่อนดันไปหยิบรูปบนหัวเตียงของเจ้าของห้องขึ้นมาดู แววตากลมโตสะท้อนชายหนุ่มสองคนที่กำลังยิ้มมีความสุข
เพี๊ยะ! "เอ็งนี่นะ!!" ป้าแก้วขบกราบพูดอย่างเหลืออด คนร่างเล็กสะดุ้งโหยงรีบวางรูปกลับไว้ดั้งเดิม หญิงวัยกลางคนตำหนิเรื่องข้าวของของนาย อันดาขอโทษและรับปากจะไม่ทำอีก แต่ก่อนจะจากไปเธอก็ได้มองไปยังรูปบนโต๊ะอีกครั้ง นายยิ้มด้วย....
หลังจากที่ทำงานบ้านเสร็จทุกอย่าง อันดาจึงได้มีเวลาเดินชมสวนในไร่ คนตัวเล็กเดินไปเรื่อยๆ อย่างไม่มีจุดหมาย จนกระทั่งได้มีหญิงสาวชื่อเตยวิ่งเข้ามาทัก จึงได้รู้ว่าเตยเป็นลูกของคนงานและทั้งคู่ก็มีอายุเท่ากัน
หญิงสาวถักเปียชวนอันดาพูดเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานหรือเรื่องครอบครัว หญิงสาวเหลือบมองอีกฝ่ายเป็นระยะด้วยความสงสัย คุยกันมาได้ตั้งนานแต่อันดากลับไม่พูดหรือเล่าอะไรเกี่ยวกับครอบครัวของตัวเองเลย
เตยเป็นคนที่คุยสนุกชอบโม้ไปเรื่อยส่วนอันดาก็เป็นผู้ฟังที่ดี ทั้งคู่ดูสนิทกันได้อย่างรวดเร็ว
"เอ่อ...เตย นายใหญ่มีแฟนหรือเปล่า?" เตยหันขวับเมื่อได้ยินคำถามอีกฝ่าย หญิงสาวขมวดคิ้วทำท่าครุ่นคิดครู่ใหญ่
"ไม่แน่ใจ แต่น่าจะมี…หรือไม่มี ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน"
"แล้วตกลงมีหรือไม่มีเหรอ?"
"อยากรู้ไปทำไม อย่าบอกนะว่าชอบนายน่ะ "
"ปะ...เปล่า! เราแค่อยากรู้ แล้วตกลงมีหรือไม่มี?"
"โอ๊ย! ไม่รู้หรอก จะมีไม่มีมันก็เรื่องของนาย อย่าสนใจเรื่องของเจ้านายนักเลย เรามันก็แค่คนใช้"
"คนใช้อะไร เด็กในบ้านต่างหาก"
"เด็กในบ้าน? ก็คนใช้มั้ยล่ะอัน นี่! เราทำทุกอย่างก็เป็นเหมือนคนใช้นั่นแหละ" เตยพูดขึ้นด้วยโทนเสียงปกติ ก่อนจะหมุนกายสาวเท้าเดินไปหาพ่อกับแม่ที่กำลังทำงานไร่อยู่ ดวงตาคู่สวยมองตามแผ่นหลังของเพื่อนสาว นัยน์ตาสวยไหววูบเมื่อเห็นภาพของพ่อแม่ลูกที่ยืนกอดกัน มันเต็มไปด้วยความอบอุ่นที่เธอไม่เคยได้สัมผัส รอยยิ้มเสียงหัวเราะที่ได้ยินจากครอบครัวมันเป็นแบบนี้เองสินะ
แต่ในมุมหนึ่งกลับมีสายตาคมเข้มจ้องมองอันดาอยู่ไกลๆ ด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง ก่อนจะหมุนกายเดินเข้าไปในบ้าน
...........
ก๊อก ก๊อก!
"ขออนุญาตจ้ะ"

