บทที่ 5
ภายในร้านอาหารสุดหรูสไตล์ฝรั่งเศสที่ธีร์มักจะพาแพรฝันมาดินเนอร์บ่อยครั้ง บัดนี้กลับเย็นเยียบราวกับขั้วโลก ทันทีที่การแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันข่าวชื่อดังเด้งขึ้นมาบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะ
"สายฟ้าแลบ! ตระกูลวรโชติสะบัดรักธีร์ แจ้งถอนหมั้นเป็นทางการ อ้างเข้ากันไม่ได้เรื่องวิสัยทัศน์ธุรกิจ พร้อมเปิดตัวพาร์ทเนอร์ใหม่สุดลึกลับ เหมันต์ พยัคฆ์หนุ่มจากลอนดอน!"
ธีร์จ้องมองพาดหัวข้าวนั้นด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง มือที่กำลังถือโทรศัพท์กำลังสั่นเทาจนเขารู้สึกได้ถึงความเย็นเฉียบที่แล่นพล่านไปทั่วร่าง
"เป็นไปไม่ได้ พนิตาเนี่ยนะจะถอนหมั้นผม"
เขาพึมพำออกมาเสียงแผ่ว แววตาเต็มไปด้วยความสับสนและไม่อยากจะเชื่อ พนิตาคนที่เคยวิ่งไล่ตามเขา ยอมทำทุกอย่างเพียงเพื่อให้ได้อยู่ใกล้เขา
ความรู้สึกใจหายวูบเกิดขึ้นในอกฉับพลัน
ผู้หญิงที่เคยร้องไห้ฟูมฟายเพียงแค่เห็นเขาไปกินข้าวกับผู้หญิงคนอื่น คนคนนั้นน่ะหรือจะกล้าทิ้งเขาไปหาคนอื่น ตลกสิ้นดี
"มีอะไรหรือเปล่าคะคุณธีร์"
แพรฝันถามด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานพลางชะโงกหน้ามามองดูหน้าจอ เมื่อเห็นพาดหัวข่าวเธอก็ชะงักไปชั่วครู่ แววตาฉายรอยไหวระริกที่อ่านไม่ออก
"พนิตา... ยัยนั่นกล้าดียังไง!"
ธีร์สบถออกมาอย่างเหลืออด กลบความรู้สึกหัวใจวูบวาบด้วยความโกรธ ความอับอายเริ่มพุ่งสูงขึ้นเมื่อเขานึกถึงสายตาของคนในวงสังคมที่มองว่าเขาถูก 'เขี่ยทิ้ง' ไม่ใช่ฝ่าย 'ทิ้ง' อย่างที่เขาเคยวางแผนไว้
ชายหนุ่มรีบกดเบอร์ที่เขาแทบไม่เคยเป็นฝ่ายโทรหาก่อนเลย
ตื๊ด ตื๊ด
เสียงรอสายดังอยู่เป็นนาน แต่ไม่มีคนรับ ธีร์กดโทรซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยอารมณ์ที่เริ่มเดือดดาล จากความไม่เชื่อเปลี่ยนเป็นความโกรธเกรี้ยว เขารู้สึกเหมือนถูกลูบคมอย่างรุนแรง
"รับสิพนิตา! รับเดี๋ยวนี้!" เขาคำรามใส่หน้าจอโทรศัพท์
บนเบาะหลังของรถยนต์คันงามที่กำลังมุ่งหน้าสู่ย่านธุรกิจ โทรศัพท์เครื่องหรูของพนิตาสว่างวาบขึ้นพร้อมชื่อ 'ธีร์' ที่โชว์หราบนหน้าจอ เธอปรายตามองมันด้วยรอยยิ้มหยัน ก่อนจะเอื้อมมือไปกดปิดเสียงอย่างไร้เยื่อใย
"ไม่รับสายหน่อยเหรอ"
เหมันต์ที่นั่งอยู่ข้างๆ ถามขึ้น แววตาคมกริบของเขามองดูท่าทีของหญิงสาวอย่างนึกสนุก
"ดูเหมือนน้องชายผมกำลังจะอกแตกตายที่ถูกคุณเพิกเฉยนะ"
"ปล่อยให้เขาคลั่งไปก่อนค่ะ" พนิตาเอนหลังพิงเบาะพลางหมุนโทรศัพท์ในมือเล่น
"คนอย่างธีร์น่ะ ยิ่งเราไม่ตอบโต้ เขายิ่งเสียสติ เพราะเขามั่นใจมาตลอดว่าฉันเป็นของตาย ตอนนี้เขาคงกำลังดิ้นรนหาคำตอบ ว่าทำไมของตายชิ้นนี้ถึงมาอยู่เหนือหัวเขาได้"
เหมันต์หัวเราะในลำคอ แววตาชื่นชมฉายออกมาอย่างปิดไม่มิด
"คุณนี่ใจเด็ดกว่าที่ผมคิดไว้จริงๆ พนิตา ผมเริ่มอยากรู้แล้วว่าถ้าเขาเห็นภาพดินเนอร์ของเราคืนนี้ เขาจะทำหน้ายังไง"
"เตรียมรอรับชมละครสนุกฉากใหญ่ได้เลยค่ะคุณเหมันต์" พนิตายิ้มหวาน
"เพราะตั้งแต่วินาทีนี้ไป พนิตาคนเก่าที่เคยรอสายเขาจนเช้าไม่มีอีกต่อไปแล้ว ต่อจากนี้จะมีแต่พนิตาที่เขาต้องเป็นฝ่ายอ้อนวอนเพื่อจะขอคุยด้วยเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น!"
เพราะฉันทั้งสวยทั้งเริ่ดทั้งเก่งกว่านายไงละธีร์
พนิตากดปิดโทรศัพท์และโยนลงในกระเป๋าแบรนด์เนมอย่างไม่แยแส ทิ้งให้ธีร์ที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งของเมืองกระหน่ำโทรจนนิ้วสั่น
"ธีร์! นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้น!"
คุณหญิงรัชนี มารดาของธีร์ตบหนังสือพิมพ์ลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่น ใบหน้าที่ถูกโบท็อกซ์มาอย่างดีบิดเบี้ยวด้วยความโกรธจัด จ้องมองลูกชายที่นั่งหน้าซีดเซียวอยู่ตรงหน้า
"ผม... ผมไม่นึกว่าพนิตาจะกล้าทำแบบนี้" ธีร์ตอบเสียงเบา
"เธอก็แค่ประชดผมแหละครับแม่ เดี๋ยวพอหายโกรธเธอก็ซัดเซพเนจรกลับมาหาผมเอง"
ใช่ มันต้องเป็นแบบนั้นแน่นอน นี่ก็แค่วิธีเรียกร้องความสนใจของพนิตาเท่านั้น
"ประชดงั้นเหรอ แกหูหนวกตาบอดหรือไง!" คุณหญิงมาลินีแผดเสียง
"ยัยพนิตานั่นไม่ได้แค่ถอนหมั้น แต่มันกำลังหอบเอาโครงการพันล้านไปประเคนให้ไอ้ลูกเมียน้อยนั่น! แกก็รู้ว่าแม่เกลียดมันแค่ไหน แม่พยายามเขี่ยมันทิ้งไปถึงต่างประเทศ แต่นี่แกกลับเปิดทางให้มันกลับมาชูคอในไทย แถมยังได้พันธมิตรที่แข็งแกร่งอย่างตระกูลวรโชติไปอีก!"
แม้คุณหญิงรัชนีจะไม่เคยชอบนิสัยเอาแต่ใจของพนิตา แต่เธอก็รู้ดีว่าบารมีตระกูลวรโชติคือบ่อเงินบ่อทองที่ค้ำจุนตำแหน่งของลูกชายเธอไว้
"แม่ยอมให้แกไปสำเริงสำราญกับยัยเลขาหน้าจืดนั่นได้ แต่แม่ไม่ยอมให้แกเสียธุรกิจนี้ไป! และที่สำคัญที่สุด... แกปล่อยให้คนอย่างเหมันต์มาเหยียบหน้าเราได้ยังไง! มันเป็นแค่ลูกเมียน้อย ที่ควรจะซุกหัวอยู่ต่างประเทศไปจนตาย แต่นี่มันกลับมาทำท่าเป็นเจ้าของธุรกิจเหนือแก!"
ยังไม่ทันที่ธีร์จะได้อธิบายความกับแม่ เขาก็ถูกเรียกตัวเข้าไปในห้องทำงานของคุณอรรถ ประธานใหญ่ของเครือวิจิตรเรืองรุจผู้เป็นพ่อ
