บท
ตั้งค่า

บทที่ 2

เสียงส้นเข็มกระทบพื้นหินอ่อนดังกังวานไปตามโถงทางเดินหรูของบริษัทวิจิตรเรืองรุจ พนิตาในชุดเดรส สีแดงเพลิงที่ตัดกับผิวขาวจัดเดินผ่านพนักงานที่ต่างพากันก้มหน้าหลบตา ทุกคนรู้กิตติศัพท์ของว่าที่สะใภ้คนนี้ดีว่าร้ายกาจเพียงใด แต่วันนี้รอยยิ้มที่มุมปากของเธอกลับดูเยือกเย็นและมาดมั่นกว่าครั้งไหนๆ

ปัง!

มือเรียวผลักประตูห้องทำงานผู้บริหารหนุ่มโดยไม่เคาะ ภาพตรงหน้าช่างสมบูรณ์แบบราวกับหลุดออกมาจากฉากในนิยายน้ำเน่า แพรฝันในชุดเลขาฯ สีอ่อน ดูอ่อนหวานกำลังโน้มตัวจัดปมเนกไทให้ธีร์ ทั้งคู่ยืนใกล้ชิดกันจนลมหายใจแทบประสาน ทั้งสองมองตากันและกันอย่างลึกซึ้งที่สุด

ไปเปิดห้องเลยไหมยะ จ้องกันอย่างกับปลากัดจะผสมพันธุ์

"ธีร์คะ... ดูเหมือนฉันจะมาขัดจังหวะ 'งานด่วน' ของคุณกับเลขาฯ ส่วนตัวสินะคะ"

พนิตาแสร้งกดเสียงต่ำ แววตาวาวโรจน์ด้วยจริตของนางร้ายที่หึงหวงจนตัวสั่น

"พนิตา! คุณไม่มีมารยาทหรือไง!" ธีร์รีบดันตัวแพรฝันออกห่างแล้วก้าวมาข้างหน้า แววตาที่เขามองเธอนั้นเต็มไปด้วยความรังเกียจขยะแขยง

"มาทำไมไม่บอก แล้วนี่จะมาหาเรื่องอะไรแพรฝันอีก อย่ามาทำตัวไร้สาระที่นี่!"

"อ๊ะ ฉันยังไม่ได้ว่าอะไรเลยนะคะ" พนิตาเหยียดยิ้ม เดินนวยนาดเข้าไปหาแพรฝันที่ยืนตัวสั่นระริก

"ก็แค่จะดูให้ชัดๆ ว่าเนกไทเส้นนี้เลขาจัดให้หรือตั้งใจจะใช้มัดใจเจ้านายกันแน่"

เธอเอื้อมมือไปคว้าไหล่แพรฝันแผ่วเบาเพียงหวังจะปัดเศษฝุ่นตามบทบาท แต่แพรฝันกลับอุทานเสียงหลง ร่างบางเสียหลักเซถลาลงไปกองกับพื้นราวนกปีกหัก ใบหน้าอ่อนหวานฉายความเจ็บปวดออกมา

"โอ๊ย! นิตา.. ฝันเจ็บค่ะ..."

"แพรฝัน!"

ธีร์ปราดเข้าไปประคองหญิงสาวในดวงใจด้วยความตระหนก ก่อนจะหันมาตวาดใส่พนิตาอย่างเหลืออด

"มันจะมากไปแล้วนะพนิตา! แพรฝันเขาเป็นคนดี เขามีน้ำใจมาช่วยงานผม ไม่เหมือนคุณที่วันๆ เอาแต่ใช้บารมีพ่อข่มขู่คนอื่นไปทั่ว ผมทนคุณมานานเกินไปแล้ว... ทนจนแทบจะคลั่งตายอยู่แล้ว!"

"ทนไม่ไหวแล้วจะทำไมคะ"

พนิตาเลิกคิ้วท้าทาย กอดอกมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกสนุก ชักอยากปั่นให้อกแตกตายไปเลยจริงๆ

"จะยกเลิกงานแต่งที่ตระกูลคุณยินดีอยากให้หมั้นกับฉันเหรอคะ จะกล้าขัดใจผู้ใหญ่เพื่อผู้หญิงคนนี้จริงๆ เหรอ"

"ใช่! ผมจะทำ! เราถอนหมั้นกันเดี๋ยวนี้!"

ธีร์ประกาศกร้าว เสียงของเขาสั่นพร่าด้วยความโกรธจัด

"ผมจะไปคุยกับผู้ใหญ่เอง! ผมไม่ต้องการผู้หญิงจิตใจหยาบกระด้างอย่างคุณมาเป็นแม่ของลูก หรือมาเป็นสะใภ้ตระกูลผมอีกต่อไป ออกไปจากชีวิตผมซะ!"

ความเงียบกริบเข้าปกคลุมห้องทำงานอันกว้างขวางในพริบตา ธีร์หอบหายใจหนักหน่วง มองคู่หมั้นสาวด้วยสายตาที่คิดว่าเธอจะต้องร้องไห้ฟูมฟายอาละวาดโวยวายกรีดร้องเสียสติเหมือนทุกครั้ง แล้วถลาเข้ามาทำร้ายแพรฝันอย่างแน่นอน ทำให้วงแขนชายหนุ่มกระชับคนในอ้อมกอดแน่นขึ้นด้วยความหวงแหนปกป้อง โดยไม่รู้ว่าแพรฝันที่ซบอยู่ที่อกเขาแอบลอบยิ้มบางๆ ที่ มุมปาก

แต่แล้วทุกอย่างกลับผิดคาด

"ตกลงค่ะ ถอนก็ถอน"

พนิตาตอบกลับด้วยน้ำเสียงร่าเริงแจ่มใส เธอไม่ได้ร้องไห้ ไม่ได้กรีดร้อง ไม่โวยวายสักคำเดียว แต่กลับดูราวกับยกภูเขาออกจากอก หญิงสาวถอดแหวนเพชรเม็ดโตที่เคยหวงแหนนักหนาวางลงบนโต๊ะทำงานเสียงดัง แกร็ก

"ถือว่าคุณพูดเองนะธีร์ พยานในห้องนี้ก็มีครบ ทั้งกล้องวงจรปิด ทั้งเลขาฯ สุดที่รักของคุณ"

พนิตาหันไปยิ้มหวานหยดให้แพรฝัน ที่ตอนนี้หน้าซีดเผือดเพราะตามอารมณ์ไม่ทัน

"ขอบใจนะจ๊ะแพรฝันที่ช่วยรับของเหลือชิ้นนี้ไปดูแลต่อ หวังว่าความดีของคุณจะช่วยเยียวยาบริษัทที่กำลังขาดสภาพคล่องของธีร์ได้นะ"

"คุณหมายความว่าไง..." ธีร์ขมวดคิ้ว

"อ้อ ลืมบอกไป ไม่ต้องห่วงตระกูลฉันหรอกนะ เพราะตอนนี้ฉันมีพาร์ทเนอร์คนใหม่ที่เก่งและเด็ดขาดกว่าคุณร้อยเท่าแล้ว"

มือเรียวสวยหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา แล้วกดเปิดลำโพง ทันใดนั้น เสียงทุ้มต่ำอันทรงพลังที่ธีร์จำได้ติดหูก็ดังขึ้น

"คุยธุระเสร็จหรือยังพนิตา ผมรอคุณอยู่ที่รถนานเกินไปแล้วนะ"

ธีร์ใบหน้าถอดสีทันที ร่างกายแข็งทื่อฉับพลัน

"เหมันต์... นี่เธอไปยุ่งกับเขาตั้งแต่เมื่อไหร่!"

ร่างระหงยักไหล่อย่างไม่แยแสเสียงตะโกนถาม ไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง หมุนตัวเดินออกจากห้องไปด้วยท่วงท่าที่สง่างามราวนางพญา ทิ้งเบื้องหลังที่แสนวุ่นวายไว้ให้พ่อคนดีแม่คนอ่อนหวานเผชิญหน้ากันเอง

ลาก่อนนะธีร์... ขอบคุณที่ช่วยถอนหมั้นให้ ฉันจะได้ไปใช้ชีวิตมหาเศรษฐีสาวสวยรวยเสน่ห์แบบไม่มีตัวถ่วงเสียที!

เมื่อประตูรถปิดลง ความเงียบสงบภายในห้องโดยสารที่ตกแต่งด้วยหนังแท้ราคาแพงก็ตัดขาดเสียงอื้ออึงของพนักงานที่แอบดูอยู่ตามหน้าต่างบริษัท พนิตาถอนหายใจยาวพลางพิงหลังกับเบาะนุ่ม เธอรู้สึกเบาสบายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน นี่สินะความรู้สึกถอนรากถอนโคนออกไป

เหมันต์ซึ่งนั่งกอดอกอยู่ข้างๆ ปรายตาคมมองหญิงสาวที่เพิ่งสร้างวีรกรรม ‘ถอนหมั้นฟ้าผ่า’ มาหมาดๆ มุมปากของเขาหยักขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่งจากพยัคฆ์หนุ่มผู้นี้

"ทำเวลาได้ดีนี่ ผมดูนาฬิกาแล้วคุณใช้เวลาไปแค่สิบห้านาที นึกว่าจะต้องรอให้คุณเข้าไปกรีดร้องเสียใจ หรือตบตีกับเลขาหน้าห้องนั่นนานกว่านี้เสียอีก"

น้ำเสียงของเขาดูมีชีวิตชีวาขึ้นกว่าตอนที่เจอกันที่ลอนดอนอย่างเห็นได้ชัด

พนิตาหยิบกระจกบานเล็กขึ้นมาเช็กความเรียบร้อยของริมฝีปากสีแดงสดพลางตอบกลั้วหัวเราะ

"เสียดายเครื่องสำอางน่ะค่ะคุณเหมันต์ กว่าจะแต่งหน้าลุคนางพญาผู้ถูกกระทำนี้ได้ต้องใช้เวลาตั้งนาน จะให้มันหลุดเพราะน้ำตาเพียงไม่กี่หยดเพื่อผู้ชายแบบนั้น ไม่คุ้มหรอกค่ะ อีกอย่างเครื่องสำอางฉันมันของดีทั้งนั้น"

เหมันต์หันมาสบตาเธอ แววตาของเขาเปลี่ยนจากความระแวงเป็นความชื่นชมที่ชัดเจนขึ้น

"คุณเปลี่ยนไปมากจากข่าวจริงๆ ถ้าเป็นเมื่อก่อน คุณคงพังห้องทำงานธีร์จนเละไปแล้ว"

"คนเราพอเห็นความตายอยู่ตรงหน้า จิตสำนึกมันก็ทำงานได้เอง"

พนิตาเก็บกระจกลงกระเป๋าแบรนด์เนมแล้วหันมามองเขาด้วยสายตาจริงจัง

"ไปกันเถอะค่ะ บ้านของฉันรอต้อนรับพาร์ทเนอร์คนใหม่ใจจะขาดแล้ว คุณพ่อของฉันท่านเป็นพวกชอบคนทำงานเก่ง และฉันพนันได้เลยว่าทันทีที่ท่านเห็นข้อเสนอที่คุณเตรียมไว้ ท่านจะลืมชื่อลูกเขยคนเก่าที่ชื่อธีร์ไปในทันที"

"ผมถูกใจความมั่นใจของคุณนะ งั้นเราไปพิสูจน์กันว่าสิ่งที่คุณพูด จะเป็นจริงได้อีกสักแค่ไหน”

สิ้นคำเหมันต์ คนขับรถก็ขยับพวงมาลัย รถหรูเคลื่อนตัวออกจากบริษัทวิจิตรเรืองรุจอย่างนุ่มนวล เป็นลางดีต่อบทเริ่มต้นต่อไป

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel